แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อเมริกา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อเมริกา แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

กฎระเบียบของสารก่อภูมิแพ้และเครื่องมือใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

กฎระเบียบของสารก่อภูมิแพ้และเครื่องมือใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา                                               

     กฎระเบียบและเครื่องมือใหม่มีการกำหนดเป้าหมายบุคลากรและผู้ประกอบการในสถานประกอบการที่ให้บริการอาหารโดยตรงแก่ผู้บริโภคที่เป็นภูมิแพ้อาหาร เช่น ร้านอาหาร โรงเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านอาหารต่างๆ เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคที่เป็นโรคภูมิแพ้ ซึ่งความพยายามดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้แน่ใจว่ามีการพัฒนามาตรการต่างๆ ตามที่รัฐและรัฐบาลกลางมุ่งสนับสนุนผู้ผลิตอาหารและธุรกิจจัดเลี้ยงที่ดำเนินการตามโครงการต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพ้อาหารโดยไม่คาดคิด

การสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของลูกค้าที่แพ้อาหารในภัตตาคาร

     อิลลินอยส์ร่วมกับรัฐแมรีแลนด์ แมสซาชูเซตส์ มิชิแกน โรดไอแลนด์และเวอร์จิเนีย ในความพยายามปกป้องผู้บริโภคที่เป็นโรคภูมิแพ้อาหาร จากมาตรา 5 ของกฎหมายว่าด้วยการบังคับใช้ การควบคุมการปฏิบัติงานทางด้านอาหาร (410 ILC 625) ได้มีการแก้ไขในหัวข้อ 3.06 และเพิ่มเติมในหัวข้อที่ 3.07 ใหม่ โดยเพิ่มเติมกฎระเบียบให้สถานประกอบการอาหารที่จัดตั้งต้องมีผู้จัดการด้านสุขาภิบาลบริการอาหารตามมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ได้รับการยอมรับภายในประเทศเกี่ยวกับความปลอดภัยและความเข้าใจของสารก่อภูมิแพ้ นอกจากนี้กฎระเบียบยังระบุว่าควรมีผู้จัดการอย่างน้อยหนึ่งคนในช่วงเวลาทำงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้แน่ใจว่าอาหารที่เสิร์ฟในร้านอาหารปลอดภัยต่อผู้บริโภคที่เป็นโรคภูมิแพ้ ซึ่งลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนข้ามของสารก่อภูมิแพ้ให้น้อยลงและได้ให้ข้อมูลของสารก่อภูมิแพ้ที่ถูกต้องแก่ลูกค้า โดยกฎระเบียบใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป

การควบคุมสารก่อภูมิแพ้ในโรงเรียน

     นอกเหนือจากความช่วยเหลือที่ทางโรงเรียนได้รับจากองค์กรผู้บริโภคที่เป็นโรคภูมิแพ้ เช่น โครงการวิจัยและการศึกษาโรคภูมิแพ้อาหาร (FARE) โดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้มีการริเริ่มเพื่อสนับสนุนสถาบันเหล่านี้ ในปี พ.ศ. 2556 ศูนย์การควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ได้เผยแพร่แนวทางในการบริหารจัดการโรคภูมิแพ้อาหารในโรงเรียนและโปรแกรมการดูแลเด็กก่อนวัยโดยความสมัครใจ ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 ทาง CDC ได้ออกชุดเครื่องมือการแพ้อาหารในโรงเรียน ซึ่งประกอบด้วยเอกสารและเนื้อหาการฝึกอบรม โดยมุ่งเน้นไปที่การจัดการสารก่อภูมิแพ้ในอาหาร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมีบทบาทแตกต่างกัน (เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ พยาบาลประจำโรงเรียนและพนักงานขนส่ง)

