แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยาฆ่าแมลง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยาฆ่าแมลง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Food Law Update EU_เห็นชอบต่ออายุการอนุญาตใช้สาร imazamox

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2560 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2017/1531 of 7 September 2017 renewing the approval of the active substance imazamox, as a candidate for substitution, in accordance with Regulation (EC) No. 1107/2009 of the European Parliament and of the Council concerning the placing of plant protection products on the market, and amending the Annex to Commission Implementing Regulation (EU) No. 540/2011 ใน EU Official Journal L232/6 สรุปสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว ดังนี้
1. คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบให้ต่ออายุการอนุญาตใช้สาร imazamox ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์อารักพืช ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 – วันที่ 31 ตุลาคม 2567 และให้ยกเลิกการจำกัดการใช้เพียงเป็นยากำจัดวัชพืช
2. สาร imazamox มีระยะครึ่งชีวิต (half-life) ในน้ำจืดและตะกอนมากกว่า ๑๒0 วัน ซึ่งถือว่าเป็นสารที่มีความคงทนในดินสูง นอกจากนี้ สารดังกล่าวยังมีความเป็นพิษ โดยปริมาณความเข้มข้นของสารที่ไม่ส่งผลกระทบต่อพืชน้ำควรอยู่ที่ ๐,๐045 มิลลิกรัม/ลิตร ดังนั้น คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเห็นควรกำหนดให้สาร imazamox อยู่ในบัญชีรายการ Candidate for Substitution (CfS) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณายกเลิกการใช้สารดังกล่าวเมื่อพบว่ามีสารตัวอื่นที่สามารถใช้ทดแทนได้
3. กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศในวันที่ 8 กันยายน 2560) และให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป
4. สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ดังนี้
โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Food Law Update EU_ขยายเวลาการอนุญาตชั่วคราวให้สารออกฤทธิ์ในระหว่างรอผลประเมินต่ออายุใช้งาน

