วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Thai Laws : กฎหมายเกี่ยวกับการปศุสัตว์

รอบนี้พี่น้ำฝนเอาเฉพาะหัวข้อที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับอุตสาหรรมอาหารและการส่งออกที่เกี่ยวกับเนื้อสัตว์มาให้ตรวจสอบกันดูว่า ในบริษัทของตัวเองมีกฎระเบียบพวกนี้หรือยัง

พระราชบัญญัติ  
1        พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558       
2        พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558   
3        พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2535
4        พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2542      
5        พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 และฉบับที่เแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2542

พระราชกฤษฎีกา   
1        พระราชกฤษฎีกา ให้ใช้บทบัญญัติหมวด 1 หมวด 2 หมวด 3 หมวด 4 หมวด 5 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 บังคับแก่สัตว์ปีกจำพวก นก ไก่ เป็ด ห่าน และไข่สำหรับใช้ทำพันธุ์ พ.ศ. 2549
2        พระราชกฤษฎีกา ให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2535 บังคับไก่ เป็ด และห่านในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร พ.ศ. 2549
3        พระราชกฤษฎีกา ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2502 บังคับในท้องที่เขตเทศบาลนครกรุงเทพ จังหวัดพระนคร และเขตเทศบาลนครธนบุรี จังหวัดธนบุรี เกี่ยวกับไก่ เป็ด และห่าน พ.ศ. 2505 พ.ศ. 2512

กฎกระทรวง   ( 61 รายการ ) อันนี้เยอะ เลยไม่ได้คัดให้ ตามไปดูที่ลิงค์ต้นทางเลยจ้ะ


ระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   
ระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการยึด การทำลาย หรือการส่งกลับซึ่งสัตว์ หรือซากสัตว์ โดยไม่มีค่าชดใช้ พ.ศ. 2531

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   ( 54 รายการ ) อันนี้เยอะ เลยไม่ได้คัดให้ ตามไปดูที่ลิงค์ต้นทางเลยจ้ะ


ระเบียบกรมปศุสัตว์   ( 10 รายการ ) อันนี้ไม่เยอะ แต่ไม่ได้คัดให้ แหะแหะ >//< ตามไปดูที่ลิงค์ต้นทางเลยจ้ะ


ประกาศกรมปศุสัตว์   ( 13 รายการ )อันนี้ไม่เยอะ แต่ไม่ได้คัดให้ แหะแหะ >//< ตามไปดูที่ลิงค์ต้นทางเลยจ้ะ


ร่างพระราชบัญญัติ   อันนี้ดูเพื่อเป็นแนวทางเตรียมตัวรับมือหากมีการประกาศใช้นะจ๊ะ
1  ร่างพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. ...  
2  ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ....   

3  ร่างพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ....

ที่มา กรมปศุสัตว์จ้ะ

Histamine ในผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ

ข้อกำหนดสารฮีสทามีนในผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ

1. ผลิตภัณฑ์จากปลาทูนา (tuna) , scombridae , ปลาทู , ปลาหลังเขียว และปลาซาบะ (saba) โดย

ประเทศออสเตรเลีย กำหนดให้สามารถตรวจพบได้ไม่เกิน 200 ppm

สวนประเทศแคนาดา ประเทศในกลุมสหภาพยุโรปหรือ EU และประเทศอื่นๆ กำหนดให้สามารถตรวจพบได้ไม่เกิน 100 ppm

ประเทศสหรัฐอเมริกามีการกำหนดมาตรฐานสำหรับฮีสทามีนเข้มงวดกว่าประเทศอื่นๆ โดยกำหนดให้สามารถตรวจพบได้ไม่เกิน 50 ppm

2. ปลากะตักตากแห้ง (dried anchovy) และปลาทูนาตากแห้ง (dried tuna, Katsuobushi) ทุกประเทศ
กำหนดให้สามารถตรวจพบได้ไม่เกิน 200 ppm

3. น้ำปลา ประเทศแคนาดากำหนดให้สามารถตรวจพบได้ไม่เกิน 200 ppm

รายละเอียดเกี่ยวกับ  Histamine ติดตามได้ที่

http://www.fisheries.go.th/quality/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1-Histamine-300658-Final.pdf

ข้อปฏิบัติในการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำไปประเทศต่างๆ

