แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MRLs แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MRLs แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561

Update Food Laws EU_on July 2018

รายการที่มี update เดือน กรกฎาคม  2561


Food Imports

Commission Implementing Decision (EU) 2018/935 (OJ L 165, 2.7.2018, p. 40–41) of 28 June 2018 amending Implementing Decision 2014/88/EU suspending temporarily imports from Bangladesh of foodstuffs containing or consisting of Betel leaves (‘Piper betle’) as regards its period of application 
 
Commission Implementing Regulation (EU) 2018/981 (OJ L 176, 12.7.2018, p. 11–12) of 11 July 2018 amending the list of Brazilian establishments from which imports into the Union of fishery products intended for human consumption are permitted 

Maximum Residue Limits

    •  Pesticides  
    Commission Regulation (EU) 2018/960 (OJ L 169, 6.7.2018, p. 27–50) of 5 July 2018 amending Annexes II and III to Regulation (EC) No 396/2005 of the European Parliament and of the Council as regards maximum residue levels for lambda-cyhalothrin in or on certain products 
     
    Commission Implementing Regulation (EU) 2018/1076 (OJ L 194, 31.7.2018, p. 41–43) of 30 July 2018 amending Regulation (EU) No 37/2010 to classify the substance isoflurane as regards its maximum residue limit 

    Novel Foods

    Commission Implementing Regulation (EU) 2018/991 (OJ L 177, 13.7.2018, p. 9–11) of 12 July 2018 authorising the placing on the market of hen egg white lysozyme hydrolysate as a novel food under Regulation (EU) 2015/2283 of the European Parliament and of the Council, and amending Commission Implementing Regulation (EU) 2017/2470 
     
    Commission Implementing Regulation (EU) 2018/1011 (OJ L 181, 18.7.2018, p. 4–6) of 17 July 2018 authorising an extension of use levels of UV-treated mushrooms as a novel food under Regulation (EU) 2015/2283 of the European Parliament and of the Council, and amending Commission Implementing Regulation (EU) 2017/2470 
     
    Commission Implementing Regulation (EU) 2018/1018 (OJ L 183, 19.7.2018, p. 9–13) of 18 July 2018 authorising an extension of use of UV-treated baker's yeast (Saccharomyces cerevisiae) as a novel food under Regulation (EU) 2015/2283 of the European Parliament and of the Council and amending Commission Implementing Regulation (EU) 2017/2470 
     
    Commission Implementing Regulation (EU) 2018/1032 (OJ L 185, 23.7.2018, p. 9–13) of 20 July 2018 authorising the extension of use of oil from the micro algae Schizochytrium sp. as a novel food under Regulation (EU) 2015/2283 of the European Parliament and of the Council, and amending Commission Implementing Regulation (EU) 2017/2470 
     
    Commission Implementing Regulation (EU) 2018/1023 (OJ L 187, 24.7.2018, p. 1–133) of 23 July 2018 correcting Implementing Regulation (EU) 2017/2470 establishing the Union list of novel foods 

    Organic Foods

    Commission Implementing Regulation (EU) 2018/949 (OJ L 167, 4.7.2018, p. 3–10) of 3 July 2018 amending Regulation (EC) No 1235/2008 laying down detailed rules for implementation of Council Regulation (EC) No 834/2007 as regards the arrangements for imports of organic products from third countries 

    Protection of Designation of Origin or Geographical Indication

    Commission Implementing Regulation (EU) 2018/930 (OJ L 165, 2.7.2018, p. 12–12) of 19 June 2018 entering a name in the register of protected designations of origin and protected geographical indications (‘Pitina’ (PGI))
     
    Commission Implementing Regulation (EU) 2018/938 (OJ L 166, 3.7.2018, p. 1–2) of 20 June 2018 entering a name in the register of protected designations of origin and protected geographical indications (‘Choucroute d'Alsace’ (PGI))
     
    Commission Implementing Regulation (EU) 2018/939 (OJ L 166, 3.7.2018, p. 3–4) of 26 June 2018 entering a name in the register of protected designations of origin and protected geographical indications (‘Cidre Contentin’/‘Contentin’ (PDO))
     
    Commission Implementing Regulation (EU) 2018/996 (OJ L 178, 16.7.2018, p. 6–6) of 12 July 2018 approving non-minor amendments to the specification for a name entered in the register of protected designations of origin and protected geographical indications (‘Limone Femminello del Gargano’ (PGI))
     
    Commission Implementing Regulation (EU) 2018/1010 (OJ L 181, 18.7.2018, p. 3–3) of 13 July 2018 approving non-minor amendments to the specification for a name entered in the register of protected designations of origin and protected geographical indications (‘Radicchio Variegato di Castelfranco’ (PGI))
     
