แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สารปรุงแต่งกลิ่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สารปรุงแต่งกลิ่น แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560

Food Law Update EU_EU ประกาศแก้ไขกฎระเบียบเกี่ยวกับรายชื่อสารปรุงแต่งกลิ่นอาหารภายใต้ Union List

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2560 สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Regulation (EU) 2017/1250 ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 แก้ไข Annex 1 ของกฎระเบียบ Regulation (EU) 1334/2008 เกี่ยวกับสารปรุงแต่งกลิ่นอาหาร (Flavouring substances) ในรายชื่อสารปรุงแต่งกลิ่นอาหารของสหภาพยุโรป (Union List) ซึ่งเป็นเอกสารที่รวบรวมรายชื่อและปริมาณของสารปรุงแต่งกลิ่นอาหารและสารตั้งต้นที่อนุญาตให้ใช้ได้ในอาหาร เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของหน่วยงานด้านความปลอดภัยของอาหารแห่งสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority: EFSA)
โดยการแก้ไขครั้งล่าสุดเป็นผลสืบเนื่องจากกรณีที่ EFSA ได้ดำเนินการทดลองตรวจสอบเพิ่มเติมและประเมินผลทางวิทยาศาสตร์ พบว่าสารปรุงแต่งกลิ่นอาหาร 4,5-epoxydec-2(trans)-enal (Fl No: 16.071) เป็นพิษต่อสารพันธุกรรม (genotoxicity) ในตับของหนูทดลองและก่อให้เกิดมะเร็ง จึงกำหนดให้ถอดรายชื่อสารดังกล่าวออกจากรายชื่อสารปรุงแต่งกลิ่นอาหารของสหภาพยุโรปทันที เพื่อคุ้มครองสุขอนามัยของประชากร โดยกฎระเบียบฉบับนี้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 เป็นต้นไป
ด้วยเหตุนี้ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกสินค้าควรสำรวจว่าสินค้าอาหารของท่านมีส่วนผสมของสารปรุงแต่งกลิ่นอาหาร 4,5-epoxydec-2(trans)-enal (Fl No: 16.071) หรือไม่ เพื่อที่จะได้ปรับตัวตามกฎระเบียบและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากนี้  ทั้งนี้ สารปรุงแต่งกลิ่นอาหารดังกล่าว มักถูกนำไปใช้ในสินค้าที่ผลิตจากนม น้ำแข็ง เนื้อสัตว์ รวมถึงสินค้าที่มีส่วนผสมจากเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ เป็นต้น อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ เครื่องเทศ ซุป และซอสปรุงรสต่างๆ (อ้างอิงข้อมูลจาก Institute of Food Science and Technology: IFST)
 Milk
ผู้อ่านที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวเพิ่มเติมได้จาก
http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/?uri=CELEX:32017R1250
และสามารถดาวโหลดรายงานผลการตรวจสอบฉบับเต็มจาก EFSA ได้ที่
http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.2903/j.efsa.2017.4847/epdf

เรียบเรียงโดยทีมงาน Thaieurope.net
คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป

วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560

EU Food News_EU ระงับการใช้สารปรุงแต่งกลิ่นบางรายการเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๐ สหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2017/378 of 3 March 2017 amending Annex I to Regulation (EC) No 1334/2008 of the European Parliament and of the Council as regards certain flavouring substances ใน EU Official Journal L 58/14 ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
                  ๑. กฎระเบียบใหม่นี้เป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม (Annex I ของ Regulation (EC) No 1334/2008) ที่กำหนดบัญชีรายชื่อวัตถุเจือปนอาหาร  (Union list) ที่อนุญาตให้ใช้ในอาหาร การแก้ไขกฎระเบียบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระงับการใช้สารซึ่งเคยอนุญาตให้ใช้เป็นสารปรุงแต่งกลิ่นได้ (flavouring substance) ที่มีส่วนผสมของ สาร hexa-2(trans),4(trans)-dienal (FL No 05.057) และ deca-2(trans),4(trans)-dienal (FL No 05.140)  สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๗ หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA) ได้เคยประเมินว่า สารทั้ง ๒ รายการเป็นพิษต่อระบบพันธุกรรม และต่อมาในวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ กลุ่มผู้ประกอบการได้นำส่งผลวิจัยเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ EFSA อยู่ในระหว่างประเมินผลความเสี่ยงอีกครั้ง โดยในระหว่างนี้ จึงเห็นควรระงับไม่ให้ใช้สารปรุงแต่งกลิ่นกลุ่ม FGE ที่มีส่วนผสมของสารทั้ง ๒ รายการ
                 ๒. สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ต่อไปนี้
                 ๓. กฎระเบียบดังกล่าว จะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันหลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๐)
                 ๔. อย่างไรก็ดี EU อนุโลมช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านให้สินค้าอาหารที่มีส่วนผสมของสารปรุงแต่งกลิ่นที่กล่าวถึงข้างต้น ตามรายชื่อสารที่ปรากฎในภาคผนวก ที่มีการวางจำหน่ายก่อนที่กฎระเบียบฉบับจะมีผลบังคับใช้ (มีผลบังคับใช้วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๐)  ให้สามารถวางจำหน่ายได้ต่อไป จนถึงวันที่สินค้าอยู่ในสภาพที่ควรบริโภคได้ต่ำสุด (until their date of minimum durability) หรือเมื่อถึงวันที่ควรบริโภคก่อนที่สินค้าจะหมดอายุ (use-by-date)
                     สำหรับสินค้าอาหารที่นำเข้าจากประเทศที่สามที่มีส่วนผสมของสารปรุงแต่งกลิ่นกล่าวถึงข้างต้น ตามรายชื่อสารที่ปรากฎในภาคผนวก อนุโลมช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน หากผู้นำเข้าสามารถแสดงหลักฐานยืนยันได้ว่า สินค้าดังกล่าวถูกส่งและอยู่ในระหว่างการเดินทางไปจำหน่ายยัง EU ก่อนที่กฎระเบียบนี้จะมีผลปรับใช้ (ก่อนวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๐) ก็สามารถวางจำหน่ายได้ต่อไป จนถึงวันที่สินค้าอยู่ในสภาพที่ควรบริโภคได้ต่ำสุด (until their date of minimum durability) หรือเมื่อถึงวันที่ควรบริโภคก่อนที่สินค้าจะหมดอายุ (use-by-date)
             โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2559

EU Food News_EU อนุญาตให้ใช้ซูคราโลส (sucralose) เป็นสารแต่งกลิ่นรสในหมากฝรั่งที่มีน้ำตาลหรือโพลิออลส์ผสม

 เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๙ สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Regulation (EU) 2016/1776  of 6 October 2016 amending Annex II to Regulation (EC) No 1333/2008 of the European Parliament and of the Council as regards the use of sucralose (E 955) as a flavour enhancer in chewing gum with added sugars or polyols ใน EU Official Journal L 272/2 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
                 ๑. กฎระเบียบใหม่นี้เป็นการแก้ไข Annex II ใน Regulation (EC) No 1333/2008 ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อวัตถุเจือปนอาหาร (food additives) ที่สหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในอาหาร การแก้ไขในครั้งนี้ เป็นการอนุญาตให้ใช้สารซูคราโลส (sucralose : E 955)  เป็นสารแต่งกลิ่นรสในหมากฝรั่งที่มีน้ำตาลหรือโพลิออลส์ (polyols) ผสม เพื่อช่วยเพิ่มรสชาติของหมากฝรั่งและเพื่อคงรสชาติให้อยู่ได้นานขึ้นในระหว่างที่เคี้ยว โดยมีเงื่อนไขของปริมาณการ ใช้งานสูงสุดที่ระดับ ๑,๒๐๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งจะส่งผลให้ผู้บริโภคหมากฝรั่งปกติทั่วไปได้รับปริมาณของสารซูคราโลส ที่ระดับ ๐ – ๐.๑% ของค่า ADI ที่ควรได้รับ  และสำหรับผู้ที่บริโภคหมากฝรั่งอยู่เป็นประจำจะอยู่ที่ระดับ ๐ – ๔.๓% ของค่า ADI  อย่างไรก็ดี ค่าดังกล่าวจะไม่ส่งอันตรายต่อผู้บริโภค เนื่องจากไม่เกินกว่าค่า ADI (Acceptable Daily Intake : ADI) ที่ EU Scientific Committee on Food (SCF) เคยกำหนดไว้ คือ ที่ระดับ ๑๕ มิลลิกรัม/ น้ำหนักร่างกายเป็นกิโลกรัม/วัน
                 ๒. กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันหลังจากที่ประกาศลงใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๙)  สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวนี้สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ ดังต่อไปนี้
                           โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป 