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2560 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2017/1527 of 6 September 2017 amending Implementing Regulation (EU) No 540/2011 as regards the extension of the approval periods of the active substances cyflufenamid, fluopicolide, heptamaloxyloglucan and malathion ใน EU Official Journal L 231/3 สรุปสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว ดังนี้
                     1. เนื่องจากการอนุญาตให้ใช้สารออกฤทธิ์ (Active Substances) จำนวน 4 รายการ ได้แก่สาร cyflufenamid สาร fluopicolide สาร heptamaloxyloglucan และสาร malathion จะสิ้นสุดลงในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี 2562 – 2564 ซึ่งการขอต่ออายุการอนุญาตใช้งานสารดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ และ EU จำต้องใช้เวลาในการพิจารณา ดังนั้น เพื่อมิให้การใช้สารดังกล่าวได้รับผลกระทบก่อนการประกาศผลพิจารณาอนุญาตการต่ออายุของคณะกรรมาธิการยุโรป จึงเห็นควรให้ขยายเวลาการใช้สารทั้ง 4 รายการ เป็นการชั่วคราว ดังนี้
                        1.1 สาร heptamaloxyloglucan ขยายเวลา 1 ปี ไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564
                        1.2 สาร malathion ขยายเวลา 2 ปี ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2565
                        1.3 สาร cyflufenamid และ fluopicolide ขยายเวลา 3 ปี ไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2566
                    2. คณะกรรมาธิการยุโรปได้กำหนดเงื่อนไขควบคุมการขยายเวลาตามมาตราที่ 17 ย่อหน้าที่ 1 ของ Regulation (EC) No 1107/2009 ดังนี้
                        2.1 ในกรณีไม่มีการยื่นคำร้องเกี่ยวกับสารข้างต้นเพิ่มเติมภายใน ๓๐ เดือน ก่อนวันสิ้นสุดการอนุญาตตามกฎระเบียบฉบับนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจะอนุญาตให้ใช้สารนั้น ๆ ต่อไปได้จนถึงวันสิ้นสุดการอนุญาตเดิม หรือช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับวันดังกล่าว
                        2.2 ในกรณีที่คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาแล้วเห็นว่า สารรายการใดไม่สมควรได้รับการต่ออนุญาต คณะกรรมาธิการยุโรปสามารถปรับร่นให้ใช้วันสิ้นสุดการอนุญาตเดิมได้ หรือวันที่กฎระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ แม้ผลการพิจารณาจะแล้วเสร็จหลังจากการขยายการอนุญาตชั่วคราวนี้แล้วก็ตาม
                        2.3 ในกรณีที่คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาแล้วเห็นควรอนุญาตให้ต่ออายุการใช้สารนั้น ๆ คณะกรรมาธิการยุโรปจะดำเนินการกำหนดวันที่มีผลปรับใช้โดยเร็วที่สุด
                    3. กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ ๒๐ วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศในวันที่ 7 กันยายน 2560)
                    4. สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ดังนี้
                              โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Food Law Update EU_ไม่อนุญาตต่ออายุให้สาร beta-cypermethrin เป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2560 คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2017/1526 of 6 September 2017 concerning the non-renewal of active substance beta-cypermethrin in accordance with Regulation (EC) No 1107/2009 of the European Parliament and of the Council concerning the placing of plant protection products on the markets ใน EU Official Journal L 231/1 ว่าด้วยการไม่อนุญาตต่ออายุให้สาร beta-cypermethrin เป็นสารออกฤทธิ์ (Active Substances) ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช (Plant Protection Products : PPPs) สรุปสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว ดังนี้
1. คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปประกาศยกเลิกการใช้สาร beta-cypermethrin ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2560 เป็นต้นไป เว้นแต่จะมีการยื่นขอให้พิจารณาต่ออายุการใช้สารดังกล่าวอีกครั้ง
2. เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 หน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารของสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority) ได้แจ้งผลการวิจัยต่อคณะกรรมาธิการยุโรปว่า beta-cypermethrin มีความเสี่ยงสูงสำหรับสิ่งมีชีวิตในน้ำ ผึ้ง สัตว์ขาปล้อง นอกจากนี้ ผลการประเมินความเสี่ยงในสิ่งมีชีวิตในดิน สิ่งมีชีวิตในน้ำ และน้ำบาดาลยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากขาดข้อมูลด้านปฏิกิริยาของ cyclopropyl ring moiety ของ beta-cypermethrin รวมทั้งยังขาดข้อมูลด้านเมตาบอไลต์ของโค-กระบือ ซึ่งจำเป็นในการพิจารณาค่าสารตกค้างในสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดมาจากสัตว์ และยังขาดข้อมูลด้านความเป็นพิษของเมตาบอไลต์ PBA ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงต่อผู้บริโภค จึงเห็นควรไม่อนุญาตให้ต่ออายุสารดังกล่าว ต่อไป
3. กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ ๒๐ วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 7 กันยายน 2560)
4. สำหรับรายละเอียดของกฎดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ดังนี้
                                โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Food Law Update EU_สหภาพยุโรปต่ออายุการอนุญาตใช้สาร maleic hydrazide

 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2017/1506 of 28 August 2017 renewing the approval of the active substance maleic hydrazide in accordance with Regulation (EC) No 1107/2009 of the European Parliament and of the Council concerning the placing of plant protection products on the market, and amending the Annex to Commission Implementing Regulation (EU) No 540/2011 ใน EU Official Journal L 222/21สรุปสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว ดังนี้
                   1. คณะกรรมธิการยุโรปเห็นชอบให้ต่ออายุการอนุญาตใช้สาร maleic hydrazide ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 – วันที่ 31 ตุลาคม 2575 และให้ยกเลิกการจำกัดการใช้เพียงเป็นสารควบคุมการเจริญเติบโต และกำหนดปริมาณการใช้สาร maleic hydrazide สูงสุดไว้ที่ระดับ 0,028 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
                   2. กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ 20 วันหลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศในวันที่ 29 สิงหาคม 2560) และให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ทั้งนี้ อนุโลมให้การปรับใช้ค่าบริสุทธิ์ (purity) ตามภาคผนวก I มีผลปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป
                   3. สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ดังนี้
                   โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Food Law Update EU_Commission Regulation (EU) 2017/1496

