วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Korea Food News_ไข่เกาหลีใต้ราคาลดลง หลังฝ่าวิกฤติไข้หวัดนก และไข่ปนเปื้อน

องค์กรการค้าเกษตรและประมงของเกาหลีใต้ รายงาน ล่าสุดราคากลางจำหน่ายไข่ไก่ในเกาหลีใต้เริ่มปรับลดลง  จากที่เคยมีราคาสูง ในช่วงที่เริ่มเกิดวิกฤติไข้หวัดนกอย่างรุนแรง และพบไข่ไก่ปนเปื้อนสารกำจัดศัตรูพืชเป็นจำนวนมาก  
                ล่าสุดในเดือน กันยายน 2560 ราคาไข่ไก่ขายปลีกในเกาหลีใต้อยู่ที่ 5,655 วอน/ 30 ฟอง จากราคา 7,233 วอน/30 ฟอง ช่วงเดือนสิงหาคม ลดลงถึงร้อยละ 20 ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาไข่ไก่ในเกาหลีใต้เคยมีการผันผวนอย่างรุนแรง ตั้งแต่ปลายปี 2559 ที่ผ่านมา และเคยวางขายภายในซุปเปอร์มาร์เก็ตกว่า 60 แห่งทั่วประเทศด้วยราคาที่สูงถึง 9,096 วอน/30 ฟอง
               ทั้งนี้ แม้เกาหลีใต้จะแก้ปัญหาไข้หวัดนกระบาดแล้วก็ตาม แต่ยังคงพบปัญหาไข่ไก่ปนเปื้อน Fipronil ซึ่งทำให้ขณะนี้ราคาไข่ไก่โดยเฉลี่ยยังคงมีราคาสูงถึง 7000 วอน/ 30 ฟอง โดยตามร้านค้าปลีกวางจำหน่ายไข่ไก่มีราคาอยู่ที่ 7,600 วอน/30 ฟอง และในซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็ก และกลางอาจมีราคาสูงถึง 10,000 วอน/ 30 ฟอง
 
ที่มา: thepoultrysite.com สรุปโดย: มกอช.

EU Food News_EU ใบเหลืองเวียดนาม เหตุทำประมงผิดกฎหมาย

ด้วย เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2560 คณะกรรมาธิการยุโรปได้แถลงการณ์ให้สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอยู่ในบัญชีรายชื่อกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยง “ที่ไม่ให้ความร่วมมือ” หรือ “ใบเหลือง”  ในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย IUU โดยสาเหตุที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามได้ใบเหลือง IUU จาก EU  ในครั้งนี้ เนื่องจาก สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามไม่มีความรับผิดชอบที่ดีพอในฐานะ Flag State, Port State, Coastal State และ Market State ในการต่อต้านการทำประมง IUU  และไม่เคารพต่อข้อกำหนดสากล โดย EU พบว่า ทางการสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามไม่มีระบบควบคุมและกำหนดบทลงโทษกองเรือที่ชักธงสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามที่ลักลอบไปทำประมงในเขตน่านน้ำของกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงพบว่า สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามยังคงขาดการควบคุมการนำสัตว์น้ำขึ้นท่าเพื่อแปรรูปและส่งออก ดังนั้น EU จึงเห็นควรให้ใบเหลือง IUU กับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
                     ทั้งนี้ DG MARE ได้มีการหารือเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามแล้วมาตั้งแต่ปี 2555 โดยคาดว่า ขณะนี้ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามจะต้องเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ในการต่อต้านการทำประมง IUU ให้มีประสิทธิภาพ และปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวก่อนที่ DG MARE จะประเมินผลอีกครั้งในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดย DG MARE พร้อมที่จะให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิคกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในเรื่องนี้ด้วย   
                     สรุปสถานะล่าสุดของกลุ่มประเทศใบเหลือง – ใบแดง :
                    1. กลุ่มประเทศใบเหลือง : ปัจจุบัน มี 9 ประเทศ (รวมประเทศไทย) ที่ยังคงสถานะใบเหลือง คือ                  
                          1.1 เซนต์คิตส์และเนวิส (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557)
                          1.2 ตูวาลู (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557)
                          1.3 ไต้หวัน (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2558)
                          1.4 คิริบาส (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2559)
                          1.5 เซียร์ราลีโอน (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2559)
                          1.6 ตรินิแดดและโตเบโก (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2559)
                          1.7 ไทย (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2558)
                          1.8 สาธารณรัฐไลบีเรีย (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560)
                          1.9 สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2560)
                      2. กลุ่มประเทศใบแดง : ปัจจุบัน มี 3  ประเทศ คือ
                          2.1 กัมพูชา (ได้ใบแดงเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2555)                                                                                                                   
                          2.2 คอโมโรส (ได้ใบแดงเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560)
                          2.3 เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ (ได้ใบแดงเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐)
                                                
 โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

German Food News_เยอรมนีเร่งตรวจเข้ม หลังพบอาหารปนเปื้อน Fipronil

หลังจากเยอรมนี รายงานพบไข่ปนเปื้อนสาร Fipronil ตั้งแต่ช่วงเดือน กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดเริ่มพบการปนเปื้อนของสารดังกล่าวในอาหารที่มีส่วนประกอบของไข่แล้ว
                โดยล่าสุด กระทรวงเกษตรเยอรมนีได้ดำเนินตรวจสอบ และเก็บตัวอย่างอาหารกว่า 473 ตัวอย่าง เพื่อดำเนินการทดสอบภายในห้องปฏิบัติการ ซึ่งพบว่ามีตัวอย่างอาหารปนเปื้อนสาร Fipronil จำนวนกว่า 103 ตัวอย่าง และพบการปนเปื้อนของสารดังกล่าวในอาหารหลายประเภททั้ง เหล้า (ที่มีไข่เป็นส่วนประกอบ) , สลัดไข่ และขนมเบเกอรี่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ภาครัฐได้เริ่มดำเนินการทดสอบ ในช่วงเดือน สิงหาคม 2560 หลังจากมีรายงานเรียกคืนไข่กว่า 900,000 ฟองจากเนเธอร์แลนด์ เนื่องจากพบการปนเปื้อนของสาร Fipronil ในระดับสูงกว่ามาตรฐาน พร้อมเตรียมตรวจสอบเพิ่มเติมและเรียกคืนไข่ภายในประเทศกว่า 12 – 16 รัฐ ซึ่งภาครัฐ เผยจะดำเนินตรวจสอบตัวอย่างสินค้าอาหารเสร็จสิ้นไม่ต่ำกว่า 800 ตัวอย่าง ภายในสิ้นเดือน ตุลาคม 2560 นี้
                ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์เยอรมนี พาดข่าว ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหารหลายรายกล่าวหาว่าภาครัฐปกปิดไม่เปิดเผยข้อมูลการปนเปื้อนสาร Fipronil ในอาหารให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเรียกคืนสินค้าด้วยเหตุผลเพื่อป้องกันผล กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอาหาร

ที่มา: thepoultrysite.com สรุปโดย: มกอช.

วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Allergen- อาหารก่อภูมิแพ้ 1

ตอนที่ 1
จะคุยเรื่อง อาหารแพ้อาหารกันก่อนนะคะ เป็นเรื่องเล็กๆน้อยที่เราอาจมองข้ามสำหรับผู้บริโภค แต่เป็นเรื่องหใญ่สำหรับคนเกิดอาการแล้วเจ้าตัวไม่รู้ว่าป่วยเป็นอะไร
บังเอิัญเจอ infographic ดีๆเข้าใจง่ายเลยเอามาฝากกันกอน ภัยแฝงกับอาหารมีเยอะจริงๆค่ะ



วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Food Law Update EU_เห็นชอบต่ออายุการอนุญาตใช้สาร imazamox

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2560 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2017/1531 of 7 September 2017 renewing the approval of the active substance imazamox, as a candidate for substitution, in accordance with Regulation (EC) No. 1107/2009 of the European Parliament and of the Council concerning the placing of plant protection products on the market, and amending the Annex to Commission Implementing Regulation (EU) No. 540/2011 ใน EU Official Journal L232/6 สรุปสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว ดังนี้
1. คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบให้ต่ออายุการอนุญาตใช้สาร imazamox ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์อารักพืช ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 – วันที่ 31 ตุลาคม 2567 และให้ยกเลิกการจำกัดการใช้เพียงเป็นยากำจัดวัชพืช
2. สาร imazamox มีระยะครึ่งชีวิต (half-life) ในน้ำจืดและตะกอนมากกว่า ๑๒0 วัน ซึ่งถือว่าเป็นสารที่มีความคงทนในดินสูง นอกจากนี้ สารดังกล่าวยังมีความเป็นพิษ โดยปริมาณความเข้มข้นของสารที่ไม่ส่งผลกระทบต่อพืชน้ำควรอยู่ที่ ๐,๐045 มิลลิกรัม/ลิตร ดังนั้น คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเห็นควรกำหนดให้สาร imazamox อยู่ในบัญชีรายการ Candidate for Substitution (CfS) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณายกเลิกการใช้สารดังกล่าวเมื่อพบว่ามีสารตัวอื่นที่สามารถใช้ทดแทนได้
3. กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศในวันที่ 8 กันยายน 2560) และให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป
4. สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ดังนี้
โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Food Law Update EU_ขยายเวลาการอนุญาตชั่วคราวให้สารออกฤทธิ์ในระหว่างรอผลประเมินต่ออายุใช้งาน

