แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปศุสัตว์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปศุสัตว์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560

India Food News_อินเดียเตรียมออกระเบียบจำกัดการใช้ยาปฏิชีวนะเลี้ยงสัตว์

กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการครอบครัวอินเดียเตรียมปรับปรุงระเบียบกำหนดปริมาณตกค้างสูงสุดของยาสัตว์และยาปฏิชีวนะที่ใช้ในไก่ สุกร และปศุสัตว์ชนิดอื่นๆ ครอบคลุมยาปฏิชีวนะ 42 ชนิด และยาสัตว์ 77 ชนิด เพื่อลดปริมาณการใช้ยาปฏิชีวนะเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตในอุตสาหกรรมปศุสัตว์
                ทั้งนี้ การปรับปรุงระเบียบดังกล่าวเป็นผลจากความกังวลต่อเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ หลังองค์กรควบคุมความปลอดภัยและมาตรฐานด้านอาหารของอินเดีย (FSSAI) ศึกษาปริมาณยาปฎิชีวนะตกค้างในเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกที่จำหน่ายในประเทศ ส่วนศูนย์วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมพบว่ากระบวนการกำจัดของเสียในฟาร์มสัตว์ปีกอย่างไม่เหมาะสมอาจมีความเสี่ยงที่จะทำให้เชื้อต่างๆติดต่อมาสู่คน นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าเชื้อแบคทีเรีย E.coli ทุกตัวอย่าง เชื้อ Klebsiella 
pneumoniae ร้อยละ 92 และเชื้อ Staphylococcus lentus ร้อยละ 78 ดื้อยาปฏิชีวนะหลายชนิด
 
ที่มา: globalmeatnews.com สรุป: โดย มกอช.

วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560

สารเร่งเนื้อแดงอันตราย


สารเร่งเนื้อแดงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉ.269 ปี พ.ศ.2546 คือกลุ่มบีต้าอะโกนิสต์ ต์ (beta-agonist) ที่เกณฑ์การยอมรับคือห้ามพบหรือไม่ให้ใช้ แต่ก็ยังมีหลุดรอดลักลอบใช้อยู่นะคะ ตัวที่มักนิยมใช้และเคยตรวจพบ เด่นๆมี 3 ตัว คือ  เช่น ซัลบูทามอล (Salbutamol)  เคลนบูเทอรอล ( Clenbuterol) แรคโตพามีน (Ractopamine) 


วันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2560

Thai Food News_กรมปศุสัตว์ สั่งคุมเข้มการใช้โคลิสติน หากฝ่าฝืนโดนลงโทษ

กรมปศุสัตว์ออกคำสั่งสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรให้ควบคุมการใช้ยา Colistin (โคลิสติน) อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยาแพร่ระบาดในมนุษย์และสัตว์ โดยให้ดำเนินการดังนี้
                 1. ห้ามสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มสั่งหรือใช้ยาโคลิสตินผสมอาหารหรือละลายน้ำให้สัตว์กินเพื่อป้องกันโรค
                 2. หากสัตว์มีอาการป่วยให้สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มใช้หลักวิชาการสัตวแพทย์ในการรักษา ส่วนยา
โคลิสตินจะใช้ได้เมื่อไม่มียาปฏิชีวนะชนิดไหนใช้ได้ผลเท่านั้น
                 3. สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มต้องรายงานการใช้ยาโคลิสตินแก่สำนักงานปศุสัตว์เมื่อใช้ยาดังกล่าว
                 4. สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มต้องคัดกรองและตรวจสอบอาหารสัตว์สำเร็จต้องไม่โคลิสตินผสมอยู่
          5. กรมปศุสัตว์จะส่งเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจฟาร์ม หากพบการใช้โคลิสตินที่นอกเหนือจากข้อสองจะพิจารณาสถานะสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์ม
            เมื่อปี 2558 จีนพบหมูและคนดื้อยาโคลิสตินจากยีน MCR-1 ที่สามารถส่งสารพันธุกรรมหรือเชื้อดื้อยาข้ามจากสัตว์มาสู่คน และจากคนไปสัตว์ รวมถึงสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ในช่วงปี 2553-2558 มีรายงานการพบยีน MCR-1 ในมนุษย์ หมู และไก่ ใน 16 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ทั้งนี้  ข้อมูลจากทีมวิจัยสัวตแพทย์ จุฬาฯ ที่นำตัวอย่างเชื้อจากฟาร์มหมูในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม ราชบุรี และชลบุรี จำนวน 17 ฟาร์ม ที่เก็บไว้ตั้งแต่ปี 2547-2557 มาวิเคราะห์พบเชื้อดื้อยาโคลิสตินร้อยละ 40-100 และพบยีนดื้อยา MCR-1 จำนวนร้อยละ 20-66 และยืนยันการพบยีนกลายพันธุ์ชนิดนี้ในคนไทยแล้ว 3 คน
 
