แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกณฑ์ยอมรับ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกณฑ์ยอมรับ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2561

Update Food Regulation_THDOF: แจ้งปรับมาตรฐานเคมีสำหรับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำส่งออก

สำหรับผู้ที่ผลิต ส่งออก สินค้าอาหารทะเล
ทางกองตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมง แจ้งปรับมาตรฐานเคมีสำหรับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำส่งออก จะมีผลบังคับใช้ 3 มกราคม 2562

ติดตามรายละเอียดได้ที่กตส.กรมประมงนะคะ


วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561

Update Food Law_Codex : Codex standard last modified 2018

list ไหนที่เกี่ยวข้องลองไปดาวน์โหลดมาเป็นคู่มือนะคะ
http://www.fao.org/fao-who-codexalimentarius/codex-texts/list-standards/en/

#Guideline

CAC/GL 36-1989 Class Names and the International Numbering System for Food Additives


#Miscellaneous

CAC/MISC 6-2018 List of Codex Specifications for Food Additives


#Code of Hygienic

CAC/RCP 75-2015 Code of Hygienic Practice for Low-Moisture Foods


#Standard

CODEX STAN 1-1985 General Standard for the Labelling of Prepackaged Foods

CODEX STAN 37-1991 Standard for Canned Shrimps or Prawns

CODEX STAN 70-1981 Standard for Canned Tuna and Bonito

CODEX STAN 90-1981 Standard for Canned Crab Meat

CODEX STAN 94-1981 Standard for Canned Sardines and Sardine-Type Products

CODEX STAN 119-1981 Standard for Canned Finfish

CODEX STAN 167-1989 Standard for Salted Fish and Dried Salted Fish of the Gadidae Family of Fishes

CODEX STAN 192-1995 General Standard for Food Additives

CODEX STAN 207-1999 Standard for Milk Powders and Cream Powder

CODEX STAN 208-1999 Group Standard for Cheeses in Brine

CODEX STAN 221-2001 Group Standard for Unripened Cheese including Fresh Cheese

CODEX STAN 222-2001 Standard for Crackers from Marine and Freshwater Fish, Crustaceans and Molluscan Shellfish

CODEX STAN 243-2003 Standard for Fermented Milks

CODEX STAN 244-2004 Standard for Salted Atlantic Herring and Salted Sprat

CODEX STAN 249-2006 Standard for Instant Noodles

CODEX STAN 250-2006 Standard for a Blend of Evaporated Skimmed Milk and Vegetable Fat

CODEX STAN 251-2006 Standard for a Blend of Skimmed Milk and Vegetable Fat in Powdered Form

CODEX STAN 252-2006 Standard for a Blend of Sweetened Condensed Skimmed Milk and Vegetable Fat

CODEX STAN 253-2006 Standard for Dairy Fat Spreads

CODEX STAN 263-1966 Standard for Cheddar

CODEX STAN 264-1966 Standard for Danbo

CODEX STAN 265-1966 Standard for Edam

CODEX STAN 266-1966 Standard for Gouda

CODEX STAN 267-1966 Standard for Havarti

CODEX STAN 268-1966 Standard for Samsø

CODEX STAN 269-1967 Standard for Emmental

CODEX STAN 270-1968 Standard for Tilsiter

CODEX STAN 271-1968 Standard for Saint-Paulin

CODEX STAN 272-1968 Standard for Provolone

CODEX STAN 273-1968 Standard for Cottage Cheese

CODEX STAN 274-1969 Standard for Coulommiers

CODEX STAN 275-1973 Standard for Cream Cheese

CODEX STAN 276-1973 Standard for Camembert

CODEX STAN 277-1973 Standard for Brie

CODEX STAN 278-1978 Standard for Extra Hard Grating Cheese

CODEX STAN 279-1971 Standard for Butter

CODEX STAN 280-1973 Standard for Milkfat Products

CODEX STAN 281-1971 Standard for Evaporated Milks

CODEX STAN 282-1971 Standard for Sweetened Condensed Milks

CODEX STAN 283-1978 General Standard for Cheese

CODEX STAN 284-1971 Standard for Whey Cheeses

CODEX STAN 288-1976 Standard for Cream and Prepared Creams

CODEX STAN 289-1995 Standard for Whey Powders

CODEX STAN 290-1995 Standard for Edible Casein Products

CODEX STAN 291-2010 Standard for Sturgeon Caviar

CODEX STAN 302-2011 Standard for Fish Sauce

CODEX STAN 311-2013 Standard for Smoked Fish, Smoke-Flavoured Fish and Smoke-Dried Fish