ผู้จัดทำแผนความปลอดภัยด้านอาหาร

     ในส่วนของโปรแกรมที่สนับสนุนผู้ผลิตอาหารที่สอดคล้องกับกฎระเบียบความปลอดภัยอาหารที่ทันสมัย (Food Safety Modernization Act, FSMA) ซึ่งทางสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้จัดทำแผนความปลอดภัยในอาหาร (Food Safety Plan Builder, FSPB) ที่เป็นเครื่องมือเสริม เพื่อช่วยในการพัฒนาแผนงานด้านความปลอดภัยในอาหารอย่างเฉพาะเจาะจงและเป็นไปตามข้อกำหนดของวิธีการปฏิบัติที่ดีในการผลิตอาหารในปัจจุบัน (current Good Manufacturing Practices, cGMP) การวิเคราะห์อันตรายและการควบคุมความเสี่ยงตามกฎระเบียบทางด้านอาหารของมนุษย์ตามแผนความปลอดภัยในอาหารที่เผยแพร่ นอกจากนี้องค์การอาหารและยาได้มีการพัฒนาวิดีโอฝึกอบรมและคู่มือผู้ใช้งาน เพื่อช่วยผู้ประกอบการให้เข้าใจเครื่องมือตามหัวข้อของการควบคุมความปลอดภัยต่างๆ แผนความปลอดภัยในอาหารรวมถึงส่วนที่กำหนดเป้าหมายไว้เฉพาะสำหรับการควบคุมป้องกันโรคภูมิแพ้อาหาร ในส่วนของคำถามและข้อมูลเพิ่มเติมทางองค์การอาหารและยาได้จัดเตรียมอีเมลล์สำหรับติดต่อที่: FoodSafetyPlanBuilder@fda.hhs.gov



ที่มา www.ifrpd-foodallergy.com

วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560

Food Law Update USA_FDA เผยแพร่คู่มือระเบียบ FSMA เพิ่มเติม

องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) เผยแพร่คู่มือ 3 ฉบับเพื่อสร้างความเข้าใจ ชี้แจงผลกระทบ และข้อยกเว้นของระเบียบย่อยว่าด้วยการควบคุมเชิงป้องกันภายใต้กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงความปลอดภัยอาหารให้ทันสมัย (FSMA) แก่ผู้ผลิตอาหารกระป๋องชนิดที่เป็นกรดต่ำ น้ำผลไม้ และอาหารทะเล ซึ่งได้รับข้อยกเว้นในการปฏิบัติหรือข้อยกเว้นบางส่วนเนื่องจากปฏิบัติอยู่ภายใต้หลักการ HACCP และ Low-Acid Canned Foods (LACF) ของ FDA ฉบับเดิม 
โดยผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :


 https://www.fda.gov/Food/NewsEvents/ConstituentUpdates/ucm569554.htm
ที่มา: fda.gov สรุปโดย: มกอช.

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558

USA Food News_FDA สหรัฐฯ อนุญาตให้เพิ่มซีลีเนียม (Selenium) ในรายการสารอาหารและข้อกำหนดการติดฉลากสำหรับสูตรอาหารทารก

U.S. Food and Drug Administration (USFDA) อนุญาตให้เพิ่มซีลีเนียม (Selenium) ในรายการสารอาหาร โดยจำกัดปริมาณการใช้ซีลีเนียมในระดับที่ 2.0 – 7.0 μg/100 kilocalories (/100 kcal) และกำหนดให้ระบุข้อความเพิ่มเติมของปริมาณสารอาหารดังกล่าวบนฉลากสูตรอาหารทารก เนื่องจากซีลีเนียมเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญที่ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์สำคัญหลายชนิด มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระโดยทำงานร่วมกับวิตามินอี ควบคุมความดันโลหิต และยับยั้งการเกิดมะเร็ง นอกจากนั้นยังช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกายให้เป็นไปตามปกติ และควบคุมสุขภาพของสายตา ผิวหนัง และเส้นผม เป็นต้น ทั้งนี้ ระเบียบดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2559 เป็นต้นไป
กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความเคลื่อนไหวการกำหนดมาตรฐานและการปรับแก้ไขมาตรการ/กฎระเบียบต่าง ๆ ของประเทศคู่ค้าของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะประสานเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน  เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตและปรับปรุงสินค้าให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ ประเทศคู่ค้ากำหนดได้อย่างทันท่วงที 
ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   http://compliancecloud.selerant.com/latestnews/selenium-infant-food-usa.aspx

ที่มา :  1)http://compliancecloud.selerant.com

          2) http://www.gpo.gov/

กรมการค้าต่างประเทศ