วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560

พยาธิในปลากระป๋อง

จากกรณีพบพยาธิในปลากระป๋อง😨😰


สิ่งปลอมปนที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่ก็หลุดจากกระบวนการมาจนผู้บริโภคตรวจพบ 😓

เจ้าของบริษัทออกมายอมรับว่าเป็นพยาธิ แต่ก็ยังไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรมากนัก พี่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพยาธิปลาทะเลอะนิซาคิส หรือ ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Anisakis simplex  รายละเอียดอ่านตามลิงค์ข้างล่างเอาเน้อ
www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/62/ปลาดิบไม่มีพยาธิ-พยาธิในปลาดิบ
============================================================
~ถ้าเจอแล้วทำไง / ถ้าเป็นพี่ก็ไม่กินกระป๋องนั้น แต่ยังกินปลากระป๋องได้ต่อไป มันมีโอกาสที่จะเจอในทุกยี่ห้อ แต่ไม่ควรถี่แค่นั้นเอง (ยอมรับซะเถอะ ทุกวงการ ทุกอาชีพ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100%ไม่มีคนประสบความสำเร็จไหนไม่เคยล้ม เกี่ยวกันป่ะ) ถ้าเจอก็แจ้งบริษัท รับของขอโทษ โพสต์เฝ้าระวังแบบไม่เปิดเผยยี่ห้อ
============================================================
~อันตรายไหม ตัวพยาธิ ตัวพยาธินั้น โดนความร้อน 100องศา ก็ตาย แต่ไข่พยาธิ จะทนความร้อนได้มากกว่า 200 องศา ทีนี้มาดูกัน ว่า ซึ่งกระบวนการผลิตทำให้เราวางใจในการฆ่ามันไหม

ที่มารูปภาพ ที่มา : http://www.bonduelle.com/en/our-activities/process.html





ขั้นตอนการผลิตปลากระป๋อง

1. การตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ ต้องมีการตรวจสอบสมบัติทางกายภาพของวัตถุดิบก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต โดยตรวจสอบความสด เช่น ลักษณะทางกายภาพ

ปริมาณฮิสทามิน (histamine) และคัดขนาดของปลา เพื่อความสม่ำเสมอ

2. การตัดแต่ง นำปลาสดที่คุณภาพดีมาตัดแต่ง โดยตัดหัวปลา หางปลา ดึงไส้ และเครื่องในอื่นๆ ตามคุณภาพที่ต้องการ

3. การล้างทําความสะอาด (washing) นำปลาที่ตัดแต่งแล้วมาล้าง เพื่อล้างเอาเลือด เมือก และสิ่งสกปรกอื่นๆ

4. การบรรจุ (can filling) นำปลาที่ล้างทําความสะอาดแล้ว มาบรรจุลงในกระป๋อง สำหรับปลาขนาดใหญ่ เช่น ปลาทูน่า อาจมีการนึ่ง (steaming) ให้สุก แล้วแยกเอาเฉพาะส่วนเนื้อเพื่อบรรจุกระป๋อง

5. การเติมของเหลว หลังจากปลาที่บรรจุลงในกระป๋องถูกตรวจสอบสิ่งปลอมปนแล้ว จะเติมนํ้ามันพืช ซอสมะเขือเทศ หรืออื่นๆ แล้วแต่ชนิดของผลิตภัณฑ์

6. การไล่อากาศ (exhasting) นํากระป๋องที่บรรจุปลาและเติมส่วนผสมอื่นๆ แล้ว มาผ่านการไล่อากาศและปิดผนึกฝา โดยใช้ไอนํ้าไล่และแทนที่อากาศในกระป๋อง โดยหลังจากไอนํ้าเกิดการควบแน่นจะเกิดสภาพสุญญากาศภายในกระป๋อง แล้วนำมาปิดผนึกฝากระป๋อง

7. การฆ่าเชื้อ (sterilization) กระป๋องที่ปิดผนึกแล้ว จะนําไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งฆ่าเชื้อความดันสูง (retort) การฆ่าเชื้อระดับ Commercial sterilization ซึ่งหมายถึง การใช้ความร้อนสูงเพื่อทำลายจุลินทรีย์ รวมถึงสปอร์ของแบคทีเรีย (bacterial spore) ที่มีอยู่ในอาหารเกือบทั้งหมด เพื่อให้อาหารนั้นสามารถบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตราย และสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานโดยไม่เน่าเสียในสภาวะปกติ โดยใช้อุณหภูมิในการฆ่าเชื้อที่ประมาณ 118-122 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 60-70 นาที เพื่อให้ได้ค่า Fo ตามที่กำหนด ขึ้นกับชนิดของผลิตภัณฑ์ ขนาดของปลาที่บรรจุและขนาดของกระป๋อง