ที่มา: allaboutfeed.net สรุปโดย: มกอช.

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Hongkong Food News_ฮ่องกงอนุญาตค้าสัตว์ปีกอีกครั้งหลังพบเชื้อไข้หวัดนก

กระทรวงอาหารและสุขภาพฮ่องกง อนุญาตให้ค้าสัตว์ปีกมีชีวิตได้อีกครั้ง ในวันที่ 9 มิ.ย. 2559 หลังจากรัฐบาลได้ทำการประเมินความเสี่ยง โดยการสำรวจสถานการณ์จากการสุ่มตรวจสัตว์ปีก 3360 ตัวอย่างจากฟาร์มท้องถิ่นและ 270 ตัวอย่างจากตลาดค้าส่ง Cheung Sha Wan พบว่าไม่มีการติดเชื้อไข้หวัดนก H7N9
                ทั้งนี้ กระทรวงเกษตร ประมง และทรัพยากรฮ่องกง แจ้งว่าจุดค้าส่งสัตว์ปีก 90 แห่ง จากทั้งหมด 130 ได้ผ่านการตรวจสอบสุขอนามัยแล้ว และจะทยอยตรวจสอบจุดค้าส่งที่เหลือต่อไป สำหรับที่มาของไข้หวัดนกที่ได้มีการตรวจพบเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วนั้นยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ
        

ที่มา : www.china.org.cn
สรุปโดย : 
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

Russia Food News_รัสเซียขยายเวลายับยั้งการนำเข้าอาหารกระทั่งสิ้นปี 2560

รัสเซียเตรียมร่างข้อบังคับเพื่อขยายเวลาการห้ามนำเข้าสินค้าอาหาร (food embargo) จากหลายประเทศ  รวมทั้งกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐฯ ไปจนถึงสิ้นปี 2560 ซึ่งมาตรการดังกล่าวได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2557 เพื่อตอบโต้การแทรกแซงของชาติตะวันตกในกรณีวิกฤตการณ์ ยูเครน  โดยการยับยั้งการนำเข้านี้จะรวมถึงเนื้อสัตว์ ปลา  ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ผลไม้ ผัก และยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เพิ่มเติมในรายการภายหลัง อาทิ ผลิตภัณฑ์นมที่ปราศจากน้ำตาลแล็คโตส (Lactose-free milk) ปลาแซลมอน และปลาเทราต์ จากการรายงานของ EU พบว่าผู้ผลิตอาหารจะต้องส่งออกไปยังประเทศที่สามมากขึ้นเพื่อทดแทนตลาดสินค้าของรัสเซียที่ขาดหายไป
                รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรรัสเซียได้ให้ความเห็นว่าข้อบังคับดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อเกษตรกรรัสเซีย ทั้งนี้ข้อบังคับเดิมจะมีผลถึงเดือนสิงหาคม 2559 ซึ่งหากจะขยายเวลาในการยับยั้ง จะต้องผ่านการอนุมัติจากประธานาธิบดีรัสเซียก่อนเดือนตุลาคม 2559
                อย่างไรก็ตามร่างข้อบังคับดังกล่าวได้มีการอนุโลมให้สามารถนำเข้าส่งออกสินค้า เนื้อสัตว์ปีก เนื้อวัว และผักที่ใช้อุตสาหกรรมอาหารสำหรับเด็ก ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการค้าสินค้าเหล่านี้ในรัสเซียมากขึ้น
ที่มา : The Pig Site
สรุปโดย : 
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ 

