แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กุ้ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กุ้ง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2561

Update Food Regulation_THDOF: แจ้งปรับมาตรฐานเคมีสำหรับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำส่งออก

สำหรับผู้ที่ผลิต ส่งออก สินค้าอาหารทะเล
ทางกองตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมง แจ้งปรับมาตรฐานเคมีสำหรับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำส่งออก จะมีผลบังคับใช้ 3 มกราคม 2562

ติดตามรายละเอียดได้ที่กตส.กรมประมงนะคะ


วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Ecuador Food News_เอกวาดอร์ ส่งออกกุ้งแวนนาไมพุ่ง อาจทะลุเป้า 4 แสนตัน

ปี 2560 เอกวาดอร์สามารถผลิตกุ้งแวนนาไมเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจมีปริมาณมากถึง 400,000 ตัน โดยสถิติการส่งออกกุ้งของเอกวาดอร์จนถึงช่วงเดือน สิงหาคม พบว่ามีปริมาณการส่งออก 619.55 ล้านปอนด์ (ประมาณ 281,000 ตัน) ตั้งแต่ต้นปี 2560 (เฉลี่ยมีปริมาณการส่งออก 77.44 ล้านปอนด์ หรือ 35,000 ตัน/เดือน) พร้อมคาดว่าหากยังรักษาระดับปริมาณส่งออกดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2560 เอกวาดอร์จะมีปริมาณการส่งออกรวมทั้งสิ้นกว่า 929.32 ล้านปอนด์ หรือกว่า 400,000 ตัน หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงร้อยละ 20 และการขยายตัวของอุตสาหกรรมการผลิตจริงในประเทศอาจสูงกว่าปริมาณที่แสดงไว้ เนื่องจาก ในอดีตเอกวาดอร์มีการผลิตกุ้งไว้หัวเป็นส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันหันมาผลิตกุ้งกอดหัวมากขึ้น ซึ่งน้ำหนักกุ้งที่ผ่านการถอดหัวจะน้อยกว่า ทำให้ได้ น้ำหนักต่อตัวลดลง
                ทั้งนี้ คาดการณ์ดังกล่าวสูงกว่าปริมาณการผลิตกุ้งของเอกวาดอร์ในปี 2561 ที่คาดการณ์ในการประชุม Global Outlook for Aquaculture Leadership (GOAL) เมื่อปี 2559 ไว้ที่ 400,000 ตัน ในขณะที่ การประชุม Global Seafood Market Conference (GSMC) เมื่อเดือน มกราคม 2560 ที่ผ่านมา ได้แสดงปริมาณการผลิตกุ้งภายในประเทศที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี และยังมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 

ที่มา: undercurrentnews.com  สรุปโดย: มกอช.

ผู้ส่งออกกุ้งไทยก็ต้องปรับตัวกันต่อไป +_+

วันพุธที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ข่าวอาหารรอบโลก/Food News_11.7.17

รัสเซียคาด อาจขยายเวลาคว่ำบาตรยุโรปถึงปี 2020
                ประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียลงนามขยายเวลาคว่ำบาตรต่อสหภาพยุโรปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2018 และคาดว่าอาจจะมีการขยายเวลาไปจนถึงปี 2020 โดยความเคลื่อนไหวของรัสเซียในประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังสหภาพยุโรปประกาศขยายเวลาคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียอีก 6 เดือนอย่างเป็นทางการ
                ทั้งนี้ เมื่อปี 2014 รัสเซียประกาศระงับการนำเข้าสินค้าเกษตร วัตถุดิบ และสินค้าอาหารจากประเทศตะวันตกหลายประเทศเพื่อเป็นการตอบโต้การคว่ำบาตรของสหภาพยุโรปต่อรัสเซีย

ที่มา: tass.com 
ออสเตรเลีย สั่งเลิกแบนกุ้งเวียดนาม
              เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2560 กระทรวงเกษตรและทรัพยากรน้ำของออสเตรเลีย สั่งยกเลิกการระงับนำเข้ากุ้งดิบจากเวียดนาม โดยก่อนหน้านี้ออสเตรเลียได้มีคำสั่งระงับการนำเข้ากุ้งดิบ และกุ้งปอกเปลือกจากประเทศในแถบเอเชีย รวมทั้งเวียดนาม ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา เนื่องจากพบการระบาดของโรคจุดขาวในกุ้ง ซึ่งคำสั่งระงับนำเข้าดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงกุ้งภายในเวียดนามเป็นอย่างมาก
               ทั้งนี้  แม้ว่าออสเตรเลียจะอนุญาตให้นำเข้ากุ้งดิบจากเวียดนามแล้ว แต่ได้มีการแก้ไขข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำเข้าผลิตภัณฑ์กุ้ง ตามเกณฑ์มาตรฐานระดับการป้องกันที่เหมาะสมของออสเตรเลีย (ALOP) เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคภายในประเทศ

