วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558

EU News_EU ประกาศรายชื่อเรือประมงที่ลักลอบการทำประมงที่ผิดกฎหมายครั้งที่ ๖

 EU list of vessels engaged in IUU fishing

           จากการปรับใช้กฎระเบียบ IUU ของสหภาพยุโรป เพื่อต่อต้านการลักลอบการทำประมงที่ผิดกฎหมาย โดย กำหนดให้ประเทศที่สามที่ประสงค์จะส่งสินค้าประมงไปจำหน่ายยัง EU ต้องมีใบรับรองการจับสัตว์น้ำ (catch certificate) เพื่อรับรองแหล่งที่มาของสัตว์น้ำแนบไปกับสินค้านั้นๆ ซึ่งได้มีผลปรับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ นั้น
           เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘ EU ได้ออกประกาศกฎระเบียบใหม่เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง คือ Commission Implementing Regulation (EU) 2015/1296 of 28 July 2015 amending Regulation (EU) No 468/2010 establishing the EU list of vessels engaged in illegal, unreported and unregulated fishing ซึ่งเป็นการประกาศรายชื่อเรือประมงที่ลักลอบการทำประมงที่ผิดกฎหมายภายใต้กฎระเบียบ IUU ครั้งล่าสุด (ครั้งที่ ๖) อันเป็นไปตามข้อกำหนดใน Chapter V ของกฎระเบียบ IUU ซึ่งจากการตรวจสอบ ไม่พบว่ามีรายชื่อเรือประมงของไทยอยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าว อย่างไรก็ดี พบว่า เรือ ๑ ลำ ที่ชื่อว่า “KUNLUN (TAISHAN)” ซึ่งขณะนี้จอดเทียบท่าอยู่ที่ จ. ภูเก็ต อยู่ในบัญชีเรือ IUU นี้ด้วย
            อนึ่ง EU ได้ถอนชื่อเรือ “DOLPHIN” และเรือ “TIANTAI” ออกจากบัญชีรายชื่อเรือ IUU ของ EU เนื่องจากเรือดังกล่าวถูกปลดระวางและจมลง โดยให้มีผล ตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ และวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๗ ตามลำดับ
โดยรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้จาก เว็บไซต์ดังต่อไปนี้
            ทั้งนี้ บัญชีรายชื่อเรือประมง IUU ที่ปรากฎในภาคผนวก (Annex) จะมีผลตามกฎหมาย ๗ วันภายหลัง การประกาศกฎระเบียบดังกล่าวใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘)
        ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสำนักงานฯ :
            แม้การประกาศในครั้งนี้ จะไม่ปรากฏชื่อเรือประมงที่ชักธงไทยอยู่ในบัญชีรายชื่อเรือประมง IUU ของ EU ไทยก็ควรให้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการซื้อสัตว์น้ำจากเรือประมงที่ระบุในรายชื่อเรือ IUU ดัง กล่าว เนื่องจากเป็นกลุ่มเรือที่ผิดกฎหมาย สัตว์น้ำที่จับได้จากเรือดังกล่าวจะไม่สามารถส่งเข้าไปจำหน่ายยัง EU ได้ โดยเฉพาะสัตว์น้ำจากกลุ่มประเทศหมู่เกาะแคริเบียนและกลุ่มประเทศอัฟริกา ซึ่งปรากฏอยู่ในบัญชีนี้เป็นจำนวน มาก รวมทั้งเรืออีกเป็นจำนวนมากที่ EU ไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นเรือสัญชาติใด (unknown) 
โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป 
-See more at: http://www2.thaieurope.net

Japan News_กระทรวงสาธารณสุขฯ ญี่ปุ่น ตรวจพบเชื้อแบคทีเรีย Vibrioในผลิตภัณฑ์กุ้ง นำเข้าจากไทย

กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการ ญี่ปุ่น ตรวจพบเชื้อแบคทีเรีย Vibrio Parahaemolyticus  (MPN) ผลิตภัณฑ์กุ้ง (Frozen Raw Sushi Shrimp) เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 ที่นำเข้าจากไทย โดยสินค้าล็อตดังกล่าวต้องถูกทำลายทิ้งหรือส่งคืนต้นทางตามข้อกำหนด ของกระทรวงสาธารณสุขฯ ญี่ปุ่น ทันที