8. การลดอุณหภูมิกระป๋อง (cooling) ภายหลังจากนึ่งฆ่าเชื้อแล้ว ต้องลดอุณหภูมิของปลากระป๋องโดยเร็ว นํ้าที่ใช้ในการลดอุณหภูมิต้องเป็นนํ้าสะอาดที่มีการเติมคลอรีน เพื่อลดอุณหภูมิของกระป๋องให้เหลือราว 35-40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ความร้อนที่สะสมอยู่ที่ตัวกระป๋องจะทําให้กระป๋องแห้ง ถ้าใช้อุณหภูมิตํ่ากว่านี้ กระป๋องจะเป็นสนิมเพราะไอนํ้าที่เกาะอยู่ที่กระป๋องระเหยไปไม่หมด

9. การปิดฉลากและบรรจุกล่อง เมื่อกระป๋องแห้งสนิทแล้ว จะนํามาปิดฉลาก บรรจุกล่อง เก็บรักษาและรอการขนส่งต่อไป

www.foodnetworksolution.com/wiki/word/3097/ปลากระป๋อง
==============================================================
เราจะป้องกันตัวเองเบื้องต้นกันอย่างไร?
~สำหรับคนกิน ก็อย่าลืมกินร้อน (ปรุงสุก) ช้อนกลาง ถ่ายพยาธิ  3 เดือนครั้ง เพราะมีโอกาสได้พยาธิจากแหล่งอื่นด้วย(เติมเรื่องยา)
~ส่วนถ้ามโนว่าตัวเองเป็นฝ่ายผลิต อันนี้เชื่อเถอะ เจ้าของบริษัทและ QC/QA ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าหลุดตรงไหน เพราะกระบวนการไม่ได้เอื้อให้พยาธิเจริญเติบโตเหมือนเชื้อโรค อยู่แต่ว่า การจัดการวัตถุดิบเหมาะสม เพียงพอ หรือยัง
เอาใจช่วยค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560

India Food News_อินเดียเตรียมออกระเบียบจำกัดการใช้ยาปฏิชีวนะเลี้ยงสัตว์

กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการครอบครัวอินเดียเตรียมปรับปรุงระเบียบกำหนดปริมาณตกค้างสูงสุดของยาสัตว์และยาปฏิชีวนะที่ใช้ในไก่ สุกร และปศุสัตว์ชนิดอื่นๆ ครอบคลุมยาปฏิชีวนะ 42 ชนิด และยาสัตว์ 77 ชนิด เพื่อลดปริมาณการใช้ยาปฏิชีวนะเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตในอุตสาหกรรมปศุสัตว์
                ทั้งนี้ การปรับปรุงระเบียบดังกล่าวเป็นผลจากความกังวลต่อเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ หลังองค์กรควบคุมความปลอดภัยและมาตรฐานด้านอาหารของอินเดีย (FSSAI) ศึกษาปริมาณยาปฎิชีวนะตกค้างในเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกที่จำหน่ายในประเทศ ส่วนศูนย์วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมพบว่ากระบวนการกำจัดของเสียในฟาร์มสัตว์ปีกอย่างไม่เหมาะสมอาจมีความเสี่ยงที่จะทำให้เชื้อต่างๆติดต่อมาสู่คน นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าเชื้อแบคทีเรีย E.coli ทุกตัวอย่าง เชื้อ Klebsiella 
pneumoniae ร้อยละ 92 และเชื้อ Staphylococcus lentus ร้อยละ 78 ดื้อยาปฏิชีวนะหลายชนิด
 
ที่มา: globalmeatnews.com สรุป: โดย มกอช.

Japan Food News_ญี่ปุ่นพิจารณาปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีตกค้าง 7 รายการ และวิธีทดสอบ Propham

 กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการญี่ปุ่น (MHLW) พิจารณาปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีตกค้าง (MRL) ตามพระราชบัญญัติสุขอนามัยอาหารญี่ปุ่น โดยมีค่า MRL ที่ถูกปรับเข้มงวดขึ้น และมีผลกระทบต่อสินค้าเกษตร สรุปได้ดังนี้ 

click ที่ link เพื่อดาวน์โหลดนะคะ
                
ตารางสรุป

                MHLW พิจารณากำหนดวิธีทดสอบสำหรับสาร Propham ซึ่งกฎหมายญี่ปุ่นห้ามมิให้มีการตกค้างในอาหารทุกประเภท วิธีทดสอบที่กำหนดนี้มี Limit of quantification ณ ระดับ 0.01 mg/kg
(รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ : http://www.acfs.go.th/news/docs/Earlywarning_acfs_27_11_60.pdf )
ที่มา: มกอช. 