ประกอบไปด้วยหัวข้อ
1.ขั้นตอนการขอรับรองโรงงานเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าประมงในขั้นแรก 2.เกณฑ์การตรวจประเมินเพื่อติดตามคุณภาพการผลิต
3.
การขอใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) 4.ขั้นตอนการนำสัตว์น้ำออกนอกราชอาณาจักรและหลักฐานประกอบการขอรับใบอนุญาตส่งออก ณ ด่านประมง 5.ระเบียบการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำไปต่างประเทศ
สหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration : FDA)
สหภาพยุโรป (Europian Union : EU)ญี่ปุ่น (Ministry of Health Labour and Welfare : MHLW) ออสเตรเลีย (Australian Quarantine and Inspection Service : AQIS, BA) สาธารณรัฐเกาหลี ( Ministry for Food, Agriculture, Forestry and Fisheries : MIFAFF) 
สาธารณรัฐประชาชนจีน (General Administration of Quality Supervision, Inspection and Quarantine of the People’s Republic of China : AQSIQ) 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
1. http://www.thai-frozen.or.th/news_21.php
2. http://www.fisheries.go.th/quality/

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2558

รายชื่อชมรม/สมาคม ที่ออกใบกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ update 12 มิถุนายน 2558

ตอนนี้ยอดรวมการขออนุมัติเป็นผู้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ และลูกพันธุ์สัตว์น้ำ(MD และ FMD) ของกลุ่มองค์กรเอกชนและบุคคล  update จนถึง 12/6/2558 แล้วนะคะ ผู้เลี้ยง ผู้ผลิตหรือเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกุ้งอย่าลืมตรวจสอบข้อมูลด้วยนะคะ เพราะมียกเลิกและหมดอายุหลายชมรม/สมาคมจาก 133 รายชื่อ

http://www.shrimpaqua.com/

ดำเนินการโดย กองวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง (กพช.)

Japan Law_แจกลิงค์ขั้นตอนนำเข้าสินค้าประเทศญี่ปุ่น : Food Import Procedures

หลังจากหายไปหลายวันเพราะไม่มีข่าว update เกี่ยวกับกฎระเบียบอาหารบ้านเราเท่าไหร่
วันนี้มาแจกลิงค์จ้ะ 
ตามไปโหลดที่เวบต้นทางนะจ๊ะ

Import Procedures in Japan for ASEAN Products

หัวข้อ
1. Food Import Procedures
Food Import Clearance
Japanese Import Regulations
Laws Concerning the Labeling of Foods in Japan


2. Import Procedures by Food Category
Fresh and Frozen Vegetables
Fresh Fruits
Frozen Fish and Shellfish
Teas and Coffees
Prepared Foods
Soft Drinks
Alcoholic Beverages


3. List of Official Laboratories in Exporting Countries 


ขอบคุณ
www.asean.or.jp

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558

EU News_ทิศทาง นโยบาย ประเด็นสำคัญต่างๆของทาง EU ทั้งด้านเกษตร

1. ทิศทางนโยบายเกษตร EU ในช่วงที่ลักเซมเบิร์กเป็นประธานสหภาพยุโรป
ในฐานะประธานสหภาพยุโรป ลักเซมเบิร์กได้กำหนดแผนการดำเนินงานในช่วง ๖ เดือน ข้างหน้าว่าจะมุ่งให้ความสำคัญกับเรื่องใดเป็นหลัก[1] ได้แก่ การกระตุ้นการลงทุนเพื่อเสริมสร้างความเจริญ เติบโตและการจ้างงาน ให้ความสำคัญกับมิติด้านสังคมมากขึ้น จัดการกับปัญหาการอพยพย้ายถิ่น รวมถึง เรื่องสิทธิเสรีภาพ ความยุติธรรม และความปลอดภัย ฟื้นฟูตลาดร่วม (single market) โดยมุ่งความ สนใจไปที่ตลาดร่วมดิจิตอล (single digital market) เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของ EU ในตลาด โลกและกรอบการทำงานที่โปร่งใส สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งของ บทบาท EU ในเวทีโลก
- อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
http://www2.thaieurope.net/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3-eu-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%88/#sthash.Ity5bkhw.dpuf


2. การติดตามและประเมินนโยบายเกษตรของประเทศสมาชิก OECD และตลาดเกิดใหม่
*ประเทศตลาดเกิดใหม่ หมายถึง กลุ่มประเทศที่กิจกรรมเศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้า ทัดเทียมกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ส่วนใหญ่มักเป็นแหล่งทรัพยากรและแรงงานที่สำคัญ นอกจากนี้ กลุ่มประเทศตลาด เกิดใหม่ยังมีจำนวนประชากรราว ๘๐% ของประชากรทั่วโลกและมีขนาดเศรษฐกิจคิดเป็นสัดส่วน ๒๐% ของเศรษฐกิจโลก 
- อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
http://www2.thaieurope.net/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2/#sthash.e3mdQLoF.dpuf


ที่มาสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ  ประจำสหภาพยุโรป

EU News_ประเด็นสำคัญภายใต้การปฏิรูปนโยบายประมงร่วม (Common Fishery Policy: CFP) ของอียู ปี 2557 – 2563