USA Food News_สหรัฐฯตรวจพบแบคทีเรียที่มีความต้านทานยา Colistin ในสุกรเลี้ยง

สหรัฐฯยืนยีนพบเชื้อ E.coli สายพันธุ์ดื้อยา Colistin ในมนุษย์ ชี้มียีนชนิดเดียวกับที่ตรวจพบก่อนหน้านี้ของเชื้อดื้อยาในลำไส้สุกร หวั่นเป็นภัยร้ายแรงด้านสาธารณะสุข
                กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) และกระทรวงสาธารณสุข (Department of Health and Human Services : HSS) พบเชื้อแบคทีเรีย E.coli ที่มียีน mcr-1 ส่งผลให้เชื้อดังกล่าวดื้อยา Colistin ที่เป็นยาปฏิชีวนะที่ต้องควบคุมการใช้เป็นพิเศษ และใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยาหลายชนิดในเวลาเดียวกัน ซึ่งไม่สามารถรักษาด้วยยาปฏิชีวนะทั่วไปตามท้องตลาดได้
                เชื้อดื้อยา Colistin ถูกค้นพบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2558 ทั้งในจีน ยุโรป และแคนาดา โดยนอกจากเชื้อ E.coli ยังพบสายพันธุ์ Salmonella Typhimurium ในฟาร์มสุกรอีก ซึ่งเชื้อดังกล่าวเป็นสาเหตุสำคัญของโรคท้องร่วง และก่อให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงในมนุษย์ โดยเฉพาะการก่อให้เกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบและการติดเชื้อในกระแสเลือด
                จากปัญหาดังกล่าว สหรัฐฯ กำลังเร่งกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเชื้อดื้อยา โดยเฉพาะการตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งฟาร์มสุกรมต้นทาง เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อที่มียีน mcr-1 ในวงกว้าง และตรวจสอบเชื้อสายพันธุ์อื่นที่อามียีนดังกล่าว พร้อมทั้งคุณสมบัติการดื้อยาปฏิชีวนะกลุ่มอื่นๆ ทั้งกลุ่ม ampicillin , streptomycin , sulfisoxazole และ tetracycline นอกจากนี้ USDA ได้จะเร่งผลักดัน ร่างกฎระเบียบ Preservation of Antibiotics for Medical Treatment Act (PAMTA) เพื่อจำกัดการใช้สารปฏิชีวนะในสัตว์ ซึ่งข้อกังวลว่าอาจเป็นสาเหตุสำคัญของการก่อให้เกิดเชื้อดื้อยา จากการปฎิบัติที่ไม่ถูกต้อง หรือการให้ยาต่ำกว่าที่ควรได้รับ (sub-therapeutic levels) ด้วย
 
ที่มา : The Pig Site
สรุปโดย : สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

EU Food News_คาดการณ์อุตฯ เนื้อสัตว์ปีกใน EU ขยายตัวต่อไป

 รายงานคาดการณ์ระยะสั้นของคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เผยปริมาณการผลิตเนื้อสัตว์ปีกในปี 2558 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2557 และคาดว่าอัตราการขยายตัวของอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ปีกจะลดลงในปี 2559 ทั้งนี้ในส่วนของปริมาณการผลิตเนื้อสัตว์ปีกใน EU ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2557 และคาดว่าปริมาณการผลิตโดยรวมจะเพิ่มขึ้น 2.6% ในปี 2558 ซึ่งมากกว่าปี 2557 (13.6 ล้านตัน)
            
             ปริมาณการส่งออกของอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ใน EU ในครึ่งปีแรกของปี 2558 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 2% แม้จะมีการสูญเสียตลาดรัสเซียแต่ก็มีการขยายตัวของตลาดส่งออกทดแทนในประเทศฟิลิปปินส์ เบนิน ซาอุดิอาระเบียและกานา โดยเฉพาะการส่งออกไปยังยูเครนมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 27,500 ตัน และการส่งออกเนื้อหมูไปฮ่องกงและจีนก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