ที่มา: undercurrentnews.com
บราซิล ยันเนื้อไก่ส่งออกปลอด Salmonella แล้ว
              บราซิลแจ้งย้ำไม่พบการปนเปื้อนเชื้อ Salmonella ในเนื้อไก่ส่งออกแล้ว หลังจากเมื่อในเดือน พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมเนื้อส่งออกบราซิลพบวิกฤติอย่างหนัก เนื่องจาก พบเนื้อไก่ส่งออกมายังสหภาพยุโรปมีการปนเปื้อนเชื้อ Salmonella ซึ่งทางสหภาพยุโรปได้เรียกร้องให้บราซิลปรับปรุงกระบวนการผลิต และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ
                 ล่าสุดบราซิลได้เข้าตรวจสอบเนื้อไก่ส่งออกอย่างละเอียด และชี้แจงไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อ Salmonella typhimurium และ Salmonella enteritidis แล้ว พร้อมแนะมาตรการใหม่ของบราซิลได้แก้ไขข้อกำหนดด้านสุขอนามัย และป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อ Salmonella รวมทั้งได้มีการขยายอัตรากำลังสัตวแพทย์กว่า 300 ราย เพื่อทำงานควบคู่กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐในการเข้าตรวจสอบภาคอุตสาหกรรมเนื้อส่งออก  นอกจากนี้ ภาครัฐบราซิลยังเตรียมส่งเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ไปฝึกอบรมเพิ่มเติมยังเนเธอร์แลนด์ , ฝรั่งเศส , ไอร์แลนด์, เยอรมนี และสาธารณรัฐเช็กด้วย
 

ที่มา: thepoultrysite.com

ญี่ปุ่น-ยุโรปจับมือ เตรียมเว้นภาษีนำเข้าสินค้าหลายรายการ
               ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปเตรียมพิจารณาข้อตกลงเบื้องต้นในความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ (Economic partnership agreement : EPA) ระหว่างกันในเดือนกรกฎาคม 2560 โดยญี่ปุ่นเล็งยกเว้นภาษีนำเข้าเนื้อวัวของทั้งสองฝ่าย เชื่อไม่กระทบอุตสาหกรรมในประเทศ แต่จะได้ประโยชน์จากการส่งออกที่เพิ่มตามความนิยมอาหารญี่ปุ่นที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านยุโรปคาดว่าการยกเว้นภาษีจะส่งผลให้สามารถส่งออกเนื้อหมู ไวน์ และชีสได้เพิ่มขึ้น
                        ในความตกลงหุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปจะพิจารณาการลดหรือยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรหลายรายการ ได้แก่ เนื้อหมู ไวน์ เนื้อวัว ช็อคโกแลต พาสต้า เนื้อลูกวัว ชีส และผลิตภัณฑ์นม ซึ่งญี่ปุ่นคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตเนื้อวัวในประเทศเนื่องจากมีการนำเข้าในปริมาณน้อย แต่จะได้ประโยชน์จากการขยายตัวของความนิยมร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งจะส่งผลให้สามารถส่งออกเนื้อวัวได้เพิ่มขึ้น ส่วนสหภาพยุโรปคาดว่าการยกเว้นภาษีจะช่วยให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากต้นทุนที่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหมู ไวน์ และชีส ที่ปัจจุบันญี่ปุ่นจัดเก็บภาษีในอัตราที่ค่อนข้างสูง
                           อนึ่ง ญี่ปุ่นกำหนดอัตราภาษีนำเข้าเนื้อวัว ผลิตภัณฑ์นม และไวน์จากสหภาพยุโรปที่อัตราร้อยละ 38.5 ร้อยละ 20-35 และร้อยละ 15 ตามลำดับ ในขณะที่ยุโรปเก็บภาษีนำเข้าเนื้อวัวจากญี่ปุ่นที่อัตราร้อยละ 12.8
 
 
ที่มา: thecattlesit.com 

สรุปโดย: มกอช.




วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

AUS Food News_แผนการสุ่มตัวอย่างใหม่สาหรับกุ้งสดและเนื้อกุ้งสดที่มีการระงับการนำเข้า

กระทรวงเกษตรและทรัพยากรน้้ำของออสเตรเลีย (Department of Agriculture and Water Resources) ได้เผยแพร่ประกาศลงวันที่ 17 มกราคม 2560 แจ้งให้ผู้ประกอบการน้าเข้าสินค้าและผู้ค้าปลีกรับทราบ เรื่อง แผนการสุ่มตัวอย่างใหม่ส้าหรับกุ้งสดและเนื อกุ้งสดที่เข้าข่ายถูกระงับการน้าเข้า (04-2017 New sampling protocol for suspended uncooked prawns and uncooked prawn meat imports) ทางเว็บไซต์ http://www.agriculture.gov.au/import/industry-advice/2017/04-2017

โดยสินค้ากุ้งสดที่ถูกระงับการนำเข้า ได้แก่
- กุ้งสดและเนื้อกุ้งสด และ
- กุ้งสดและเนื้อกุ้งสดที่หมักในซอสหรือผงแห้ง (Marinated) เพื่อการบริโภค

การตรวจวิเคราะห์กุ้งสด (Uncooked prawn)
กระทรวงเกษตรฯ ออสเตรเลียก้าหนดแนวทางการตรวจสอบและตรวจวิเคราะห์ที่เข้มงวดส้าหรับสินค้าที่อยู่ระหว่างการขนส่งมายังออสเตรเลีย โดยที่ตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าจะต้องปิดผนึกสมบูรณ์ และเอกสารใบตราส่งสินค้าทางทะเลหรือ BL (Bill of Lading) ฉบับจริง ต้องระบุว่าส่งออกจากประเทศ ต้นทางในวันที่หรือก่อนวันที่ 8 มกราคม 2560 เจ้าหน้าที่ Biosecurity จะสุ่มตัวอย่างสินค้าทุกรุ่นการผลิต (Batch) จากสินค้าที่ส่งออกแต่ละครั งหรือแต่ละ Consignment โดยเก็บตัวอย่างรุ่นละ 13 ตัวอย่าง แต่ละตัวอย่างประกอบด้วยกุ้งจ้านวน 5 ตัว โดยผู้น้าเข้าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตามอัตราที่กระทรวงเกษตรฯ ออสเตรเลียกำหนด
จากนั้นจะน้าส่งตัวอย่างทั้งหมดให้แก่ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ที่ได้รับการรับรอง โดยผู้นำเข้าสามารถเลือกห้องปฏิบัติการได้และเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง หากพบว่ามีการติดเชื อไวรัสตัวแดงดวงขาวหรือ White Spot Syndrome Virus (WSSV) จะต้องน้าสินค้ารุ่นนั นๆ ไปต้ม ส่งกลับ หรือท้าลายโดยผู้น้าเข้าเป็น ผู้ออกค่าใช้จ่าย หากเลือกวิธีการน้าไปต้ม ผู้น้าเข้าต้องติดต่อกระทรวงเกษตรฯ ออสเตรเลียเพื่อพิจารณาว่าจะด้าเนินการอย่างไรและที่สถานที่ใด หากตรวจไม่พบเชื อไวรัสในตัวอย่าง จะต้องมีการตรวจวิเคราะห์อีกครั งเพื่อยืนยันโดยห้องปฏิบัติการ Australian Animal Health Laboratory (AAHL) โดยใช้ตัวอย่างที่เหลือจากการส่งให้กับห้องปฏิบัติการที่ผู้น้าเข้าเป็นผู้เลือก ห้องปฏิบัติการ AAHL จะส่งผลการตรวจวิเคราะห์ให้กับกระทรวงเกษตรฯ ออสเตรเลีย ซึ่งจะเป็นผู้แจ้งผลให้ผู้น้าเข้ารับทราบรวมถึงแนวทางด้าเนินการกับสินค้ารุ่นนั นๆ ทั้งนี กระทรวงเกษตรฯ ออสเตรเลียจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายใน
การตรวจวิเคราะห์เพื่อยืนยัน

การตรวจวิเคราะห์กุ้งหมักซอสหรือผงแห้ง (Uncooked marinated prawns – wet or dry)
โดยที่ตู้สินค้าต้องมีการปิดผนึกสมบูรณ์และ BL ฉบับจริงระบุว่าสินค้ามีการส่งออกในวันที่หรือก่อนวันที่ 8 มกราคม 2560 เจ้าหน้าที่ Biosecurity จะสุ่มตัวอย่างทุกรุ่นการผลิต (Batch) ในสินค้า แต่ละ Consignment โดยเก็บตัวอย่างรุ่นละ 13 ตัวอย่าง แต่ละตัวอย่างประกอบด้วยกุ้งจ้านวน 5 ตัว โดยผู้น้าเข้าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตามอัตราที่กระทรวงเกษตรฯ ออสเตรเลียก้าหนด ตัวอย่างจะถูกส่งไปที่ห้องปฏิบัติการ AAHL เพื่อด้าเนินการวิเคราะห์ ห้องปฏิบัติการ AAHL จะส่งผลการตรวจวิเคราะห์ให้กับกระทรวงเกษตรฯ ออสเตรเลีย ซึ่งจะเป็นผู้แจ้งผลให้ผู้น้าเข้ารับทราบรวมถึงแนวทางด้าเนินการกับสินค้ารุ่นนั นๆ โดยผู้น้าเข้าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการวิเคราะห์ ทั งนี สามารถขอทราบค่าใช้จ่ายได้จากห้องปฏิบัติการ AAHL โดยตรง

สานักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจากรุงแคนเบอร์รา

AUS Food News_ออสเตรเลียระงับการนาเข้ากุ้งสดและเนื้อกุ้งสดเป็นระยะเวลา 6 เดือน

สืบเนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโรคตัวแดงดวงขาวหรือ White Spot Syndrome Virus (WSSV) ในฟาร์มกุ้งกุลาดาจานวน 5 แห่ง ในรัฐควีนสแลนด์ของออสเตรเลียตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2559 โดยที่ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ปลอดจากโรคนี้ กระทรวงเกษตรและทรัพยากรน้าของออสเตรเลีย (Department of Agriculture and Water Resources) ได้เผยแพร่ประกาศลงวันที่ 7 มกราคม 2560 แจ้งให้ผู้ประกอบการนาเข้าสินค้าและผู้ค้าปลีกรับทราบ เรื่อง การระงับการนาเข้าเข้ากุ้งสดและเนื้อกุ้งสด (02-2017 Suspension of uncooked prawns and uncooked prawn meat) ทางเว็ปไซต์ http://www. agriculture.gov.au/import/industry-advice/2017/02-2017

ผู้อานวยการหน่วยงานความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ประกาศระงับการนาเข้าสินค้ากุ้งดังต่อไปนี้ เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2560 เป็นต้นไป
- กุ้งสดและเนื้อกุ้งสด และ
- กุ้งสดและเนื้อกุ้งสดที่หมักในซอสหรือผงแห้ง (Marinated) เพื่อการบริโภค

สินค้าในกลุ่มต่อไปนี้ได้รับการยกเว้น
- กุ้งสดและเนื้อกุ้งสดที่นาเข้าจากประเทศ New Caledonia
- กุ้งสดและเนื้อกุ้งสดที่แปรรูปเป็น Dumplings, spring rolls, samosas และสินค้าประเภทติ่มซาและรูปแบบใกล้เคียง
- กุ้งสดและเนื้อกุ้งชุปแป้งหรือขนมปังเพื่อการบริโภค
สินค้าที่เข้าข่ายถูกระงับการนาเข้าซึ่งอยู่ระหว่างการขนส่งมายังออสเตรเลียหรือสินค้าที่ถึงท่าแล้วแต่ยังไม่ได้รับตรวจปล่อยจากการควบคุมด้าน Biosecurity จะได้รับอนุญาตให้นาเข้าได้ ทั้งนี้ เอกสาร ใบตราส่งสินค้าทางทะเลหรือ BL (Bill of Lading) ต้องระบุว่าส่งออกจากประเทศต้นทางในวันที่หรือก่อนวันที่ 8 มกราคม 2560 ตู้คอนเทนเนอร์จะต้องปิดผนึกสนิท สินค้าทั้งหมด (100%) จะต้องถูกสุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์อย่างเข้มงวด ผู้นาเข้าอาจเลือกที่จะส่งสินค้ากลับไปยังต้นทางได้หากไม่ประสงค์ที่จะถูกตรวจสอบ การยุ่งเหยิงกับสินค้าก่อนที่เจ้าหน้าที่ Biosecurity จะเข้าไปตรวจสอบ จะส่งผลให้สินค้าถูกส่งกลับและอาจถูกดาเนินการตามกฎหมาย
สินค้าที่เข้าข่ายถูกระงับการนาเข้าซึ่งมีเอกสาร BL ระบุวันที่ส่งออกจากต้นทางตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2560 เป็นต้นไปจะถูกระงับการนาเข้า หากมีการนาเข้ามายังออสเตรเลียจะต้องถูกส่งกลับหรือทาลายโดยผู้นาเข้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ใบอนุญาตนาเข้า (Import permits) สาหรับสินค้าที่เข้าข่ายจะถูกระงับการใช้งานตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2560 เป็นต้นไป และจะงดพิจารณาคาร้องใหม่ที่ยื่นตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2560 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคาสั่งเปลี่ยนแปลง สาหรับการขออนุญาตนาเข้าสินค้าที่เข้าข่าย ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการระงับการนาเข้า รวมถึงข้อมูลคาถาม-ตอบ ได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงเกษตรฯ ออสเตรเลีย http://www. agriculture.gov.au/import/goods/uncooked-prawns
แม้ว่าโรคกุ้งไวรัสตัวแดงดวงขาวหรือ WSSV จะเป็นโรคระบาดร้ายแรงสาหรับสัตว์น้าใน กลุ่ม Crustaceans ซึ่งประกอบด้วยกุ้ง กั้ง และปู แต่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค กระทรวงเกษตรฯ ออสเตรเลียอยู่ระหว่างดาเนินการตรวจสอบและตรวจวิเคราะห์กุ้งสดและเนื้อกุ้งสดนาเข้าสู่ประเทศออสเตรเลียแล้ว หากมีการตรวจพบจะนาสินค้าออกจากท้องตลาดและนาไปทาลายทันที

สานักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจากรุงแคนเบอร์รา
ที่มา http://www.fisheries.go.th

วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2560

AUS Food News_ออสซี่เตรียมระงับนำเข้ากุ้งดิบชั่วคราวหลังโรคตัวแดงดวงขาวระบาด

ออสเตรเลียเตรียมระงับนำเข้ากุ้งดิบชั่วคราว มุ่งกำจัดโรคตัวแดงดวงขาวในกุ้งเลี้ยง-กุ้งธรรมชาติ ไทยเตรียมเจรจาปลดล็อกมาตรการหลังติดร่างแห
                เมื่อเดือนธันวาคม 2559 ออสเตรเลียรายงานพบโรคตัวแดงดวงขาวระบาดเป็นครั้งแรกในฟาร์มกุ้ง 3 แห่ง ของรัฐควีนส์แลนด์ ซึ่งกระทรวงเกษตรและทรัพยากรน้ำของออสเตรเลียได้ทำลายกุ้งทั้งหมด และดำเนินการสืบหาสาเหตุเพื่อแก้ไขปัญหาและกำจัดการระบาดแล้ว ทั้งนี้ภาคอุตสาหกรรมและสมาคมผู้เพาะเลี้ยงสันนิษฐานสาเหตุของการระบาดมาจากการปนเปื้อนผ่านกุ้งดิบแช่เยือกแข็งที่นำเข้าจากประเทศแถบเอเชีย
                จากสถานการณ์ดังกล่าว ออสเตรเลียจึงเตรียมประกาศมาตรการชั่วคราวเพื่อระงับการนำเข้ากุ้งดิบที่มาจากประเทศที่มีโรคตัวแดงดวงขาว เช่น เวียดนาม จีน มาเลเซีย และไทย โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และกรมประมง เตรียมที่จะเจรจากับออสเตรเลียเพื่อแก้ไขปัญหาและขอยกเลิกมาตรการระงับการนำเข้ากุ้งจากไทยโดยเร็วที่สุดแล้ว
การนำเข้ากุ้งไปยังออสเตรเลียในปัจจุบันกำหนดให้กุ้งดิบต้องถอดหัว ปอกเปลือก และกักกันเพื่อสุ่มตรวจ ณ ด่านนำเข้าที่ระดับความเข้มงวด 100% (สุ่มตรวจทุก Consignment สินค้า) โดยเมื่อปี 2558 ไทยสามารถส่งออกกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งไปยังออสเตรเลียคิดเป็นมูลค่า 955 ล้านบาท และกุ้งต้ม-กุ้งแปรรูปแช่เยือกแข็ง 1,135 ล้านบาท

 
สรุปโดย: สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

USA Food News_สถานการณ์นำเข้ากุ้ง US

ตามสถิติของ  The National Oceanic and Atmospheric Administration รายงานว่า ในเดือนมีนาคม 2559 ปริมาณการส่งออกกุ้งจากจีน เอกวาดอร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทยสู่สหรัฐฯ ลดลง ดังนี้  
  