AI/Bird Flu News: สถานการณ์ไข้หวัดนก

ไล่ตามลำดับนะคะ

เกาหลีใต้ พบไข้หวัดนก LPAI สายพันธุ์ H5N2
               เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบทเกาหลีใต้ รายงานพบไข้หวัดนกระบาดที่จังหวัดคย็องกี และเกาะเชจู ซึ่งได้รับการยืนยันว่าไข้หวัดนกดังกล่าวเป็นสายพันธุ์ H5N2 มีระดับความรุนแรงต่ำ โดยเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ดังกล่าว ตรวจพบจากตัวอย่างมูลสัตว์ปีกที่รวบรวมจากแถบแม่น้ำที่ Suwon พื้นที่ที่ห่างจากโซล 45 กิโลเมตร และทางตอนใต้ของเกาะเชจู
                ทั้งนี้ จากการตรวจพบไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N2 ซึ่งมีความรุนแรงต่ำ ทำให้มีความสามารถต่อการก่อโรคน้อย และตรวจพบได้ยาก ในขณะที่เชื้อที่มีความรุนแรง มีความสามารถในการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว โดยในขณะนี้หน่วยงานภาครัฐได้ดำเนินการฆ่าเชื้อ และเข้าตรวจสอบฟาร์มสัตว์ปีก พร้อมเตรียมเฝ้าระวังสัตว์ปีกที่อพยพข้ามคาบสมุทรเกาหลีในช่วงฤดูหนาวนี้
 
ที่มา: english.yonhapnews.co.kr 


เกาหลีใต้ ยืนยันพบหวัดนก H5N6 สายพันธุ์รุนแรง
                   เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบทของเกาหลีใต้ยืนยันพบไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N6 ชนิดรุนแรง (HPAI) ระบาดภายในฟาร์มเป็ด ที่เมือง Gochang ห่างจากกรุงโซลทางตะวันตกเฉียงใต้เป็นระยะทาง 270 กิโลเมตร โดยในฟาร์มดังกล่าวพบเป็ดติดเชื้อจำนวน 12,000 ตัว โดยหน่วยงานสั่งกำจัดสัตว์ปีกทั้งหมด
                  ทั้งนี้ ภาครัฐเกาหลีใต้ได้สั่งกำจัดเชื้อภายในฟาร์มสัตว์ปีกและได้มีการออกคำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกทั่วประเทศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเป็นเวลา 48 ชั่วโมง นับจากเที่ยงคืนของ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560
ที่มา: www.reuters.com

ฮ่องกง สั่งแบนเนื้อไก่จากเกาหลีใต้
               ศูนย์ความปลอดภัยด้านอาหารของฮ่องกง (CFS) ประกาศสั่งระงับห้ามนำเข้าสัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก จากจังหวัด Jeollabuk-do , Gyeongsangnam-do และ เมือง Daegu Metropolitan ของเกาหลีใต้ โดยมีผลทันที หลังมีรายงานพบการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนก สายพันธุ์รุนแรง (HPAi) H5N6 และ H5N8 จากองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเกาหลีใต้
                      ทั้งนี้ ศูนย์ความปลอดภัยด้านอาหารของฮ่องกง เผยข้อมูลในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 พบว่าฮ่องกงมีการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีก แช่แข็ง และแช่เย็น ปริมาณกว่า 77 ตัน และไข่ไก่กว่า 390,000 ตันจากเกาหลีใต้ 
ที่มา: thepoultrysite.com 

ญี่ปุ่นตรวจพบไข้หวัดนก H5N6
                กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่นได้ดำเนินมาตรการตรวจสอบเฝ้าระวังการระบาดของไข้หวัดนกในนกอพยพและนกป่าทั่วประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตรวจพบไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N6 ในซากหงส์ขาว (Mute Swan: Cygnus olor) และเป็ดเปีย (Tufted duck: Aythya fuligula) ในเมือง Matsue City จังหวัด Shimane ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังพบซากนกอพยพในพื้นที่จังหวัดเดียวกันอีก 5 ตัว ตั้งแต่วันที่ 9 – 12 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเชื้อไวรัส
                   
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะไม่ใช่การตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกในสัตว์ปีกที่เลี้ยงเป็นอาหาร กระทรวงสิ่งแวดล้อมและกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น ได้มีคำสั่งให้ยกระดับการตรวจสอบเฝ้าระวังการระบาดของไข้หวัดนกทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป
 
ที่มา: สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว 

ทั้งหมดสรุปโดย: มกอช.

Strengths of Asean Country

เครดิตในภาพนะคะ





วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560

Food Allergen Labelling


แหล่งที่มา : หน่วยทดสอบสารก่อภูมิแพ้ในอาหาร FQA LAB มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์