              สำหรับปริมาณส่งออกเนื้อสัตว์ตลอดปี 2558 จะมีการขยายตัวประมาณ 3.5% ไปอยู่ที่ 1.4 ล้านตัน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นของหลายประเทศในทวีปเอเชียและแอฟริกา ถึงแม้แอฟริกาใต้จะมีมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดกับประเทศใน EU เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศก็ตาม โดยรวมแล้วในปี 2559 คาดว่าการส่งออกจะมีปริมาณการขยายตัวไม่เกิน 25,000 ตัน
             
              ในส่วนของปริมาณนำเข้าสัตว์ปีกจากบราซิลพบว่าลดลงถึง 25,000 ตัน โดยพบว่าบราซิลขยายการส่งออกไปนอกตลาด EU เพิ่มขึ้น ซึ่ง EU ได้นำเข้าจากประเทศไทยเป็นการทดแทน ทั้งนี้ราคาของเนื้อสัตว์ปีกมีการฟื้นตัวและลอยตัวในเดือนที่ผ่านมาประมาณ 190-195 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ 100 kg และคาดว่าราคาจะลดลงตามฤดูกาลในเดือนกันยายนและตุลาคม ปี 2558 ทั้งนี้ปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์ของประชากร EU ถูกคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คือ 22.5 kg และ 22.7 kg ในปี 2558 และปี 2559 ตามลำดับ
 

ที่มา : http://www.thepoultrysite.com/ (4/11/58)
มกอช.

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Taiwan Food News_ไต้หวันปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับได้ของไข่ไก่

กระทรวงเกษตรไต้หวัน (Taiwan Council of Agriculture) ได้มีการปรับปรุงใหม่ของระบบการตรวจสอบย้อนกลับของไข่ไก่ ในเดือนกันยายน 2558 ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคทราบแหล่งที่มาของฟาร์มไข่ไก่ได้ โดยใช้เครื่องมือบางอย่าง คือ การติดฉลากการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อบอกแหล่งที่มาของฟาร์มเลี้ยงไข่ไก่ โดยที่ฉลากจะแสดง QR Code ให้ผู้บริโภคเข้าถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับของไข่ไก่ได้ในเว็บไซต์ www.Tafte-poultry.org.tw โดยการสแกน QR Code ด้วยโทรศัพท์มือถือ (mobile devices) จะช่วยให้ได้รับข้อมูลแหล่งที่มาของฟาร์มเลี้ยง โดยกระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยและกฎระเบียบใหม่ของอาหารต่อผู้บริโภค นอกจากนี้คาดว่าระบบที่จะปรับปรุงการจัดการของผลิตภัณฑ์ไข่ไก่, ตรวจติดตามไข่ไก่ที่มีลักษณะไม่เหมาะสม และลดความเสี่ยงจากสารเคมีตกค้างต่อผู้บริโภค และวางแผนขยายการตรวจสอบในอนาคต, ตรวจสอบกระบวนการผลิตและการคัดทิ้งออกจากระบบ

                กระทรวงเกษตรฯ ของไต้หวันคาดการณ์ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกกว่า 1,700 ฟาร์ม มีไก่ไข่ประมาณ3.6ล้านตัว สามารถผลิตไข่ไก่ 1.8 – 1.9 ล้านฟอง/วัน โดยปัจจุบัน 63% ของไข่ไก่ทั้งหมด นำมาใช้ในธุรกิจอาหารเช้า, งานเลี้ยง, เบเกอรี่ และการค้า ทั้งนี้ไข่ไก่มีการขนส่งโดยกล่องพลาสติกและกล่องล็อกที่มีการติดฉลากของแหล่งกำเนิดไข่ไก่ เป็นการเพิ่มการติดตามด้านสุขอนามัยและการจัดการความปลอดภัยของฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ หากเกิดปัญหาขึ้นสามารถใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับได้ ในอนาคต

 
ที่มา: The Poultry Site (06/10/58)
มกอช.