          1. จีน จาก 1,867 ตัน เหลือ 854 ตัน คิดเป็น 54.3%

          2. เอกวาดอร์ จาก 8,951 ตัน เหลือ 5,396 ตัน คิดเป็น 39.7%

          3. มาเลเซีย จาก 1,835 ตัน เหลือ 27 ตัน คิดเป็น 98%

          4. อินโดนีเซีย จาก 9,618 ตัน เหลือ 8,909 ตัน คิดเป็น 7.4%

          5. ไทย จาก 6,256 ตัน เหลือ 5,230 ตัน คิดเป็น 16% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2558 

          อย่างไรก็ตาม ปริมาณการส่งออกกุ้งจาก เวียดนาม เม็กซิโก และอินเดียมีปริมาณการส่งออกกุ้งสู่สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 39% 20.2% และน้อยกว่า 1% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2558

          ทั้งนี้ ภาพรวมของปริมาณการส่งออกกุ้งสู่สหรัฐฯ ลดลงกว่า 13% จาก 45,966 ตัน เหลือ 39,952 ตัน
 
ที่มา: undercurrentnews สรุปโดย: สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2559

USA Food News_US-FDA แจ้งเตือนพบสารพิษตกค้างในกุ้ง

องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (USFDA) ออกประกาศแจ้งเตือนหลังสุ่มตรวจพบสารตกค้าง nitrofurans และ chloramphenicol  ในสินค้ากุ้งจากมาเลเซียซึ่งเป็นสารปฎิชีวนะต้องห้ามของสหรัฐฯ   (ยกเว้นรัฐซาบาห์และซาราวัก) โดยทาง USFDA ได้บันทึกรายชื่อของบริษัทที่มีการดำเนินการหรือขนส่งกุ้ง จากคาบสมุทรมาเลเซีย ในระบบ Import Alerts ส่งผลให้สินค้าที่นำเข้าจากบริษัทที่มีรายชื่ออยู่ในระบบ Import Alerts อาจถูกกักกันที่ด่านนำเข้าโดยไม่ต้องมีการตรวจสอบทางกายภาพ (physical examination) เพื่อเป็นการปกป้องสุขภาพของผู้บริโภคของสหรัฐฯ

                 ทั้งนี้ USFDA ได้ร้องขอให้ทางรัฐบาลมาเลเซียตรวจสอบสาเหตุของปัญหาการปนเปื้อนและปรับปรุงการดำเนินการทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อป้องกันการส่งออกกุ้งที่มีสารดังกล่าวจากมาเลเซียมายังสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันมาเลเซียได้ประกาศห้ามใช้สาร nitrofurans และ chloramphenicol ในธุรกิจฟาร์มอาหารทะเลแล้ว  แต่เนื่องจาก FDA ยังพบการปนเปื้อนของสารทั้ง 2 ชนิดในสินค้ากุ้งนำเข้าจากมาเลเซียอยู่  ซึ่งจากสถิติพบว่าในปีงบประมาณ 2558 มีการตรวจพบตัวอย่างจำนวน 45 จาก 138 ตัวอย่างทั้งหมดปนเปื้อนสาร nitrofurans และ chloramphenicol 


ที่มา : thefishsite.com : สรุปโดย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559

Thai_Food Law Update : เงื่อนไขการรับรองและการขอใบรับรองสุขอนามัยตามประเทศที่มีข้อกำหนด by DOF

รายการ UPDATE เงื่อนไขการตรวจรับรองแยกตามประเทศนะคะ
ไปดาวน์โหลด เก็บข้อมูลไว้และประชุมทีมเพื่อประยุกต์ใช้ในองค์กรสำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องนะคะ

ตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เวบไซต์กรมประมงค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

USA Food News_รูปแบบการนาเข้ากุ้งของสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนแปลงไปหลังจากปัญหาโรคกุ้ง EMS