CODEX STAN 319-2015 Standard for Certain Canned Fruits

CODEX STAN 330-2018 Standard for Aubergines

วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560

Japan Food News_ญี่ปุ่นพิจารณาปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีตกค้าง 7 รายการ และวิธีทดสอบ Propham

 กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการญี่ปุ่น (MHLW) พิจารณาปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีตกค้าง (MRL) ตามพระราชบัญญัติสุขอนามัยอาหารญี่ปุ่น โดยมีค่า MRL ที่ถูกปรับเข้มงวดขึ้น และมีผลกระทบต่อสินค้าเกษตร สรุปได้ดังนี้ 

click ที่ link เพื่อดาวน์โหลดนะคะ
                
ตารางสรุป

                MHLW พิจารณากำหนดวิธีทดสอบสำหรับสาร Propham ซึ่งกฎหมายญี่ปุ่นห้ามมิให้มีการตกค้างในอาหารทุกประเภท วิธีทดสอบที่กำหนดนี้มี Limit of quantification ณ ระดับ 0.01 mg/kg
(รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ : http://www.acfs.go.th/news/docs/Earlywarning_acfs_27_11_60.pdf )
ที่มา: มกอช. 

วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Japan Food News_ญี่ปุ่น: MHLW ปรับปรุงค่า MRL สารตกค้าง ครั้งที่ 194 และ 195

 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม และ 23 กันยายน 2559 กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการญี่ปุน (MHLW) ได้จัดประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานค่าสารเคมีตกค้าง (MRL) ตามพระราชบัญญัติสุขอนามัยอาหารญี่ปุ่น ครั้งที่194 และ195 (The 194th& 195th Conference for Promotion of Food Import Facilitation) มีสาระสำคัญดังนี้
         1. กำหนดค่า MRL ของสารกำจัดรา Chinomethionat และ Mepanipyrim สารกำจัดไร Cyflumetofen สารกำจัดวัชพืช Saflufenacil สารกำจัดพยาธิ Imicyafos ฮอร์โมนพืช Abamectin และ Prohexadione-calcium และยาสัตว์ Altrenogest, Closantel และ Lomefloxacin ในสินค้าเกษตรต่างๆ รวมทั้งปรับปรุงมาตรฐานค่า MRL โดยจะมีความเข้มงวดเพิ่มขึ้นสำหรับผลผลิตทางการเกษตรและอาหาร รายละเอียดตามตารางในหน้า 6-24  โดยกำหนด Uniform limit ที่ 0.01 ppm ในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปรากฏในตารางค่า MRL ยกเว้นยาสัตว์ Lomefloxacin ที่ห้ามพบการตกค้าง
               2. กำหนดค่า MRL ของสารกำจัดรา Hexaconazole, Prothioconazole, Pyriofenone, Simeconazole และ Thifensulfuron methyl สารกำจัดแมลง Lepimectin และ Spirotetramat สารกำจัดวัชพืชPrometryn และ Thifluzamide และยาสัตว์ Albendazole ในสินค้าเกษตรต่างๆ รวมทั้งปรับปรุงมาตรฐานค่า MRL โดยมีความเข้มงวดเพิ่มขึ้นกับอาหารและผลิตผลทางการเกษตรหลายชนิดของไทย รายละเอียดตามตารางหน้า 6-23 โดยกำหนด Uniform limit ที่ 0.01 ppm ในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปรากฏในตารางค่า MRL
              3. พิจารณากำหนดวิธีทดสอบสำหรับยาสัตว์ Coumaphos หรือ Coumafos ซึ่งกฎหมายญี่ปุ่นห้ามพบการตกค้างในอาหารทุกประเภท รายละเอียดตามตารางหน้า 23-33  โดยกำหนด Limit of quantification ที่ 0.01 mg/kg
               เอกสารแนบ: รายละเอียดการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานค่าสารเคมีตกค้างของ MHLW ครั้งที่ 194 และ 195

http://www.acfs.go.th/news/docs/25_11_59_194th.pdf
 
 
 สรุปโดย: มกอช.