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

Indo food News_อินโดเตรียมหาแหล่งนำเข้าเนื้อโคเพิ่ม-ไขปัญหาออสซีผูกขาด

เป็นโอกาสของผู้นำเข้าส่งออกเนื้อโค 
          
              รักษาการผู้อำนวยการสำนักการค้าต่างประเทศของอินโดนีเซีย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่ารัฐบาลอินโดนีเซียกำลังแสวงหาประเทศผู้ผลิตโคเนื้อที่มีศักยภาพ เช่น ฟิลิปปินส์ และอินเดีย ซึ่งจะสามารถผลิตโคมีชีวิตและเนื้อโคบรรจุส่งออกมายังอินโดนีเซีย เพื่อลดภาวะการผูกขาดสินค้ากลุ่มดังกล่าว จากที่ในปัจจุบันอินโดนีเซียนำเข้าผลิตภัณฑ์จากโค โดยเฉพาะเนื้อโคบรรจุจากออสเตรเลียที่มีสัดส่วนการนำเข้ากว่าร้อยละ 80 และนอกจากสองประเทศข้างต้น อินโดนีเซียยังให้ความสำคัญต่อประเทศผู้ผลิตโคชั้นนำของโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และนิวซีแลนด์ ซึ่งมีสถานะปลอดโรคปากเท้าเปื่อย (FMD)

                 ก่อนหน้านี้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2558 อินโดนีเซียได้ประกาศโควตาการนำเข้าโคมีชีวิต จำกัดที่ 50,000 ตัว จากที่ในไตรมาสที่ 2 นำเข้าถึง 250,000 ตัว ซึ่งมาตรการดังกล่าวส่งผลต่อผู้ผลิตโคมีชีวิตในออสเตรเลียอย่างหนัก โดยเฉพาะในรัฐนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีจำเป็นต้องเตรียมพร้อมหาตลาดส่งออกโคมีชีวิตจำนวนกว่า 150,000 ตัว ทดแทนการส่งออกไปอินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังส่งผลให้ราคาจำหน่ายเนื้อโคในตลาดอินโดนีเซียเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้พ่อค้าในเขตบันดุงและจาการ์ตาออกมาประท้วงนโยบายจำกัดการนำเข้าของภาครัฐ

                 ทั้งนี้ ในวันที่ 21 กันยายน 2558 รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ออสเตรเลียได้เตรียมเข้าพบหารือรัฐมนตรีพาณิชย์ของอินโดนีเซียเพื่อเจรจาประเด็นการส่งออกโคมีชีวิต ซึ่งปัจจุบันออสเตรเลียเป็นผู้ส่งออกเนื้อโครายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และมีปริมาณการส่งออกเนื้อโคเพื่อรองรับการบริโภคในสัดส่วนถึงร้อยละ 40 ของการบริโภคภายในอินโดนีเซีย เนื่องจากมีข้อได้เปรียบทั้งด้านสถานะปลอดโรค FMD และระยะทางขนส่งที่สั้นที่สุด โดยใช้เพียง 5 วัน ในการขนส่งทางเรือไปยังอินโดนีเซีย


WAToday/NewsNOW(21/0958)
ที่มา มกอช.

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

USA Food News_US เปลี่ยนแบบฟอร์มสุขอนามัยผลิตภัณฑ์ไข่ส่งออก

            หน่วยงาน The Food Safety and Inspection Services (FSIS) ในสังกัดกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ได้ทำการเปลี่ยนรูปแบบการใช้แบบฟอร์ม “ใบอนุญาตการส่งออกสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไข่” (Egg Product Inspection Certificate) จากสหรัฐฯไปยังต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2558 โดยจากเดิมที่ปัจจุบันใช้แบบฟอร์มหมายเลข “FSIS PY-200 – Egg Product Inspection Certificate” เปลี่ยนเป็นเอกสารหมายเลข “FSIS 9060-5EP” ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่หน่วยงาน FSIS/USDA ใช้ในการรับรองผู้ส่งออกผลิตภัณฑจากไข่ของสหรัฐฯไปยังต่างประเทศว่าได้มีการปฏิบัติตามระเบียบภายใต้กฏหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว

            อนึ่ง หน่วยงาน FSIS/USDA มีหน้าที่ในการรับผิดชอบตรวจสอบดูแลสุขอนามัยของผลิตภัณฑ์อาหารประเภทเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากไข่ ซึ่งจำหน่ายในสหรัฐฯ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัย บริสุทธิ์ และมีการติดฉลากสินค้าและบรรุภัณฑ์สินค้าอย่างถูกต้องเหมาะสม โดยอาศัยอำนาจกฎหมายดังนี้
           