                การตรวจพบดังกล่าว เป็นผลให้กระทรวงสาธารณสุขฯ ญี่ปุ่น เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวจากผลิตภัณฑ์กุ้ง Sushi ทุกรุ่นที่นำเข้าจากประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2558 เป็นต้นมา และหากตรวจพบปัญหาซ้ำอีก (แม้ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการรายอื่นก็ตาม) กระทรวงสาธารณสุขฯ ญี่ปุ่น อาจพิจารณาออกคำสั่งให้กักกันผลิตภัณฑ์กุ้ง sushi ทุกรุ่นที่นำเข้าจากประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในความปลอดภัยด้านอาหารของผลิตภัณฑ์กุ้งส่งออกจากประเทศไทย

                จึงขอให้ผู้ประกอบการไทย เพิ่มความระมัดมะวังในการผลิตและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์สินค้ากุ้งทุกชนิดก่อนส่งออกไปญี่ปุ่น

 
 
 
ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการ ญี่ปุ่น [ 6-08-58 ]
ที่มา มกอช.

๋Japan Law _ update รายการมาตรฐานอาหารหรือสุขลักษณะในการผลิตของญี่ปุ่น

มาตรวจสอบรายการที่ถือครองในมือกันว่ามี revision ตามนี้หรือเปล่านะคะ
1. Food Sanitation Act (enforced in April 2007)
2. Order for Enforcement of the Food Sanitation Act (enforced in May 2006)
3. Ordinance for Enforcement of the Food Sanitation Act 
    (enforced in December 2007)
4. Quarantine Act (revised in December 2006)
5. Plant Protection Act (revised in October 2005)
6. Consumer Product Safety Act (revised in August 2011)
7. Handbook for Consumer Products Import Regulations 2010 
8. Handbook for Industrial Products Import Regulations 2009 
9. Handbook for Agricultural and Fishery Products Import Regulations 2009
10. Specifications and Standards for Foods, Food Additives, etc.
 Under the Food Sanitation Act (Abstracts) 2010
11. Specifications, Standards and Testing Methods for Foodstuffs, 
Implements, Containers and Packaging, Toys, Detergents 2008 
-รายการและวิธีการวิเคราะห์ ถ้าจะอ้างอิงตามมาตรฐานญี่ปุ่นนะคะ

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Vietnam News_เวียดนามขยายปริมาณส่งออกกุ้งอย่างต่อเนื่อง

สมาคมผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลของเวียดนาม (VASEP) รายงานสถิติการผลิตและส่งออกกุ้งในเดือนพฤษภาคม 2558 ดังนี้ 

                - เวียดนามสามารถส่งออกกุ้งเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2558 ถึง 9% โดยมีมูลค่ารวมถึง 242.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังคงต่ำกว่ามูลค่าส่งออกในเดือนพฤษภาคม 2557 ถึง 29.6% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2557 และในส่วนมูลค่าการส่งออกกุ้งในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2558 มีมูลค่ารวมประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2557 ถึง 29.4%

                - สาเหตุสำคัญของมูลค่าการส่งออกที่ลดลง เกิดจากการที่ประเทศผู้ซื้อกุ้งรายใหญ่ของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ลดปริมาณความต้องการบริโภค รวมทั้งการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการผลิตกุ้งทั่วโลกจากปัญหาโรคกุ้งตายด่วน (Early Mortality Syndrome : EMS) ทำให้ปริมาณการผลิตกุ้งทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 3.4 เป็น 3.6 ล้านตันในปี 2557 และส่งผลต่อราคารับซื้อกุ้งในตลาดที่ลดลง

                - สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ซื้อรายใหญ่ มีปริมาณการเก็บรักษากุ้งแช่แข็งเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อมูลค่าการส่งออกของเวียดนามในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2558 ลดลงถึง 52% จากปี 2557 เหลือเพียง 212.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