ปริมาณการนาเข้ากุ้งของสหรัฐอเมริกาช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยการประเมินจากสถิติในอดีต 13 ปีติดต่อกันพบว่า ในช่วงครึ่งแรกจะมีการนาเข้าในปริมาณร้อยละ 41.7 ของปริมาณการนาเข้าตลอดทั้งปี และนาเข้าส่วนที่เหลือคือร้อยละ 51.8 ในช่วงครึ่งปีหลัง ทาให้สามารถทานายได้ว่า ในปี 2558 นี้จะมีการนาเข้ากุ้งทั้งสิ้นประมาณ 643,261 เมตริกตัน ซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์และสูงกว่า ปีที่ผ่านมาร้อยละ 11.8 ทั้งนี้ การนาเข้ากุ้งในปี 2557 มีปริมาณ 574,340 เมกตริกตัน ในขณะที่ราคาสินค้ากุ้งในประเทศสหรัฐฯ ลดต่าลงเป็นลาดับ
ตามปกติแล้วสหรัฐฯ จะมีคาสั่งซื้อกุ้งมากที่สุดในช่วงต้นเดือนมิถุนายนและจะสิ้นสุดการสั่งซื้อภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมของทุกปี ทั้งนี้ เพื่อให้ทันกับการจาหน่ายในเทศกาลช่วงวันหยุดต่างๆ ของประเทศ ในช่วงที่ประเทศผู้ผลิตกุ้งต่างประสบปัญหาโรคกุ้ง EMS (Early Mortality Syndrome) กุ้งในตลาดโลกมีปริมาณน้อยและราคาสูงมาก แต่จากการประเมินปริมาณนาเข้าในปีนี้จะเห็นว่า สถานการณ์การค้ากุ้งเข้าสู่ภาวะปกติเช่นเดียวกับช่วงก่อนการเกิดการระบาดโรคกุ้ง EMS แล้ว รูปแบบการนาเข้าของสหรัฐฯ เปลี่ยนไปจากเดิม โดยก่อนเกิดปัญหา EMS มักสั่งสินค้าล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ และนาเข้าในปริมาณสูง ขณะนี้ผู้นาเข้าส่วนมาก จะเปลี่ยนเป็นนาเข้าน้อยลงเท่าที่จาเป็น หรือเชื่อว่าไม่จาเป็นต้องนาเข้าครั้งละมากๆ เพื่อรองรับเทศกาลวันหยุดอีกต่อไป อาจเป็นเพราะว่าระบบการสั่งซื้อสินค้าในปัจจุบันมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถสั่งและรับสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ช่วงประสบปัญหา EMS กุ้งมีราคาสูงมาก แต่ปัจจุบันราคาลดลงและผู้ผลิตต่างต้องการขายและแข่งขันกันอย่างรุนแรง นักธุรกิจเรียนรู้ว่า เมื่อสินค้าราคาสูงขึ้นจะส่งผลให้ความต้องการซื้อสินค้าของผู้บริโภคลดลง และจะต้องใช้เวลานานกว่ามากในการสร้างอุปสงค์ให้กลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง สถานการณ์นาเข้ากุ้งมายังสหรัฐฯ ในช่วงนี้ถือว่าค่อนข้างซบเซา ผู้นาเข้าสหรัฐฯ ต่างยังมีปริมาณสินค้าในสต็อคมาก
ราคาสินค้ากุ้งจากอินเดียลดลงมากเกินไป ในขณะที่ผู้นาเข้ายังคงสามารถนาเข้าสินค้ากุ้งจากไทยได้ในราคาที่ไม่สูงนัก ส่วนราคากุ้งจากเวียดนามและอินโดนีเซียกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าใกล้ช่วงเทศกาลวันหยุดที่กาลังจะมาถึง บริษัทผู้นาเข้ารายหนึ่ง (บริษัท Siam Canadian) เห็นว่า ราคากุ้งไม่น่าลดลงไปมากกว่านี้อีกแล้วถึงแม้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินของบางประเทศในเอเชียจะอ่อนค่าลงก็ตาม โดยบริษัทดังกล่าวเห็นว่า เกษตรกรจะไม่ลงกุ้งในช่วงที่กุ้งราคาตกต่า ผู้นาเข้าสหรัฐฯ บางรายต้องการให้ราคาลดต่ากว่านี้จึงจะออกคาสั่งซื้อ ในขณะเดียวกันประเทศผู้ผลิตกุ้งต่างก็คาดหวังว่าจะมีคาสั่งซื้อเข้ามาอีกระลอกในช่วงใกล้เทศกาลวันหยุด ซึ่งผู้นาเข้ารายหนึ่งกลับเห็นว่า ถ้าไม่มีคาสั่งซื้อเข้ามาในช่วงนี้ก็อาจจะไม่มีคาสั่งซื้ออีกเลยจนสิ้นปี

ที่มา:
Undercurrentnews: Shirimp industry: US buying patterns have changed post-EMS (August 19, 2015)
Undercurrentnews: US shrimp imports on track for record says broker (August 18, 2015)
ฝ่ายการเกษตรประจาสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2558

รายชื่อชมรม/สมาคม ที่ออกใบกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ update 12 มิถุนายน 2558

ตอนนี้ยอดรวมการขออนุมัติเป็นผู้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ และลูกพันธุ์สัตว์น้ำ(MD และ FMD) ของกลุ่มองค์กรเอกชนและบุคคล  update จนถึง 12/6/2558 แล้วนะคะ ผู้เลี้ยง ผู้ผลิตหรือเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกุ้งอย่าลืมตรวจสอบข้อมูลด้วยนะคะ เพราะมียกเลิกและหมดอายุหลายชมรม/สมาคมจาก 133 รายชื่อ

http://www.shrimpaqua.com/

ดำเนินการโดย กองวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง (กพช.)