สหภาพยุโรปไม่อนุญาตต่ออายุให้ DPX KE 459 (flupyrsulfuron-methyl) เป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2560 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2017/1496 of 23 August 2017 concerning the non-renewal of approval of the active substance DPX KE 459 (flupyrsulfuron-methyl), in accordance with Regulation (EC) No 1107/2009 of the European Parliament and of the Council concerning the placing of plant protection products on the market, and amending Commission Implementing Regulation (EU) No. 540/2011 ว่าด้วยการไม่อนุญาตต่ออายุให้สาร DPX KE 459 (flupyrsulfuron-methyl) เป็นสารออกฤทธิ์ (Active Substances) ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช (Plant Protection Products : PPPs) สรุปสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว ดังนี้
1. คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดให้สาร DPX KE 459 (flupyrsulfuron-methyl) สิ้นสุดการอนุญาตใช้ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ซึ่งเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2559 หน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารของสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority) ได้แจ้งผลการวิจัยจากกรณีที่มีผู้ยื่นขอต่ออายุการใช้งานต่อคณะกรรมาธิการยุโรปว่า สารแม่ (parent substance) ของสาร DPX KE 459 (flupyrsulfuron-methyl) สามารถก่อให้เกิดมะเร็งและเป็นพิษต่อการสืบพันธุ์ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งประเภท 2 และสารพิษประเภท 2 ภายใต้ Regulation (EC) No 1272/2008  รวมทั้งเมตาบอไลต์ของสารดังกล่าวยังก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อน้ำบาดาล ซึ่งส่งผลต่อค่าพาราเมตริกสำหรับน้ำดื่มที่กำหนดไว้ที่ 0,1 µg/l นอกจากนี้ สารดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อสัตว์น้ำโดยเฉพาะสาหร่ายและพืชน้ำ
2. เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2560 คณะกรรมาธิการยุโรปจึงออกประกาศการไม่อนุญาตต่ออายุการใช้สาร DPX KE 459 (flupyrsulfuron-methyl) ต่อไป เว้นแต่จะมีการยื่นขอให้พิจารณาต่ออายุการใช้สารดังกล่าวอีกครั้ง
3. ประกาศดังกล่าวกำหนดให้ประเทศสมาชิกฯ เพิกถอนการอนุญาตผลิตภัณฑ์อารักขาพืชที่มีส่วนผสมของสารดังกล่าวภายในวันที่ 13 ธันวาคม 2560 ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกสามารถยื่นขอการขยายช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านได้ โดยไม่เกินวันที่ 13 ธันวาคม 2561
4. กฎดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 24 สิงหาคม 2560)
5. สำหรับรายละเอียดของกฎดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ดังนี้
          โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559

Japan Food News_ข่าว กฎระเบียบ มาตรฐานอาหารของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นพบปรสิตปลาชนิดใหม่
                นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น พบการติดเชื้อปรสิตสายพันธุ์ใหม่ในปลาน้ำจืดบริเวณเกาะโอกินาวา การค้นพบดังกล่าวเป็นผลมาจากโครงการศึกษาปรสิตของปลาน้ำจืดที่ไม่ใช่ปลาท้องถิ่นและผลกระทบต่อระบบนิเวศตามธรรมชาติในญี่ปุ่นของปรสิตที่ริเริ่มในปี 2555 โดยนักวิทยาศาสตร์ชีวภาคจากมหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ได้ค้นพบปรสิตสายพันธุ์ใหม่ในปลาซักเกอร์ไฮฟิน (Sailfin catfish) ในลำธารที่ไหลผ่านมหาวิทยาลัย และได้ตีพิมพ์รายงานวิจัยเรื่องปรสิตชนิดใหม่ที่พบในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก จำนวน 2 สายพันธุ์ รวมถึงการยืนยันสายพันธุ์อื่นที่พบในปี 2555 โดยในรายงานได้กล่าวถึง ปรสิตรวมจำนวน 4 สายพันธุ์ ซึ่งพบที่เหงือกของปลาในวงศ์ catfish และจัดเป็นปรสิตที่อยู่ในวงโมโนจีเนีย (Monogenea)
 
 
ที่มา: foodsafetynews.com สรุปโดย: มกอช. (7/12/59)