                - สำหรับสหภาพยุโรป ยังคงประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สถานการณ์ยูโรโซน ทำให้ค่าเงินสกุลยูโรเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐลดลง และความต้องการซื้อกุ้งลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้ปริมาณการนำเข้ากุ้งจากเวียดนามลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2557 ถึง 13.8% เหลือเพียง 192.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

                - กุ้งขาว (แวนนาไม) ยังคงเป็นสินค้าหลักที่สามารถส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก โดยมีมูลค่ารวมเป็นสัดส่วนถึง 57.5% (579.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และกุ้งกุลาดำอยู่ที่ 346.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
 
 
 
ที่มา : The Fish Site  [ 05-08-2558 ]
ที่มา มกอช.
 

จีน - ออสซี่ บรรลุข้อตกลง FTA สินค้าเกษตร

 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2558 รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของจีนและออสเตรเลียได้ร่วมลงนามในความตกลงการค้าเสรี China - Australia Free Trade Agreement (ChAFTA) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปี 2558
 ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของออสเตรเลียได้ให้ความเห็นว่าการบรรลุความตกลง ChAFTA จะช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกสินค้าเกษตรและประมง ที่มีมูลค่าการส่งออกไปยังจีนสูงถึง 9,000 ล้านเหรียญออสเตรเลียในปี 2557  ด้วยข้อตกลงการลดภาษีนำเข้าจากเดิมที่สินค้าบางรายการต้องเสียภาษีในอัตราสูงถึง 30%

                ภายใต้ความตกลง ChAFTA จีนได้กำหนดการลดอัตราภาษีอย่างต่อเนื่องในสินค้าเนื้อวัวและเนื้อแกะแช่เย็นและแช่แข็ง จากเดิม 12 - 25 % จนเป็นศูนย์ภายในเวลา 8 - 9 ปี ผลิตภัณฑ์นมและสินค้าแปรรูประหว่าง 4 - 11 ปี และสินค้าประมง ผลไม้ ถั่ว ผัก ไวน์และอาหารแปรรูป ภายใน 4 ปี โดยคาดการณ์ภายในปีแรกที่ ChAFTA มีผลบังคับใช้ จะทำให้ผู้ส่งออกได้รับผลประโยชน์จากส่วนต่างของภาษีถึง 188 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวของการส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญต่างๆ ทั้งเนื้อวัว เนื้อแกะ หนังสัตว์ นม สินค้าพืชสวน ไวน์และสินค้าประมง โดยเฉพาะข้าวบาร์เลย์ ข้าวฟ่าง ข้าวโอ๊ต อาหารสัตว์ กุ้งแช่แข็ง ซึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษีในทันทีประกาศบังคับใช้

                การบรรลุความตกลง ChAFTA ถือเป็นการลดช่องว่างทางการแข่งขันระหว่างออสเตรเลียกับประเทศผู้ส่งออกสำคัญที่ได้บรรลุความตกลงการค้าเสรีกับจีนแล้ว อาทิ นิวซีแลนด์ ชิลี ไปจนถึงประเทศพัฒนาซึ่งยังไม่ได้บรรลุความตกลงการค้าเสรี ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ซึ่งรัฐบาลของออสเตรเลียมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับภาคเกษตรโดยพัฒนาศักยภาพในการเข้าสู่ตลาดทั้งในกลุ่มผู้ผลิตและผู้ส่งออก
 
 
 
 
ที่มา : The Fish Site [ 05-08-2558 ]
ที่มา มกอช.
 