    Commission Implementing Regulation (EU) 2018/1038 (OJ L 186, 24.7.2018, p. 1–2) of 19 July 2018 approving non-minor amendments to the specification for a name entered in the register of protected designations of origin and protected geographical indications (‘Lentille verte du Puy’ (PDO))

    Specified Risk Materials

    Commission Regulation (EU) 2018/969 (OJ L 174, 10.7.2018, p. 12–14) of 9 July 2018 amending Annex V to Regulation (EC) No 999/2001 of the European Parliament and of the Council as regards the requirements for the removal of specified risk materials from small ruminants 

    วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560

    Japan Food News_ญี่ปุ่นพิจารณาปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีตกค้าง 7 รายการ และวิธีทดสอบ Propham

     กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการญี่ปุ่น (MHLW) พิจารณาปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีตกค้าง (MRL) ตามพระราชบัญญัติสุขอนามัยอาหารญี่ปุ่น โดยมีค่า MRL ที่ถูกปรับเข้มงวดขึ้น และมีผลกระทบต่อสินค้าเกษตร สรุปได้ดังนี้ 

    click ที่ link เพื่อดาวน์โหลดนะคะ
                    
    ตารางสรุป

                    MHLW พิจารณากำหนดวิธีทดสอบสำหรับสาร Propham ซึ่งกฎหมายญี่ปุ่นห้ามมิให้มีการตกค้างในอาหารทุกประเภท วิธีทดสอบที่กำหนดนี้มี Limit of quantification ณ ระดับ 0.01 mg/kg
    (รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ : http://www.acfs.go.th/news/docs/Earlywarning_acfs_27_11_60.pdf )
    ที่มา: มกอช. 

    วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559

    EU Food News_สหภาพยุโรปไม่อนุญาตให้ใช้ 3-decen-2-one เป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช

     เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2016/138 of 2 February 2016 concerning the non-approval of the active substance 3-decen-2-one, in accordance with Regulation (EC) No 1107/2009 of the European Parliament and of the Council concerning the placing of plant protection products on the market ใน EU Official Journal L 27/5 ว่าด้วยการไม่อนุญาตให้ใช้ 3-decen-2-one เป็นสารออกฤทธิ์ (Active Substance) ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช (Plant Protection Products : PPPs) ในสหภาพยุโรป สรุปดังนี้
                  ๑. เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๔ ทางการเนเธอร์แลนด์ได้รับคำร้องจาก AMVAC CV เพื่ือขอขึ้นทะเบียน 3-decen-2-one เป็นสารออกฤทธิ์ (Active Substance) ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช  แต่จากการประเมินผลของ EFSA พบว่า ผลของการเป็นพิษต่อระบบพันธุกรรมเป็นบวก และมีข้อจำกัด ในด้านข้อมูลพิษวิทยา จึงทำให้่ไม่สามารถกำหนดค่าอ้างอิงพิษวิทยาสุดท้ายได้ (final toxicological reference values) ดังนั้น จึงทำให้ไม่สามารถประเมินความเสี่ยงต่อผู้ประกอบการ บุคคลทำงาน บุคคล ที่เกี่ยวข้อง ผู้อยู่อาศัย และ ผู้บริโภค รวมถึงกำหนดค่า MRL ได้ด้วย และผู้ยื่นคำร้องก็ไม่สามารถ จัดส่งข้อมูลเพื่อหักล้างคำตัดสินของ EFSA ได้ ดังนั้น  EU จึงเห็นควรไม่อนุญาตให้ใช้ 3-decen-2-one เป็นสารออกฤทธิ์ (Active Substance) ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช (Plant Protection Products : PPPs)
                  ๒. กฎระเบียบดังกล่าว จะมีผลปรับใช้ ๒๐ วันหลังจากวันที่ลงประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙) แล้ว
                  ๓. สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซด์ดังนี้

    รายงานโดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป 

    วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558

    USA Food News_FDA สหรัฐฯ อนุญาตให้เพิ่มซีลีเนียม (Selenium) ในรายการสารอาหารและข้อกำหนดการติดฉลากสำหรับสูตรอาหารทารก