ญี่ปุ่นพบการแพร่ระบาดไข้หวัดนก H5N6
           ญี่ปุ่นพบการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก H5N6 ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัด Kagoshima, Aomori และ Niigata โดยจังหวัด Aomori และNiigata หน่วยงานอนามัยจังหวัด มีรายงานจากเกษตรกรฟาร์มเป็ดและฟาร์มไก่ พบเป็ดและไก่ในฟาร์มตายมากผิดปกติ และได้สั่งการทำลายสัตว์ปีกในพื้นที่จังหวัด Aomori จำนวน18,360 ตัว และจังหวัด Niigata จำนวน 310,000 ตัว นอกจากนี้ กระทรวงสิ่งแวดล้อมได้ตรวจพบเชื้อไข้หวัดนก H5N6 จังหวัด Kagoshima จากการเก็บตัวอย่างน้ำในรังของนกป่าเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้
          
          อนึ่ง การะทรวงเกษตรป่าไม้และประมงญี่ปุ่น ได้แจ้งแก่หน่วยงานภาครัฐบาลท้องถิ่นทั่วประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้มงวดในการเฝ้าระวังและการควบคุม ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไข้หวัดนก H5N6 เพิ่มขึ้น


 
ที่มา : สรุปโดย มกอช. (2/12/59) 

ญี่ปุ่น พบสารตกค้าง Pyridabe ในกระเจี๊ยบเขียวจากไทย
           กระทรวงสาธารณสุขฯ ญี่ปุ่น แจ้งว่าได้ตรวจพบสาร Pyridaben (MRL 0.01 ppm.)ตกค้างในกระเจี๊ยบเขียวสดส่งออก จากบริษัท Taniyama Siam Co., Ltd. ของไทย เมื่อวันที่ 25 และ 28 ตุลาคม 2559 โดยพบสารตกค้างในปริมาณ 0.08 ppm. และ 0.03 ppm. ตามลำดับ

           ด้วยเหตุนี้  กระทรวงสาธารณสุขฯ ญี่ปุ่น จึงปรับระดับการสุ่มตรวจสาร Pyridaben ในกระเจี๊ยบเขียวสดแช่แข็ง รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปนำเข้าจากไทยเป็นร้อยละ 30  และหากตรวจพบสารชนิดนี้ตกค้างเกินมาตรฐาน จะพิจารณากักกันกระเจี๊ยบเขียวทุกรุ่นที่นำเข้าจากประเทศไทย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป สำหรับกระเจี๊ยบเขียวที่ส่งออกโดยบริษัท Taniyama Siam Co., Ltd. ญี่ปุ่นกำหนดให้ต้องนำผลวิเคราะห์สาร Pyridaben มาแสดงก่อนการอนุญาตนำเข้าทุกครั้ง

           อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยจะเร่งหาสาเหตุ และดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป เพื่อป้องกันมิให้มีการส่งออกสินค้าที่มีสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐานไปยังญี่ปุ่นอีก
 
 
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ :
สรุปโดย มกอช. (1/12/59)

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559

EU Food News_EU พิจารณาแก้ไขมาตรการสุ่มตรวจเข้มผักจากไทยที่ส่งไปจำหน่ายยังสหภาพยุโรป (Review ครั้งที่ ๒๓)