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559

EU Food News_EU อนุญาตให้ใช้ gamma-glutamyl-valyl-glycine เป็นสารแต่งกลิ่นรสในอาหาร

เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙ สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Regulation (EU) No 1098/2014 of 17 October 2014 amending Annex I to Regulation (EC) No 1334/2008 of the European Parliament and of the Council as regards inclusion of gamma-glutamyl-valyl-glycine in the Union list of flavouring substances ใน EU Official Journal L 13/40 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
                 ๑. กฎระเบียบใหม่นี้เป็นการแก้ไข Annex I (Part A) ใน Regulation (EC) No 1334/2008 ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อวัตถุเจือปนอาหาร (food additives) ที่สหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในอาหาร การแก้ไขในครั้งนี้ สืบเนื่องจากหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหาร ประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA) ได้ประเมินความปลอดภัยในการใช้สาร gamma-glutamyl-valyl-glycine (FL ๑๗.๐๓๘) และพบว่าไม่มีความเสี่ยงต่อผู้บริโภค หากใช้ในปริมาณที่กำหนด
                 ๒. ในการนี้ EU จึงเห็นควรอนุญาตให้ใช้สาร gamma-glutamyl-valyl-glycine เป็นสารแต่งกลิ่นรสในอาหารได้ โดยมีเงื่อนไขของปริมาณการใช้งานตามประเภทสินค้าอาหารที่ระบุในภาคผนวก
                 ๓. กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันหลังจากที่ประกาศลงใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙)  สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวนี้สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก เวปไซต์ ดังต่อไปนี้


โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป 

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559

EU Food News_EU ระงับการใช้สารปรุงแต่งกลิ่นบางรายการ Regulation (EU) 2016/178

                  เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ สหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2016/178 of 10 February 2016 amending Annex I to Regulation (EC) No 1334/2008 of the European Parliament and of the Council as regards removal from the Union list of certain flavouring substances ใน EU Official Journal L 35/6 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
                  ๑. กฎระเบียบใหม่นี้เป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม (Annex I ของ Regulation (EC) No 1334/2008) ที่กำหนดบัญชีรายชื่อวัตถุเจือปนอาหาร  (Union list) ที่อนุญาตให้ใช้ในอาหาร การแก้ไขกฎระเบียบครั้งนี้มีวัตถุ ประสงค์เพื่อระงับการใช้สารซึ่งเคยอนุญาตให้ใช้เป็นสารปรุงแต่งกลิ่นได้ (flavouring substance) เนื่องจากภาคเอกชนผู้ผลิตสารในข้อ ๑.๑ – ๑.๔ ได้ขอถอนการยื่นคำร้องที่จะใช้สารดังกล่าวและขอไม่ให้การสนับสนุนการใช้สารใน ข้อ ๑.๕ อีกต่อไป โดยมีรายชื่อสารดังต่อไปนี้
                        ๑.๑ vetiverol (FL No 02.214)
                        ๑.๒ vetiveryl acetate (FL No 09.821)
                        ๑.๓ 2-acetyl-1, 4, 5, 6-tetrahydropyridin (FL No 14.079)
                        ๑.๔ 2-propionyl pyrroline 1% vegetable oil triglycerides (FL No 14.168)
                        ๑.๕ methyl-2-mercaptoproprionate (FL No 12.266)
                     ดังนั้น หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหาร ประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA) จึงเห็นควรระงับไม่ให้ใช้สารทั้ง ๕ รายการเพื่อใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารอีกต่อไป
                 ๒. สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ต่อไปนี้
                 ๓. กฎระเบียบดังกล่าว จะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันหลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙)
                     อย่างไรก็ดี EU อนุโลมช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านให้สินค้าอาหารที่มีส่วนผสมของสารปรุงแต่ง กลิ่นทั้ง ๕ รายการ ที่มีการวางจำหน่ายหรือติดฉลากในช่วง ๖ เดือนหลังจากที่กฎระเบียบนี้มีผลปรับใช้  สามารถ วางจำหน่ายได้ต่อไปจนกว่าสินค้าจะหมดอายุการบริโภค 


โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป 

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

๊EU Food Law _Update amd.Regulation (EC) No 1331/2008 ของปี 2015

วันนี้จะมาบอกรายการที่มีการปรับปรุงจากระเบียบเดิม ส่วนรายละเอียดวันนี้ไม่ทันอธิบายให้นะจ๊ะ

Regulation (EC) No 1331/2008 of the European Parliament and of the Council of 16 December 2008 establishing a common authorisation procedure for food additives, food enzymes and food flavourings
รายการที่ปรับปรุงปี 2015 มี

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558

EU Food News_EU ระงับการใช้สารปรุงแต่งกลิ่นบางรายการ

เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1102 of 8 July 2015 amending Annex I to Regulation (EC) No 1334/2008 of the European Parliament and of the Council as regards removal from the Union list of certain flavouring substances ใน EU Official Journal L 181/54 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
                  ๑. กฎระเบียบใหม่นี้เป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม (Annex I ของ Regulation (EC) No 1334/2008) ที่กำหนดบัญชีรายชื่อวัตถุเจือปนอาหาร  (Union list) ที่อนุญาตให้ใช้ในอาหาร การแก้ไขกฎระเบียบครั้งนี้มีวัตถุ ประสงค์เพื่อระงับการใช้สารซึ่งเคยอนุญาตให้ใช้เป็นสารปรุงแต่งกลิ่นได้ (flavouring substance) จำนวน ๕ รายการ ดังต่อไปนี้
-        1-Methylnaphthalene
-        Furfuryl methyl ether
-        Difurfuryl sulfide
-        Difurfuryl ether
-        Ethyl furfuryl ether
                     ทั้งนี้ เนื่องจากภาคเอกชนที่ประสงค์จะใช้สารดังกล่าวไม่ส่งมอบข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเพื่อใช้ ในการประเมินผลให้ EU ตามกำหนดภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ ดังนั้น หน่วยงานความปลอดภัยด้าน อาหารประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA) จึงเห็นควรระงับไม่ให้ใช้สารทั้ง ๕ รายการ เป็นวัตถุเจือปนอาหารอีกต่อไป
                 ๒. สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวนี้สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ต่อไปนี้
                 ๓. กฎระเบียบดังกล่าว จะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันหลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘)
                     อย่างไรก็ดี EU อนุโลมช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านให้สินค้าอาหารที่มีส่วนผสมของสารปรุงแต่งกลิ่นทั้ง ๕ รายการ ที่มีการวางจำหน่ายหรือติดฉลากในช่วง ๙ เดือนหลังจากที่กฎระเบียบนี้มีผลปรับใช้ (ระหว่าง วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘ – วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๙) สามารถวางจำหน่ายได้ต่อไปจนกว่าสินค้าจะหมด อายุการบริโภค 


รายงานโดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป 
- See more at: http://www2.thaieurope.net