Russia News_รัสเซียขยายเวลาการห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรจาก EU ถึงปี 2559

รัฐบาลรัสเซียได้ประกาศขยายเวลาห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหภาพยุโรป (European Union: EU) จนถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2559 โดยรายการสินค้าที่ห้ามนำเข้าได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากเนื้อโค, เนื้อหมู, เนื้อสัตว์, สินค้าปลาและหอย, นมและผลิตภัณฑ์จากนม, ผัก, ไส้กรอกและผลิตภัณฑ์อื่นๆ 

                นายกรัฐมนตรีรัสเซีย กล่าวว่า รัฐบาลได้ตัดสินใจในการขยายเวลาในการตอบโต้ทางเศรษฐกิจกับ EU และประเทศอื่นๆจากที่ประกาศมาตรการตั้งแต่ปี 2557 และกล่าวเพิ่มเติมว่าไม่ได้เป็นผู้เริ่มดำเนินมาตรการกีดกันสินค้า และมีความพยายามที่ต้องการให้ความขัดแย้งหมดไป แต่รัสเซียยังคงการเปลี่ยนแปลงท่าทีในเชิงบวกจากประเทศเหล่านี้ ทำให้รัสเซียตัดสินใจดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตว่าเกษตรกรได้ขอให้รัฐบาลห้ามการนำเข้าสินค้าจาก EU ให้นานที่สุด ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในการห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม รวมทั้งขึ้นอยู่กับความคืบหน้าในด้านความสัมพันธ์กับคู่ค้าในยุโรปและคู่ค้าจากประเทศอื่นๆด้วย
 
 
ที่มา: The Cattle Site (03/08/58)
ที่มา มกอช.

EU News_EU จัดระเบียบบัญชีรายชื่อสารปราบศัตรูพืชในภาคผนวก IV ของ Regulation (EC) No.396/2005

EU ออกกฎระเบียบใหม่ Commission Regulation (EU) No. 2015/896 
เพื่อจัดระเบียบบัญชีรายชื่อสารปราบศัตรูพืชและค่าอนุโลมตกค้างสูงสุด (MRLs) ที่เกี่ยวข้องของยาปราบศัตรูพืช จำนวน 13 รายการ ที่อนุโลมให้ตกค้างได้ในสินค้าพืช (ผัก ผลไม้ ธัญพืช) และสินค้าสัตว์ ดังนี้

                 1. บรรจุสาร Trichoderma polysporum strain IMI 206039, Trichoderma asperellum (formerly T. harzianum) strains ICC 012, T – 25 and TV1, Trichoderma atroviride (formerly T. harzianum) strains IMI 206040 and T – 11, Trichoderma harzianum strain T – 22 and ITEM 908, Trichoderma gamsii (formerly T. viride) strain ICC 080, Trichoderma asperellum strain T – 34, Trichoderma atroviride strain I – 1237, geraniol และ thymol อยู่ในภาคผนวก IV ของ Regulation (EC) No.396/2005

                 2. ถอนสาร ferric sulphate (iron (III) sulphate) ออกจากภาคผนวก IV ของ Regulation (EC) No.396/2005

                 3. ตัดชื่อสาร folic acid ออกจาก footnote 1 ของ Regulation (EC) No.396/2005

                 4. ปรับคำนิยามใน footnote 2 เพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหารและอาหารสัตว์เป็นการเฉพาะ

                 5. กำหนดให้ใช้ค่า MRLs ในระดับต่ำสุด (uniform limit) ที่ระดับ 0.01 มิลลิกรัม/กิโลกรัม สำหรับสาร Trichoderma polysporum strain IMI 206039, Trichoderma asperellum (formerly T. harzianum) strains ICC 012, T – 25 and TV1, Trichoderma atroviride (formerly T. harzianum) strains IMI 206040 and T – 11, Trichoderma harzianum strain T – 22 and ITEM 908, Trichoderma gamsii (formerly T. viride) strain ICC 080, Trichoderma asperellum strain T – 34, Trichoderma atroviride strain I – 1237, geraniol และ thymol เนื่องจาก EU ยังไม่มีการกำหนดค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดเฉพาะ (no specific MRLs) กฎระเบียบดังกล่าว จะมีผลตามกฎหมาย 20 วัน หลังที่มีการประกาศลงใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2558) 

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
http://eur-lex.europa.eu/legalcontent/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:JOL_2015_147_R_0002&from=EN

 
ที่มา: สปษ.บรัสเซลส์/มกอช.(03/08/58)
จากเวบ มกอชฬ นะคะ