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Japan News_กระทรวงสาธารณสุขฯ ญี่ปุ่น ตรวจพบเชื้อแบคทีเรีย Vibrioในผลิตภัณฑ์กุ้ง นำเข้าจากไทย

กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการ ญี่ปุ่น ตรวจพบเชื้อแบคทีเรีย Vibrio Parahaemolyticus  (MPN) ผลิตภัณฑ์กุ้ง (Frozen Raw Sushi Shrimp) เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 ที่นำเข้าจากไทย โดยสินค้าล็อตดังกล่าวต้องถูกทำลายทิ้งหรือส่งคืนต้นทางตามข้อกำหนด ของกระทรวงสาธารณสุขฯ ญี่ปุ่น ทันที

                การตรวจพบดังกล่าว เป็นผลให้กระทรวงสาธารณสุขฯ ญี่ปุ่น เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวจากผลิตภัณฑ์กุ้ง Sushi ทุกรุ่นที่นำเข้าจากประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2558 เป็นต้นมา และหากตรวจพบปัญหาซ้ำอีก (แม้ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการรายอื่นก็ตาม) กระทรวงสาธารณสุขฯ ญี่ปุ่น อาจพิจารณาออกคำสั่งให้กักกันผลิตภัณฑ์กุ้ง sushi ทุกรุ่นที่นำเข้าจากประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในความปลอดภัยด้านอาหารของผลิตภัณฑ์กุ้งส่งออกจากประเทศไทย

                จึงขอให้ผู้ประกอบการไทย เพิ่มความระมัดมะวังในการผลิตและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์สินค้ากุ้งทุกชนิดก่อนส่งออกไปญี่ปุ่น

 
 
 
ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการ ญี่ปุ่น [ 6-08-58 ]
ที่มา มกอช.

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Vietnam News_เวียดนามขยายปริมาณส่งออกกุ้งอย่างต่อเนื่อง

สมาคมผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลของเวียดนาม (VASEP) รายงานสถิติการผลิตและส่งออกกุ้งในเดือนพฤษภาคม 2558 ดังนี้ 

                - เวียดนามสามารถส่งออกกุ้งเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2558 ถึง 9% โดยมีมูลค่ารวมถึง 242.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังคงต่ำกว่ามูลค่าส่งออกในเดือนพฤษภาคม 2557 ถึง 29.6% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2557 และในส่วนมูลค่าการส่งออกกุ้งในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2558 มีมูลค่ารวมประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2557 ถึง 29.4%

                - สาเหตุสำคัญของมูลค่าการส่งออกที่ลดลง เกิดจากการที่ประเทศผู้ซื้อกุ้งรายใหญ่ของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ลดปริมาณความต้องการบริโภค รวมทั้งการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการผลิตกุ้งทั่วโลกจากปัญหาโรคกุ้งตายด่วน (Early Mortality Syndrome : EMS) ทำให้ปริมาณการผลิตกุ้งทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 3.4 เป็น 3.6 ล้านตันในปี 2557 และส่งผลต่อราคารับซื้อกุ้งในตลาดที่ลดลง

                - สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ซื้อรายใหญ่ มีปริมาณการเก็บรักษากุ้งแช่แข็งเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อมูลค่าการส่งออกของเวียดนามในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2558 ลดลงถึง 52% จากปี 2557 เหลือเพียง 212.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

                - สำหรับสหภาพยุโรป ยังคงประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สถานการณ์ยูโรโซน ทำให้ค่าเงินสกุลยูโรเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐลดลง และความต้องการซื้อกุ้งลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้ปริมาณการนำเข้ากุ้งจากเวียดนามลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2557 ถึง 13.8% เหลือเพียง 192.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

                - กุ้งขาว (แวนนาไม) ยังคงเป็นสินค้าหลักที่สามารถส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก โดยมีมูลค่ารวมเป็นสัดส่วนถึง 57.5% (579.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และกุ้งกุลาดำอยู่ที่ 346.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
 
 
 
ที่มา : The Fish Site  [ 05-08-2558 ]
ที่มา มกอช.