 ประเด็นสำคัญภายใต้นโยบายประมงร่วม ปี ๒๕๕๗ - ๒๕๖๓ ได้แก่
                           -  การวางแผนบริหารจัดการประมงแบบต่อเนื่องหลายปี (multi-annual plans) และการ เปลี่ยนจาก “single-stock plans” เป็น “fisheries-based plans” ทำให้จำนวนแผนลดลง แต่ครอบคลุม สต็อกปลามากชนิดขึ้น อันจะนำไปสู่ความยั่งยืน
                           -  การบริหารจัดการประมงโดยยึดระบบนิเวศ (ecosystem oriented approach) และ การป้องกันล่วงหน้า (precautionary approach) เป็นหลัก เพื่อจำกัดผลกระทบจากการทำประมงต่อระบบนิเวศ ทางทะเลและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล
                          -  ความยั่งยืนเป็นหัวใจของการปฏิรูปนโยบาย โดยบังคับให้การจับสัตว์น้ำต้องไม่เกินระดับศักย์ การผลิตสูงสุด (Maximum Sustaibable Yield: MSY)[3] เพื่อฟื้นฟูให้สต็อกปลากลับมาอยู่ในสภาพอุดมสมบูรณ์ การกำหนด MSY ของสต็อกปลาบางชนิดสามารถทำได้โดยจะเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ และอย่างช้าที่สุดภายในปี ๒๕๖๓ จะกำหนด MSY สำหรับสต็อกปลาทุกชนิด
                          -  ยกเลิกพฤติกรรมทิ้งสัตว์น้ำลงทะเล (discard ban) โดยบังคับให้ชาวประมงต้องนำสัตว์น้ำที่ จับได้ขึ้นฝั่งทั้งหมด (landing obligation) แต่จะเริ่มดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงปี ๒๕๕๘ – ๒๕๖๒ เพื่อให้ชาวประมงปรับตัว โดย landing obligation จะมีผลบังคับใช้เฉพาะการจับสัตว์น้ำที่อยู่ภายใต้ระบบ TACs เท่านั้น
                          -  บังคับให้ประเทศสมาชิกต้องปรับอัตรากำลังการผลิตของกองเรือประมงให้สมดุลกับโอกาส ทำประมงของประเทศนั้นๆ ส่วนประเทศสมาชิกที่มีกำลังการผลิตของกองเรือประมงมากเกินไปต้องวางแผนลดความ ไม่สมดุลดังกล่าว
                          -  สนับสนุนการทำประมงขนาดเล็ก เพราะนอกจากส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลต่ำแล้ว การทำประมงขนาดเล็กยังมีความสำคัญต่อสังคมและการอนุรักษ์เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมตามแนวชายฝั่งหลายแห่ง ในยุโรป โดยประเทศสมาชิกสามารถขยายเวลาจำกัดเขตการทำประมง (exclusion zone) ในระยะทางไม่เกิน ๑๒ ไมล์จากชายฝั่งทะเลไว้เป็นพื้นที่สำหรับทำประมงพื้นบ้านไปจนถึงปี ๒๕๖๕ (ค.ศ. ๒๐๒๒)
                          -  การกระจายอำนาจตัดสินใจไปสู่ระดับภูมิภาค  (regionalisation) โดยให้ประเทศสมาชิกมี อิสระในการพัฒนาและเลือกมาตรการที่จะนำมาใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ CFP กำหนดไว้
                          -  กำหนดให้ประเทศสมาชิกมีหน้าที่รวบรวม ดูแลรักษา และแบ่งปันข้อมูลที่จำเป็นต่อการ บริหารจัดการประมง (เช่น ข้อมูลเทคนิค ชีววิทยา สิ่งแวดล้อม  เศรษฐกิจ-สังคม) โดยการจัดทำและบริหารจัดการ ข้อมูลดังกล่าวจะได้รับเงินอุดหนุนจาก European Maritime and Fisheries Fund (EMFF)
                          -  เรือประมง EU ที่จับปลานอกเขตน่านน้ำ EU ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่สอดคล้อง กับหลักการของ CFP ส่วนการแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำในน่านน้ำของประเทศพันธมิตรจะอยู่ ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือด้านการประมง (Fisheries Partnership Agreements)
                          -  ภาคเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรวมอยู่เป็นส่วนหนึ่งของ CFP ด้วย โดยมุ่งส่งเสริมการเติบโตอย่าง ยั่งยืน การจ้างงานและผลิตภาพของภาคเพาะการเลี้ยงสัตว์น้ำ ขจัดอุปสรรคในการปฏิบัติงาน และกำหนดให้ มีการจัดตั้งคณะทำงานที่ปรึกษาเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (Aquaculture Advisory Councils)
- อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www2.thaieurope.net/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b/#sthash.DEUo0jBV.dpuf

ที่มาสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ  ประจำสหภาพยุโรป