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Australia Food Law _ List หลักเกณฑ์การนำเข้าส่งออกสินค้าสัตว์น้ำของออสเตรเลีย

ถ้าส่งออกสินค้าสัตว์น้ำไป ออสเตรเลีย อย่าลืมมีรายการเกณฑ์การนำเข้าส่งออกตามนี้เป็นข้อมูลนะคะ
หลักเกณฑ์การส่งออกผลิตภัณฑ์แซลมอนไปยังออสเตรเลีย
หลักเกณฑ์การส่งออกสินค้ากุ้งไปออสเตรเลีย

ที่มา กรมประมงค่ะ

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2559

USA Food News_US-FDA แจ้งเตือนพบสารพิษตกค้างในกุ้ง

องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (USFDA) ออกประกาศแจ้งเตือนหลังสุ่มตรวจพบสารตกค้าง nitrofurans และ chloramphenicol  ในสินค้ากุ้งจากมาเลเซียซึ่งเป็นสารปฎิชีวนะต้องห้ามของสหรัฐฯ   (ยกเว้นรัฐซาบาห์และซาราวัก) โดยทาง USFDA ได้บันทึกรายชื่อของบริษัทที่มีการดำเนินการหรือขนส่งกุ้ง จากคาบสมุทรมาเลเซีย ในระบบ Import Alerts ส่งผลให้สินค้าที่นำเข้าจากบริษัทที่มีรายชื่ออยู่ในระบบ Import Alerts อาจถูกกักกันที่ด่านนำเข้าโดยไม่ต้องมีการตรวจสอบทางกายภาพ (physical examination) เพื่อเป็นการปกป้องสุขภาพของผู้บริโภคของสหรัฐฯ

                 ทั้งนี้ USFDA ได้ร้องขอให้ทางรัฐบาลมาเลเซียตรวจสอบสาเหตุของปัญหาการปนเปื้อนและปรับปรุงการดำเนินการทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อป้องกันการส่งออกกุ้งที่มีสารดังกล่าวจากมาเลเซียมายังสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันมาเลเซียได้ประกาศห้ามใช้สาร nitrofurans และ chloramphenicol ในธุรกิจฟาร์มอาหารทะเลแล้ว  แต่เนื่องจาก FDA ยังพบการปนเปื้อนของสารทั้ง 2 ชนิดในสินค้ากุ้งนำเข้าจากมาเลเซียอยู่  ซึ่งจากสถิติพบว่าในปีงบประมาณ 2558 มีการตรวจพบตัวอย่างจำนวน 45 จาก 138 ตัวอย่างทั้งหมดปนเปื้อนสาร nitrofurans และ chloramphenicol 


ที่มา : thefishsite.com : สรุปโดย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559

EU Food News_EU อนุญาตให้ใช้ gamma-glutamyl-valyl-glycine เป็นสารแต่งกลิ่นรสในอาหาร

เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙ สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Regulation (EU) No 1098/2014 of 17 October 2014 amending Annex I to Regulation (EC) No 1334/2008 of the European Parliament and of the Council as regards inclusion of gamma-glutamyl-valyl-glycine in the Union list of flavouring substances ใน EU Official Journal L 13/40 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
                 ๑. กฎระเบียบใหม่นี้เป็นการแก้ไข Annex I (Part A) ใน Regulation (EC) No 1334/2008 ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อวัตถุเจือปนอาหาร (food additives) ที่สหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในอาหาร การแก้ไขในครั้งนี้ สืบเนื่องจากหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหาร ประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA) ได้ประเมินความปลอดภัยในการใช้สาร gamma-glutamyl-valyl-glycine (FL ๑๗.๐๓๘) และพบว่าไม่มีความเสี่ยงต่อผู้บริโภค หากใช้ในปริมาณที่กำหนด
                 ๒. ในการนี้ EU จึงเห็นควรอนุญาตให้ใช้สาร gamma-glutamyl-valyl-glycine เป็นสารแต่งกลิ่นรสในอาหารได้ โดยมีเงื่อนไขของปริมาณการใช้งานตามประเภทสินค้าอาหารที่ระบุในภาคผนวก
                 ๓. กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันหลังจากที่ประกาศลงใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙)  สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวนี้สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก เวปไซต์ ดังต่อไปนี้


โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป 

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2559

ประกาศกฎกระทรวงเรื่อง กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร สำหรับเมล็ดถั่วลิสง


ประกาศกฎกระทรวงเรื่อง กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร สำหรับ
เมล็ดถั่วลิสง : ข้อกำหนดปริมาณอะฟลาท๊อกซินเป็นมาตรฐานบังคับ พ.ศ.2558
มีผลบังคับใช้ 6 มกราคม 2560




วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558

EU News : EU ปรับแก้ไขค่าตกค้างสูงสุด (Maximum Levels) ของสาร Ochratoxin A ในสินค้าพริก

เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘ 
                  สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1137 of 13 July 2015 amending Regulation (EC) No  1881/2006 as regards the maximum levels of Ochratoxin A in Capsicum spp. Spices 
                  โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 185/11 ซึ่งเป็นการปรับระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุด (Maximum levels) ของสาร ochratoxin A สินค้าพริก (เครื่องเทศ) ขึ้นใหม่ โดยแก้ไขค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดที่เคยกำหนดไว้ในกฎระเบียบเดิม คือ  Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้ค่าตกค้างสูงสุดของสารดังกล่าวมีความสอดคล้องกับผลวิจัยประเมินความเสี่ยงและผลจากการที่ผู้ประกอบการได้มีการปรับใช้หลักการปฎิบัติที่ดี (good practices) ทางการผลิตควบคู่ไปด้วย ซึ่งสามารถใช้ควบคุมการปนเปื้อนได้ในระดับหนึ่ง
ที่ผ่านมา EU เคยกำหนดค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสาร Ochratoxin A ที่ตกค้างในพริก ไว้ที่ระดับ ๓๐ ug/kg จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ ขณะนี้ EU ต้องการยกระดับการควบคุมความ ปลอดภัยของห่วงโซ่อาหารและสุขอนามัยผู้บริโภคในสหภาพยุโรป จึงปรับลดค่าดังกล่าวให้อยู่ที่ระดับระหว่าง  ๑๕ – ๒๐ ug/kg (ค่าตกค้างสูงสุดใหม่ตามปรากฎในภาคผนวกของกฎระเบียบฉบับนี้) กล่าวคือ
-        เครื่องเทศ รวมถึงเครื่องเทศแห้ง Piper spp. (ผลของ Piper spp. รวมถึงพริกไทยขาวและดำ)    กำหนดที่ระดับ ๑๕  ug/kg (จันทร์เทศ ขิง และขมิ้นชัน)
-        พริก (ผลแห้ง ทั้งเม็ดหรือในรูปผง รวมถึงพริก พริกแห้ง พริกคาเยน และพริกหยวก) กำหนดที่ระดับ ๒๐ ug/kg
-       เครื่องเทศผสมที่มีส่วนประกอบใดๆ ตามที่กล่าวข้างต้น    กำหนดที่ระดับ ๑๕ ug/kg
กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันภายหลังจากที่มีการประกาศลงใน EU Official Journal  (ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘) และให้มีผลบังคับใช้ย้อนหลังมาตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี EU อนุโลมให้พริกที่ใช้ค่าอนุโลมเดิมสามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนถึงวันที่สินค้าอยู่ในสภาพที่ควรบริโภคได้ (until their date of minimum durability) หรือเมื่อถึงวันที่สินค้าหมดอายุการบริโภค (use-by-date)
สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ดังต่อไปนี้


รายงานโดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป (2.thaieurope)