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2560 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2017/1527 of 6 September 2017 amending Implementing Regulation (EU) No 540/2011 as regards the extension of the approval periods of the active substances cyflufenamid, fluopicolide, heptamaloxyloglucan and malathion ใน EU Official Journal L 231/3 สรุปสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว ดังนี้
                     1. เนื่องจากการอนุญาตให้ใช้สารออกฤทธิ์ (Active Substances) จำนวน 4 รายการ ได้แก่สาร cyflufenamid สาร fluopicolide สาร heptamaloxyloglucan และสาร malathion จะสิ้นสุดลงในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี 2562 – 2564 ซึ่งการขอต่ออายุการอนุญาตใช้งานสารดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ และ EU จำต้องใช้เวลาในการพิจารณา ดังนั้น เพื่อมิให้การใช้สารดังกล่าวได้รับผลกระทบก่อนการประกาศผลพิจารณาอนุญาตการต่ออายุของคณะกรรมาธิการยุโรป จึงเห็นควรให้ขยายเวลาการใช้สารทั้ง 4 รายการ เป็นการชั่วคราว ดังนี้
                        1.1 สาร heptamaloxyloglucan ขยายเวลา 1 ปี ไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564
                        1.2 สาร malathion ขยายเวลา 2 ปี ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2565
                        1.3 สาร cyflufenamid และ fluopicolide ขยายเวลา 3 ปี ไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2566
                    2. คณะกรรมาธิการยุโรปได้กำหนดเงื่อนไขควบคุมการขยายเวลาตามมาตราที่ 17 ย่อหน้าที่ 1 ของ Regulation (EC) No 1107/2009 ดังนี้
                        2.1 ในกรณีไม่มีการยื่นคำร้องเกี่ยวกับสารข้างต้นเพิ่มเติมภายใน ๓๐ เดือน ก่อนวันสิ้นสุดการอนุญาตตามกฎระเบียบฉบับนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจะอนุญาตให้ใช้สารนั้น ๆ ต่อไปได้จนถึงวันสิ้นสุดการอนุญาตเดิม หรือช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับวันดังกล่าว
                        2.2 ในกรณีที่คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาแล้วเห็นว่า สารรายการใดไม่สมควรได้รับการต่ออนุญาต คณะกรรมาธิการยุโรปสามารถปรับร่นให้ใช้วันสิ้นสุดการอนุญาตเดิมได้ หรือวันที่กฎระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ แม้ผลการพิจารณาจะแล้วเสร็จหลังจากการขยายการอนุญาตชั่วคราวนี้แล้วก็ตาม
                        2.3 ในกรณีที่คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาแล้วเห็นควรอนุญาตให้ต่ออายุการใช้สารนั้น ๆ คณะกรรมาธิการยุโรปจะดำเนินการกำหนดวันที่มีผลปรับใช้โดยเร็วที่สุด
                    3. กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ ๒๐ วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศในวันที่ 7 กันยายน 2560)
                    4. สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ดังนี้
                              โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Food Law Update EU_ไม่อนุญาตต่ออายุให้สาร beta-cypermethrin เป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2560 คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2017/1526 of 6 September 2017 concerning the non-renewal of active substance beta-cypermethrin in accordance with Regulation (EC) No 1107/2009 of the European Parliament and of the Council concerning the placing of plant protection products on the markets ใน EU Official Journal L 231/1 ว่าด้วยการไม่อนุญาตต่ออายุให้สาร beta-cypermethrin เป็นสารออกฤทธิ์ (Active Substances) ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช (Plant Protection Products : PPPs) สรุปสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว ดังนี้
1. คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปประกาศยกเลิกการใช้สาร beta-cypermethrin ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2560 เป็นต้นไป เว้นแต่จะมีการยื่นขอให้พิจารณาต่ออายุการใช้สารดังกล่าวอีกครั้ง
2. เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 หน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารของสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority) ได้แจ้งผลการวิจัยต่อคณะกรรมาธิการยุโรปว่า beta-cypermethrin มีความเสี่ยงสูงสำหรับสิ่งมีชีวิตในน้ำ ผึ้ง สัตว์ขาปล้อง นอกจากนี้ ผลการประเมินความเสี่ยงในสิ่งมีชีวิตในดิน สิ่งมีชีวิตในน้ำ และน้ำบาดาลยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากขาดข้อมูลด้านปฏิกิริยาของ cyclopropyl ring moiety ของ beta-cypermethrin รวมทั้งยังขาดข้อมูลด้านเมตาบอไลต์ของโค-กระบือ ซึ่งจำเป็นในการพิจารณาค่าสารตกค้างในสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดมาจากสัตว์ และยังขาดข้อมูลด้านความเป็นพิษของเมตาบอไลต์ PBA ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงต่อผู้บริโภค จึงเห็นควรไม่อนุญาตให้ต่ออายุสารดังกล่าว ต่อไป
3. กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ ๒๐ วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 7 กันยายน 2560)
4. สำหรับรายละเอียดของกฎดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ดังนี้
                                โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป