รายการ UPDATE เงื่อนไขการตรวจรับรองแยกตามประเทศนะคะ
ไปดาวน์โหลด เก็บข้อมูลไว้และประชุมทีมเพื่อประยุกต์ใช้ในองค์กรสำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องนะคะ
ตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เวบไซต์กรมประมงค่ะ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารทะเล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารทะเล แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558
Vietnam News_เวียดนามขยายปริมาณส่งออกกุ้งอย่างต่อเนื่อง
สมาคมผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลของเวียดนาม (VASEP) รายงานสถิติการผลิตและส่งออกกุ้งในเดือนพฤษภาคม 2558 ดังนี้
- เวียดนามสามารถส่งออกกุ้งเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2558 ถึง 9% โดยมีมูลค่ารวมถึง 242.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังคงต่ำกว่ามูลค่าส่งออกในเดือนพฤษภาคม 2557 ถึง 29.6% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2557 และในส่วนมูลค่าการส่งออกกุ้งในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2558 มีมูลค่ารวมประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2557 ถึง 29.4%
- สาเหตุสำคัญของมูลค่าการส่งออกที่ลดลง เกิดจากการที่ประเทศผู้ซื้อกุ้งรายใหญ่ของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ลดปริมาณความต้องการบริโภค รวมทั้งการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการผลิตกุ้งทั่วโลกจากปัญหาโรคกุ้งตายด่วน (Early Mortality Syndrome : EMS) ทำให้ปริมาณการผลิตกุ้งทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 3.4 เป็น 3.6 ล้านตันในปี 2557 และส่งผลต่อราคารับซื้อกุ้งในตลาดที่ลดลง
- สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ซื้อรายใหญ่ มีปริมาณการเก็บรักษากุ้งแช่แข็งเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อมูลค่าการส่งออกของเวียดนามในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2558 ลดลงถึง 52% จากปี 2557 เหลือเพียง 212.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- สำหรับสหภาพยุโรป ยังคงประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สถานการณ์ยูโรโซน ทำให้ค่าเงินสกุลยูโรเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐลดลง และความต้องการซื้อกุ้งลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้ปริมาณการนำเข้ากุ้งจากเวียดนามลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2557 ถึง 13.8% เหลือเพียง 192.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- กุ้งขาว (แวนนาไม) ยังคงเป็นสินค้าหลักที่สามารถส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก โดยมีมูลค่ารวมเป็นสัดส่วนถึง 57.5% (579.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และกุ้งกุลาดำอยู่ที่ 346.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เวียดนามสามารถส่งออกกุ้งเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2558 ถึง 9% โดยมีมูลค่ารวมถึง 242.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังคงต่ำกว่ามูลค่าส่งออกในเดือนพฤษภาคม 2557 ถึง 29.6% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2557 และในส่วนมูลค่าการส่งออกกุ้งในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2558 มีมูลค่ารวมประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2557 ถึง 29.4%
- สาเหตุสำคัญของมูลค่าการส่งออกที่ลดลง เกิดจากการที่ประเทศผู้ซื้อกุ้งรายใหญ่ของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ลดปริมาณความต้องการบริโภค รวมทั้งการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการผลิตกุ้งทั่วโลกจากปัญหาโรคกุ้งตายด่วน (Early Mortality Syndrome : EMS) ทำให้ปริมาณการผลิตกุ้งทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 3.4 เป็น 3.6 ล้านตันในปี 2557 และส่งผลต่อราคารับซื้อกุ้งในตลาดที่ลดลง
- สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ซื้อรายใหญ่ มีปริมาณการเก็บรักษากุ้งแช่แข็งเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อมูลค่าการส่งออกของเวียดนามในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2558 ลดลงถึง 52% จากปี 2557 เหลือเพียง 212.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- สำหรับสหภาพยุโรป ยังคงประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สถานการณ์ยูโรโซน ทำให้ค่าเงินสกุลยูโรเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐลดลง และความต้องการซื้อกุ้งลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้ปริมาณการนำเข้ากุ้งจากเวียดนามลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2557 ถึง 13.8% เหลือเพียง 192.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- กุ้งขาว (แวนนาไม) ยังคงเป็นสินค้าหลักที่สามารถส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก โดยมีมูลค่ารวมเป็นสัดส่วนถึง 57.5% (579.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และกุ้งกุลาดำอยู่ที่ 346.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา : The Fish Site [ 05-08-2558 ]
ที่มา มกอช.
วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
USA-Thai News_ ผลกระทบสถานการณ์การค้ามนุษย์ในไทยที่ถูกจัดให้คงอยู่ที่ระดับ Tier 3
กระทรวงต่างประเทศออกแถลงการณ์ตอบโต้สหรัฐอเมริกา โดยระบุว่าผลการจัดให้ไทยคงอยู่ที่ระดับ Tier 3 ไม่สะท้อนพัฒนาการการแก้ปัญหาที่ดีของไทย
วันที่ข่าว : 27 กรกฎาคม 2558
วันที่ข่าว : 27 กรกฎาคม 2558
กระทรวงต่างประเทศออกแถลงการณ์ตอบโต้สหรัฐอเมริกา โดยระบุว่าผลการจัดให้ประเทศไทยยังคงอยู่ที่ระดับ Tier 3 ไม่สะท้อนพัฒนาการการแก้ปัญหาที่ดีของไทยในหลายด้าน ยืนยันรัฐบาลยังคงมุ่งมั่นดำเนินการต่อต้านการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง เพื่อความมั่นคงและมนุษยธรรมต่อไป
รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
Note : จัดลำดับว่าไทยแย่มาพร้อมๆกับพี่ EU เชียว =_=" มาดูผลกระทบกับไทยกัน และที่สำคัญอะไรคือ Tier ?
การจัดลำดับในรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์
เทียร์ 1 (Tier 1) – หมายถึงประเทศหรือรัฐบาลที่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายปกป้องเหยื่อการค้ามนุษย์ (ทีวีพีเอ) อย่างครบถ้วน
เทียร์ 2 (Tier 2) – หมายถึงประเทศหรือรัฐบาลที่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของ ทีวีพีเอ ไม่ครบถ้วน แต่มีความพยายามอย่างมีนัยสำคัญเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานเหล่านั้น
เทียร์ 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง (Tier 2 Watchlist) – หมายถึงประเทศที่การค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น, ล้มเหลวในการแสดงหลักฐานการเพิ่มความพยายามในการต่อสู้กับการค้ามนุษย์ในปีที่ผ่านมา และถูกพิจารณาว่ากำลังพยายามอย่างมีนัยสำคัญเพื่อให้สามารถทำตามมาตรฐานขั้นต่ำของ ทีวีพีเอ โดยสัญญาว่าจะใช้มาตรการเพิ่มเติมในอนาคตภายในปีถัดไป
เทียร์ 3 (Tier 3) – หมายถึงประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายด้านการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ และไม่ได้ใช้ความพยายามอย่างมีนัยสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์
สาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยยังคงอยู่ในขั้น “เทียร์ 3″
แต่เดิมประเทศไทยเราอยู่ในลำดับ “เทียร์ 2″ แต่เมื่อปีที่แล้ว (2014) ไทยถูกลดอันดับลงไปเป็นเทียร์ 3 โดยส่วนหนึ่งมาจากปัญหาละเมิดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเล
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา รายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ปี 2015 เราก็ยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้ระดับเทียร์ 3 โดยรายงานล่าสุดของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า
“รัฐบาลไทยไม่ได้ปฏฺิบัติตามอย่างสมบูรณ์ต่อมาตรฐานขั้นต่ำสุด เพื่อจำกัดการค้ามนุษย์ และไม่พยายามมากพอ ไทยได้สืบสวนและดำเนินคดีกับเหล่าเจ้าหน้าที่พวกที่พัวพันการค้ามนุษย์บ้าง แต่ปัญหาคอร์รัปชันที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ยังเป็นอุปสรรคในการต่อสู้กับการค้ามนุษย์”
นอกเหนือจากไทยแล้ว ประเทศที่อยู่ในเทียร์ 3 ซึ่งเป็นอันดับต่ำสุดในรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ ก็มี รัสเซีย อิหร่าน ลิเบีย เวเนซุเอลา แอลจีเรีย ซีเรีย เยเมน เกาหลีเหนือ ซูดานใต้และซิมบับเว
ผลของการที่ประเทศไทยตกอยู่ในขั้นเทียร์ 3
- อาจสูญเสียความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐฯในด้านต่างๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการค้าอาจเผชิญหน้ากับการถูกสหรัฐฯคัดค้านความช่วยเหลือจากสถาบันสำคัญระหว่างประเทศ อาทิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และเวิลด์ แบงก์ (หรือธนาคารโลก) อาจรวมถึงการถูกสหรัฐฯคัดค้านรวมถึงความช่วยเหลือจากองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ระหว่างประเทศ
CR.www.zcooby.com
โดยข้อเท็จจริง การที่ประเทศใดก็ตามถูกจัดอยู่ใน Tier 2 ติดต่อกันเป็นเวลา 4 ปี ตามระเบียบจะถูกปรับลดลงไปอยู่ใน Tier 3 โดยอัตโนมัติ การจัดอันดับดังกล่าวนี้เป็นมาตรการที่สหรัฐอเมริกาใช้เป็นบทอ้างอิงใน การปรับลดความช่วยเหลือที่มีให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในส่วนของไทย และมาเลเซียที่ถูกปรับลดมาอยู่ใน Tier 3 พร้อมกันนี้ นับว่าโชคดีที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจไม่ดาเนินมาตรการคว่าบาตร ส่วนหนึ่งคงเพราะสถานการณ์ปัจจุบันของสหรัฐอเมริกาที่ต้องการผูกมิตรกับประเทศต่างๆ มากกว่าสร้างความบาดหมางคลางแคลงใจ
ปัญหาสถานการณ์ TIP Report และ IUU(การต่อต้านการทาการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุมออกโดย EU) ถือว่าเป็นปัญหาที่สาคัญยิ่งของสินค้าประมงไทยในอนาคตควรต้องพัฒนาระบบควบคุมการทำประมง แบบ IUU ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งด้านกฎหมายและการดาเนินมาตรการบังคับใช้ให้เป็นรูปธรรม
การส่งออกก็ก้มหน้ารับปัญหาหาวิธีรับมือกันไป สู้ๆ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)