    U.S. Food and Drug Administration (USFDA) อนุญาตให้เพิ่มซีลีเนียม (Selenium) ในรายการสารอาหาร โดยจำกัดปริมาณการใช้ซีลีเนียมในระดับที่ 2.0 – 7.0 μg/100 kilocalories (/100 kcal) และกำหนดให้ระบุข้อความเพิ่มเติมของปริมาณสารอาหารดังกล่าวบนฉลากสูตรอาหารทารก เนื่องจากซีลีเนียมเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญที่ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์สำคัญหลายชนิด มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระโดยทำงานร่วมกับวิตามินอี ควบคุมความดันโลหิต และยับยั้งการเกิดมะเร็ง นอกจากนั้นยังช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกายให้เป็นไปตามปกติ และควบคุมสุขภาพของสายตา ผิวหนัง และเส้นผม เป็นต้น ทั้งนี้ ระเบียบดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2559 เป็นต้นไป
    กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความเคลื่อนไหวการกำหนดมาตรฐานและการปรับแก้ไขมาตรการ/กฎระเบียบต่าง ๆ ของประเทศคู่ค้าของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะประสานเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน  เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตและปรับปรุงสินค้าให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ ประเทศคู่ค้ากำหนดได้อย่างทันท่วงที 
    ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   http://compliancecloud.selerant.com/latestnews/selenium-infant-food-usa.aspx

    ที่มา :  1)http://compliancecloud.selerant.com

              2) http://www.gpo.gov/

    กรมการค้าต่างประเทศ

    วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558

    EU News : EU ปรับแก้ไขค่าตกค้างสูงสุด (Maximum Levels) ของสาร Ochratoxin A ในสินค้าพริก

    เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘ 
                      สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1137 of 13 July 2015 amending Regulation (EC) No  1881/2006 as regards the maximum levels of Ochratoxin A in Capsicum spp. Spices 
                      โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 185/11 ซึ่งเป็นการปรับระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุด (Maximum levels) ของสาร ochratoxin A สินค้าพริก (เครื่องเทศ) ขึ้นใหม่ โดยแก้ไขค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดที่เคยกำหนดไว้ในกฎระเบียบเดิม คือ  Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้ค่าตกค้างสูงสุดของสารดังกล่าวมีความสอดคล้องกับผลวิจัยประเมินความเสี่ยงและผลจากการที่ผู้ประกอบการได้มีการปรับใช้หลักการปฎิบัติที่ดี (good practices) ทางการผลิตควบคู่ไปด้วย ซึ่งสามารถใช้ควบคุมการปนเปื้อนได้ในระดับหนึ่ง
    ที่ผ่านมา EU เคยกำหนดค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสาร Ochratoxin A ที่ตกค้างในพริก ไว้ที่ระดับ ๓๐ ug/kg จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ ขณะนี้ EU ต้องการยกระดับการควบคุมความ ปลอดภัยของห่วงโซ่อาหารและสุขอนามัยผู้บริโภคในสหภาพยุโรป จึงปรับลดค่าดังกล่าวให้อยู่ที่ระดับระหว่าง  ๑๕ – ๒๐ ug/kg (ค่าตกค้างสูงสุดใหม่ตามปรากฎในภาคผนวกของกฎระเบียบฉบับนี้) กล่าวคือ
    -        เครื่องเทศ รวมถึงเครื่องเทศแห้ง Piper spp. (ผลของ Piper spp. รวมถึงพริกไทยขาวและดำ)    กำหนดที่ระดับ ๑๕  ug/kg (จันทร์เทศ ขิง และขมิ้นชัน)
    -        พริก (ผลแห้ง ทั้งเม็ดหรือในรูปผง รวมถึงพริก พริกแห้ง พริกคาเยน และพริกหยวก) กำหนดที่ระดับ ๒๐ ug/kg
    -       เครื่องเทศผสมที่มีส่วนประกอบใดๆ ตามที่กล่าวข้างต้น    กำหนดที่ระดับ ๑๕ ug/kg
    กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันภายหลังจากที่มีการประกาศลงใน EU Official Journal  (ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘) และให้มีผลบังคับใช้ย้อนหลังมาตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี EU อนุโลมให้พริกที่ใช้ค่าอนุโลมเดิมสามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนถึงวันที่สินค้าอยู่ในสภาพที่ควรบริโภคได้ (until their date of minimum durability) หรือเมื่อถึงวันที่สินค้าหมดอายุการบริโภค (use-by-date)
    สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ดังต่อไปนี้


    รายงานโดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป (2.thaieurope)

    วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558

    EU News_EU จัดระเบียบบัญชีรายชื่อสารปราบศัตรูพืชในภาคผนวก IV ของ Regulation (EC) No.396/2005