 - the Federal Meat Product Inspection Act
            - the Poultry Product Inspection Act
            - the Egg Product Inspection Act โดยผลิตภัณฑ์จากไข่ที่อยู่ในความตรวจสอบดูแลของหน่วยงาน FSIS/USDA ภายใต้กฎหมาย the Egg Product Inspection Act จะหมายถึงผลิตภัณฑ์จากไข่ที่ผ่านการปอกเปลือกแล้ว ทั้งชนิดเหลว แช่แข็ง หรือ อบแห้ง ซึ่งจะนำไปเข้าสู่กระบวนการแปรรูปในลักษณะต่างๆต่อไป

            แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมาย the Egg Product Inspection Act ได้กำหนดข้อยกเว้นไว้ว่า การตรวจสอบการนำเข้าและส่งออก “ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของปริมาณไข่เล็กน้อยจนไม่ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากไข่” (Product Containing small amount of egg) ถือว่าเป็นสินค้าที่อยู่ในความดูแลและการตรวจสอบโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) และกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ (US Department of Human Health Service) ร่วมกับหน่วยงาน Agricultural Marketing Service (AMS) ของ USDA
 
 
 
 
ที่มา: สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี (27-08-58)

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Thai Laws : กฎหมายเกี่ยวกับการปศุสัตว์

รอบนี้พี่น้ำฝนเอาเฉพาะหัวข้อที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับอุตสาหรรมอาหารและการส่งออกที่เกี่ยวกับเนื้อสัตว์มาให้ตรวจสอบกันดูว่า ในบริษัทของตัวเองมีกฎระเบียบพวกนี้หรือยัง

พระราชบัญญัติ  
1        พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558       
2        พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558   
3        พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2535
4        พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2542      
5        พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 และฉบับที่เแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2542

พระราชกฤษฎีกา   
1        พระราชกฤษฎีกา ให้ใช้บทบัญญัติหมวด 1 หมวด 2 หมวด 3 หมวด 4 หมวด 5 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 บังคับแก่สัตว์ปีกจำพวก นก ไก่ เป็ด ห่าน และไข่สำหรับใช้ทำพันธุ์ พ.ศ. 2549
2        พระราชกฤษฎีกา ให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2535 บังคับไก่ เป็ด และห่านในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร พ.ศ. 2549
3        พระราชกฤษฎีกา ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2502 บังคับในท้องที่เขตเทศบาลนครกรุงเทพ จังหวัดพระนคร และเขตเทศบาลนครธนบุรี จังหวัดธนบุรี เกี่ยวกับไก่ เป็ด และห่าน พ.ศ. 2505 พ.ศ. 2512

กฎกระทรวง   ( 61 รายการ ) อันนี้เยอะ เลยไม่ได้คัดให้ ตามไปดูที่ลิงค์ต้นทางเลยจ้ะ


ระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   
ระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการยึด การทำลาย หรือการส่งกลับซึ่งสัตว์ หรือซากสัตว์ โดยไม่มีค่าชดใช้ พ.ศ. 2531

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   ( 54 รายการ ) อันนี้เยอะ เลยไม่ได้คัดให้ ตามไปดูที่ลิงค์ต้นทางเลยจ้ะ


ระเบียบกรมปศุสัตว์   ( 10 รายการ ) อันนี้ไม่เยอะ แต่ไม่ได้คัดให้ แหะแหะ >//< ตามไปดูที่ลิงค์ต้นทางเลยจ้ะ


ประกาศกรมปศุสัตว์   ( 13 รายการ )อันนี้ไม่เยอะ แต่ไม่ได้คัดให้ แหะแหะ >//< ตามไปดูที่ลิงค์ต้นทางเลยจ้ะ


ร่างพระราชบัญญัติ   อันนี้ดูเพื่อเป็นแนวทางเตรียมตัวรับมือหากมีการประกาศใช้นะจ๊ะ
1  ร่างพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. ...  
2  ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ....   

3  ร่างพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ....

ที่มา กรมปศุสัตว์จ้ะ