ตามที่ EU ได้ออกมาตรการสุ่มตรวจเข้มผักไทย ๑๐% – ๕๐% ณ ด่านนำเข้าของสหภาพยุโรป ตามกฎระเบียบ Regulation (EC) No 669/2009 ที่ออกมาตรการสุ่มตรวจเข้มพืชกลุ่มเสี่ยงของประเทศที่สามที่ส่งไปจำหน่ายยังสหภาพยุโรป โดยให้มีผลปรับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๓ นั้น
                ในวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๙ คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศผลการพิจารณาแก้ไขมาตรการ สุ่มตรวจเข้มครั้งที่ ๒๓ อย่างเป็นทางการใน EU Official Journal L 78/51 ตาม Commission Implementing Regulation (EU) 2016/443 of 23 March 2016 amending Annex I to Regulation (EC) No 669/2009 as regards the list of feed and food of non-animal origin subject to an increased level of official controls on imports ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย Commission Implementing Regulation ดังกล่าวยังคงเป็นมาตรการเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างจากการ Review ครั้งที่ผ่านมา ดังนั้น จึงสรุปภาพรวมการตรวจเข้มผักจากไทย ณ ปัจจุบัน ได้ดังนี้
                   ๑. คงการตรวจหาสารฆ่าแมลงตกค้างที่ระดับ ๒๐% ในผัก ๒ ประเภท คือ ผักในกลุ่มมะเขือ และถั่วฝักยาวจากไทย 
                   ๒. คงการตรวจหาสารฆ่าแมลงตกค้างที่ระดับ ๑๐% ในพริกจากไทย
                  ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศอื่นๆ จากการ Review ครั้งนี้ พบว่า EU
                   ๑. เพิ่มการสุ่มตรวจหาสารอัลฟลาทอกซินตกค้างที่ระดับ ๕๐% ในถั่วลิสงและผลิตภัณฑ์ถั่วลิสงจากมาดากัสการ์
                   ๒.  เพิ่มการสุ่มตรวจหาสีซูดานปนเปื้อนที่ระดับ ๕๐% ในน้ำมันปาล์มจากกาน่า
                   ๓.  เพิ่มการสุ่มตรวจหาสารฆ่าแมลงตกค้างที่ระดับ  ๑๐% ในมะนาวจากตุรกี
                   ๔. ยกเลิกการสุ่มตรวจหาสารฆ่าแมลงตกค้างที่ระดับ  ๑๐% ในมะเขือกับมะระจากสาธารณรัฐโดมินิกัน
                 สำหรับรายละเอียดที่เกี่ยวข้องสามารถศึกษาได้จากเวปไซต์ดังนี้
            กฎระเบียบฉบับนี้จะมีผลตามกฎหมาย ๓ วันหลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศในวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๙) และกำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๙ เป็นต้นไป 

โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป 

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

EU News : EU ขยายเวลาอนุญาตให้ใช้สารเสริมอาหารในสัตว์ (feed additive) แก่ไทย

EU ขยายเวลาอนุญาตให้ใช้สารเสริมอาหารในสัตว์ (feed additive) แก่ไทย
                สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบว่าด้วยการเพิ่มรายชื่อสารที่อนุญาตให้ใช้เป็นสารเสริมอาหารในสัตว์ จำนวน 3 ฉบับ ดังนี้

                1. Commission Implementing Regulation (EU) No 2015/723 ขยายเวลาการอนุญาตให้ใช้สาร biotin เป็นสารเสริมอาหารในสัตว์ (feed additive) ในกลุ่มสารบำรุงร่างกาย (nutritional additives) และวิตามินสำหรับสัตว์ทุกชนิด เป็นเวลา 10 ปี ซึ่งมีผลตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค. 2558 ไปจนถึงวันที่ 26 พ.ค. 2568 และได้อนุโลมช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของสินค้า ดังนี้

                    - สาร biotin หรือสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของสาร biotin ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 26 พ.ย. 2558 สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่าสินค้าจะหมดจากคลังสินค้า

                    - อาหารสัตว์ผสม และวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารที่มีส่วนผสมของสารดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 26 พ.ย. 2558 สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่าสินค้าจะหมดจากคลังสินค้า

                    - อาหารสัตว์ผสม และวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับสัตว์ที่ไม่ใช้เป็นอาหารที่มีส่วนผสมของสารดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 26 พ.ค. 2560 สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่าสินค้าจะหมดจากคลังสินค้า
                 สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่               http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:32015R0723&from=EN
               2. Commission Implementing Regulation (EU) No 2015/724 ขยายเวลาการอนุญาตให้ใช้สาร retinyl acetate, retinyl palmitate และ retinyl propionate เป็นสารเสริมอาหารในสัตว์ (feed additive) ในกลุ่มสารบำรุงร่างกาย (nutritional additives) และวิตามิน สำหรับสัตว์ทุกชนิด เป็นเวลา 10 ปี ซึ่งมีผลตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค. 2558 ไปจนถึงวันที่ 26 พ.ค. 2568 และได้อนุโลมช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของสินค้า ดังนี้

                  - สาร retinyl acetate, retinyl palmitate และ retinyl propionate หรือสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของสารทั้ง 3 รายการ ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 26 พ.ย. 2558 สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่าสินค้าจะหมดจากคลังสินค้า