    EU ออกกฎระเบียบใหม่ Commission Regulation (EU) No. 2015/896 
    เพื่อจัดระเบียบบัญชีรายชื่อสารปราบศัตรูพืชและค่าอนุโลมตกค้างสูงสุด (MRLs) ที่เกี่ยวข้องของยาปราบศัตรูพืช จำนวน 13 รายการ ที่อนุโลมให้ตกค้างได้ในสินค้าพืช (ผัก ผลไม้ ธัญพืช) และสินค้าสัตว์ ดังนี้

                     1. บรรจุสาร Trichoderma polysporum strain IMI 206039, Trichoderma asperellum (formerly T. harzianum) strains ICC 012, T – 25 and TV1, Trichoderma atroviride (formerly T. harzianum) strains IMI 206040 and T – 11, Trichoderma harzianum strain T – 22 and ITEM 908, Trichoderma gamsii (formerly T. viride) strain ICC 080, Trichoderma asperellum strain T – 34, Trichoderma atroviride strain I – 1237, geraniol และ thymol อยู่ในภาคผนวก IV ของ Regulation (EC) No.396/2005

                     2. ถอนสาร ferric sulphate (iron (III) sulphate) ออกจากภาคผนวก IV ของ Regulation (EC) No.396/2005

                     3. ตัดชื่อสาร folic acid ออกจาก footnote 1 ของ Regulation (EC) No.396/2005

                     4. ปรับคำนิยามใน footnote 2 เพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหารและอาหารสัตว์เป็นการเฉพาะ

                     5. กำหนดให้ใช้ค่า MRLs ในระดับต่ำสุด (uniform limit) ที่ระดับ 0.01 มิลลิกรัม/กิโลกรัม สำหรับสาร Trichoderma polysporum strain IMI 206039, Trichoderma asperellum (formerly T. harzianum) strains ICC 012, T – 25 and TV1, Trichoderma atroviride (formerly T. harzianum) strains IMI 206040 and T – 11, Trichoderma harzianum strain T – 22 and ITEM 908, Trichoderma gamsii (formerly T. viride) strain ICC 080, Trichoderma asperellum strain T – 34, Trichoderma atroviride strain I – 1237, geraniol และ thymol เนื่องจาก EU ยังไม่มีการกำหนดค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดเฉพาะ (no specific MRLs) กฎระเบียบดังกล่าว จะมีผลตามกฎหมาย 20 วัน หลังที่มีการประกาศลงใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2558) 

    สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
    http://eur-lex.europa.eu/legalcontent/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:JOL_2015_147_R_0002&from=EN

     
    ที่มา: สปษ.บรัสเซลส์/มกอช.(03/08/58)
    จากเวบ มกอชฬ นะคะ

    วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

    EU News : EU ปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสินค้าสัตว์น้ำบางรายการ

                   ๑. เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่
                    ๒. สรุปการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้อง ได้ดังนี้  
                         ๒.๑      กำหนดค่า MLs ของสารตะกั่วในสินค้าอาหาร ดังนี้
                                     -   นมดิบ นมที่ผ่านความร้อน และนมที่ใช้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๐๒๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                     -   นมผงสำหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๐๕๐ มิลลิกรัม/ กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight) และชนิดเหลว กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๐๑๐ มิลลิกรัม/ กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                     - อาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืชแปรรูปสำหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๐๕๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                     - อาหารชนิดผงที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์พิเศษทางการแพทย์สำหรับเด็กทารกและ เด็กเล็ก กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๐๕๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight) ส่วนอาหาร ชนิดเหลวเพื่อการดังกล่าว กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๐๑๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                     – เครื่องดื่มชนิดเหลวสำหรับเด็กทารกและเด็กเล็กที่ติดฉลากและวางจำหน่ายใน ลักษณะที่ปรากฎ (ที่ไม่ใช่นมหรืออาหารที่ใช้ในทางการแพทย์พิเศษสำหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก) หรือที่ต้อง นำไปผสมต่อตามข้อแนะนำของผู้ผลิต รวมถึงน้ำผลไม้ กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๐๓๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัม ของน้ำหนักเปียก (wet weight) และชนิดที่ต้องนำไปผสมน้ำร้อนหรือที่ต้องนำไปต้มให้ร้อน กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๑.๕๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                    – เนื้อสัตว์ (ไม่รวมเครื่องใน) ของสัตว์โค-กระบือ แกะ สุกร และสัตว์ปีก
    กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๑๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                     – เครื่องในของโค-กระบือ แกะ สุกร และสัตว์ปีก กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๕๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight) เนื้อในส่วนกล้ามเนื้อของปลา กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๓๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                      -   ปลาหมึก กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๓๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                      – สัตว์น้ำกลุ่มครัชเตเชียน (กุ้ง กั้ง ปู) กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๕๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                      -   หอยสองฝา กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๑.๕๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนัก เปียก (wet weight)
                                      -   ธัญพืชและพืชตระกูลถั่ว กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๒๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัม ของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                      -        ผัก ยกเว้นผักกลุ่มกะหล่ำใบ, salsify, ผักใบและผักสมุนไพรสด, เห็ด,
    สาหร่ายทะเล และผักที่ให้ผล (fruiting vegetables) กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๑๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัม ของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                      -        ผักกลุ่มกะหล่ำใบ, salsify, ผักใบ ยกเว้นผักสมุนไพรสด และเห็ด ดังต่อไปนี้ Agaricus bisporus (common mushroom), Pleurotus ostreatus (Oyster mushroom), Lentinula edodes (Shiitake mushroom) กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๓๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                       -   ผักที่ให้ผล : ข้าวโพดหวาน กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๑๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัม ของน้ำหนักเปียก (wet weight) ผักอื่นที่ไม่ใช่ข้าวโพดหวาน กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๐๕ มิลลิกรัม/ กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                      -        ผลไม้ ยกเว้น cranberries, currants, elderberries และ strawberry tree fruit กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๑๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                      -        cranberries, currants, elderberries และ strawberry tree fruit กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๒๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                      – ไขมันและน้ำมัน รวมถึงไขมันนม กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๑๐ มิลลิกรัม/ กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                      -         น้ำผลไม้ น้ำผลไม้ชนิดเข้มข้นที่นำไปผสมและเนกต้าผลไม้ : จากเบอร์รี่และผลไม้ขนาดเล็กอื่นๆ  กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๐๕ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight) ส่วนน้ำผลไม้ น้ำผลไม้ชนิดเข้มข้นที่นำไปผสมและเนกต้าผลไม้จากผลไม้อื่นๆ ที่ไม่ใช่เบอร์รี่และผลไม้ขนาดเล็ก กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๐๓ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                     -        ไวน์ (รวมถึง sparkling wine ยกเว้น liqueur wine), cider, perry และไวน์ผลไม้ : สินค้าที่ผลิตจากผลไม้ที่เก็บเกี่ยวในปี ๒๐๐๑ ถึงปี ๒๐๑๕ กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๒๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight) ส่วนสินค้าที่ผลิตจากผลไม้ที่เก็บเกี่ยวตั้งแต่ปี ๒๐๑๖ เป็นต้นไป กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๑๕ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                       - ไวน์หอม (aromatized wine), เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของไวน์หอม และคอกเทลที่มีส่วนผสมของไวน์หอม : สินค้าที่ผลิตจากผลไม้ที่เก็บเกี่ยวในปี ๒๐๐๑ ถึงปี ๒๐๑๕ กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๒๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight) และสินค้าที่ผลิตจากผลไม้ที่เก็บเกี่ยวตั้งแต่ปี ๒๐๑๖ เป็นต้นไป กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๑๕ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                      - อาหารเสริม (food supplements) กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๓.๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                                      – น้ำผึ้ง กำหนดค่า MLs ที่ระดับ ๐.๑๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักเปียก (wet weight)
                ๓. กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันหลังจากที่มีการประกาศลงใน EU Official Journal  (ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘) และให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ เป็นต้นไป
                      อย่างไรก็ดี EU อนุโลมช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านให้สินค้าที่วางจำหน่ายก่อนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ (ที่ใช้ค่าอนุโลมเดิม) ยังคงสามารถวางจำหน่ายได้ต่อไปจนถึงวันที่สินค้ามีอายุการบริโภคต่ำสุด (date of minimum durability) หรือเมื่อถึงวันที่สินค้าหมดอายุการบริโภค (use-by-date)
                ๔. สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ดังต่อไปนี้
                 ๕. ที่ผ่านมา ไทยไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับสารตะกั่วตกค้างในสินค้าเกษตรและอาหาร อย่างไรก็ดี ไทยก็ควรให้ความสำคัญในการสุ่มตรวจหาสารตะกั่วในสินค้าที่ส่งไปจำหน่ายยัง EU อย่างต่อเนื่อง ตามค่าปนเปื้อน ที่ไม่ควรเกินกว่าค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดที่ EU กำหนดขึ้นใหม่นี้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าที่กำหนดข้างต้น 
    โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป 
    - See more at: http://www2.thaieurope.net