                  - อาหารสัตว์ผสม และวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารที่มีส่วนผสมของสารดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 26 พ.ค. 2559 สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่าสินค้าจะหมดจากคลังสินค้า

                  - อาหารสัตว์ผสม และวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับสัตว์ที่ไม่ใช้เป็นอาหารที่มีส่วนผสมของสารดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 26 พ.ค. 2560 สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่าสินค้าจะหมดจากคลังสินค้า
               สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่             http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:32015R0724&from=EN
               3. Commission Implementing Regulation (EU) No 2015/861 ขยายเวลาการอนุญาตให้ใช้สาร potassium iodide, calcium iodate anhydrous และ coated granulated calcium iodate anhydrous เป็นสารเสริมอาหารในสัตว์ (feed additive) ในกลุ่มสารบำรุงร่างกาย (nutritional additives) และกลุ่มสารประกอบแร่ธาตุ (compound of trace element) สำหรับสัตว์ทุกชนิด เป็นเวลา 10 ปี ซึ่งมีผลตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. 2558 ไปจนถึงวันที่ 24 มิ.ย.2568 และได้อนุโลมช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของสินค้า ดังนี้

                  - สาร potassium iodide , calcium iodate anhydrous และ coated granulated calcium iodate anhydrous  หรือสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของสารทั้ง 3 รายการ ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 24 ธ.ค. 2558 สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่าสินค้าจะหมดจากคลังสินค้า

                  - อาหารสัตว์ผสม และวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารที่มีส่วนผสมของสารดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 24 มิ.ย. 2559 สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่าสินค้าจะหมดจากคลังสินค้า

                  - อาหารสัตว์ผสม และวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับสัตว์ที่ไม่ใช้เป็นอาหารที่มีส่วนผสมของสารดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 24 มิ.ย. 2560 สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่าสินค้าจะหมดจากคลังสินค้า
                สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่              http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:32015R0861&from=EN
 
 

ที่มา: มกอช./สปษ.บัรสเซลส์(16/07/58)

EU News : EU ปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุด (MRLs) ยาปราบศัตรูพืชบางรายการในสินค้าพืชและสัตว์

EU ปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุด (MRLs) ยาปราบศัตรูพืชบางรายการในสินค้าพืชและสัตว์
              สหภาพยุโรปออกประกาศระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/868 ปรับระดับสารตกค้างสูงสุด(MRLs) ยาปราบศัตรูพืช 29 รายการ ได้แก่

                1) 2, 4, 5 -T
                2) barban
                3) binapacryl
                4) bromophos-ethyl
                5) camphechlor (toxaphene)
                6) chlorbufam
                7) chlozolinate
                8) DNOC
                9) di-allate 
              10) dinoseb  
              11) dinoterb
              12) dionoxathion
              13) ethylene oxide
              14) fentin acetate
              15) fentin hydroxide
              16) flucycloxuron
              17) flucythrinate
              18) formothion
              19) mecarbam
              20) methacrifos
              21) monolinuron
              22) phenothrin
              23) phenothrin
              24) propham
              25) pyrazophos 
              26) quinalphos
              27) resmethrin
              28) tecnazene
              29) vinclozolin

            ซึ่งส่วนใหญ่จะปรับให้อยู่ในระดับต่ำสุดหรือค่า default MRL คือ 0.01 มิลลิกรัม/กิโลกรัม และจะมีผลกับสินค้าของไทยบางรายการ เช่น มะม่วง มะละกอ สับปะรด ทุเรียน พริก มะเขือ กะหล่ำ ถั่ว ข้าว เนื้อสัตว์ปีก ขิง ขมิ้น น้ำผึ้ง และเครื่องเทศ เป็นต้น

            โดยกฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.2558 เป็นต้นไป อนึ่ง EU อนุโลมให้สินค้าที่ผลิตก่อนวันที่ 30 มิ.ย. 2558 สามารถใช้ค่า MRL เดิม (Regulation (EC) No 369/2005) ก่อนประกาศระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/868 ได้
            สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่          http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:JOL:_2015_145_R_0001&from=EN

ที่มา: มกอช./สปษ.บรัสเซลส์(14/07/58)