วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2558

EU Food News_EU พิจารณาแก้ไขมาตรการสุ่มตรวจเข้มผักจากไทย (Review ครั้งที่ ๒๒)

ตามกฎระเบียบ Regulation (EC) No 669/2009 ที่ EU ออกมาตรการสุ่มตรวจเข้มพืชกลุ่มเสี่ยงของประเทศที่สามที่ส่งไปจำหน่ายยังสหภาพยุโรป โดยสุ่มตรวจเข้มผักไทย ๑๐% – ๕๐% ณ ด่านนำเข้าของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลปรับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๓ นั้น

ในวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๘ คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศผลการพิจารณาแก้ไขมาตรการ สุ่มตรวจเข้มครั้งที่ ๒๒ อย่างเป็นทางการใน EU Official Journal L 249/7 ตาม Commission Implementing Regulation (EU) 2015/1607 of 24 June 2015 amending Annex I to Regulation (EC) No 669/2009 implementing Regulation (EC) No 882/2004 of the European Parliament and of the Council as regards the increased level of official controls on imports of certain feed and food of non-animal origin ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย Commission Implementing Regulation ดังกล่าว ให้ยกเลิกการสุ่มตรวจเข้มหาเชื้อซัลโมแนลล่าในใบพลู (Piper betle L.) จากไทย เนื่องจากผลการสุ่มตรวจที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจ  ดังนั้น จึงสรุปภาพรวมการตรวจเข้ม ผักจากไทย ณ ปัจจุบัน ได้ดังนี้
                   ๑. ตรวจหาสารฆ่าแมลงตกค้างที่ระดับ ๒๐% ในผัก ๒ ประเภท คือ ผักในกลุ่มมะเขือ และถั่วฝักยาว 
                   ๒.   ตรวจหาสารฆ่าแมลงตกค้างที่ระดับ ๑๐% ในพริก
                  ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศอื่นๆ จากการ Review ครั้งนี้ พบว่า EU
                   ๑. เพิ่มการสุ่มตรวจหาสารอัลฟลาทอกซินตกค้างที่ระดับ ๕๐% ในถั่วลิสงและผลิตภัณฑ์ ถั่วลิสงจากแกมเบีย
                   ๒.  เพิ่มการสุ่มตรวจหา Norovirus ปนเปื้อนที่ระดับ ๑๐% ในราสพ์เบอร์รี่จากเซอร์เบีย
                   ๓.  ยกเลิกการสุ่มตรวจหาสาร Ochratoxin A ตกค้างที่ระดับ ๕๐% ในองุ่นแห้งที่ใช้ทำไวน์ จากอุซเบกีสถาน
                   ๔. ยกเลิกการสุ่มตรวจหาสารฆ่าแมลงตกค้างที่ระดับ  ๑๐% ในใบสะระแหน่จากมอรอคโค
รายละเอียดตามปรากฎในภาคผนวกที่แนบ
 สำหรับรายละเอียดที่เกี่ยวข้องสามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์ดังนี้
กฎระเบียฉบับนี้จะมีผลตามกฎหมาย ๑ วันหลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ในวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๘) และกำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไป 
รายงานโดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป 

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2558

EU News_รายงานนโยบายผลการประชุมสุดยอดผู้บริโภคยุโรป




รายงานโดย 2.thaieurope.net กระทรวงการต่างประเทศ

France News_ฝรั่งเศสประกาศห้ามใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ตั้งแต่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงปารีส ได้รายงานว่า ในวันที่ 11 ก.ย. 2558 นาง Ségolène Royal รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมฝรั่งเศส ได้กล่าวยืนยัน เรื่องการประกาศรัฐกฤษฎีกาห้ามใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในร้านค้าปลีก โดยมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนพลังงาน (Energy Transition) รัฐกฤษฎีกาดังกล่าวมีข้อกำหนดที่สำคัญ ดังนี้
- ห้ามบริการถุงพลาสติกสำหรับบรรจุสินค้าแบบใช้ครั้งเดียว ที่ปกติมีบริการให้ ณ จุดชำระเงินในร้านค้าปลีก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป และอนุญาตให้ใช้ถุงพลาสติกที่ใช้งานได้หลายครั้ง (มีความหนากว่าถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว)
- ห้ามบริการถุงพลาสติกสำหรับบรรจุผักและผลไม้แบบใช้ครั้งเดียว ที่ปกติมีบริการให้บริเวณแผนกผักและผลไม้ในร้านค้าปลีก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป
อนึ่งมาตรการดังกล่าวไม่มีข้อยกเว้นให้สำหรับถุงพลาสติกที่ร้านค้าปลีกได้จัดซื้อไว้แล้วในสต็อก ในปัจจุบัน กว่าร้อยละ 80 ของถุงพลาสติกในตลาดฝรั่งเศสมาจากการนำเข้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มถุงพลาสติกสำหรับผักและผลไม้ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าจากประเทศในภูมิภาคเอเชียโดยทั้งสิ้น เป็นที่น่าสังเกตว่า รัฐบาลฝรั่งเศสถือเอาการประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนไปสู่พลังงานสะอาด เป็นอีกหนทางหนึ่งในการกระตุ้นการสร้างงานในภาคธุรกิจทางนวัตกรรมของฝรั่งเศส โดยการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่สามารถคิดค้นนวัตกรรมเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ทดแทนถุงพลาสติกเข้ามาตีตลาดดังกล่าวได้
                     ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงปารีส
รายงานโดย 2.thaieurope.net กระทรวงการต่างประเทศ

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

๊US Food News_สหรัฐฯ พร้อมลงทุนผลิตสินค้าเกษตร-อาหารในนิคมฯ บราซิล

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2558 กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ได้ส่งผู้แทนเข้าพบผู้อำนวยการเขตเศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรม Manaus ของรัฐ Amazonas ทางตอนเหนือของบราซิล เพื่อหารือโอกาสการขยายการลงทุนด้านอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรต่างประเทศในเขตเศรษฐกิจดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันมีโครงการผลิตและการลงทุนด้านการเกษตรถึงกว่า 600 โครงการ

                เขตเศรษฐกิจ Manaus ของบราซิล ได้วางแผนการขยายพื้นที่และจัดสร้างสาธารณูปโภครองรับการพัฒนาทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560-2576 โดยให้สิทธิพิเศษทางภาษีแก่ผู้ลงทุน ทั้งการยกเว้นภาษีนำเข้าส่งออก และการลดหย่อนข้อกำหนดการส่งเงินสนับสนุนกองทุนบูรณาการทางสังคมและกองทุนข้าราชการพลเรือน PIS/PASEP รวมทั้งกองทุนประกันสังคมและสวัสดิการรักษาพยาบาล COFINS

TAX-NEWS(21/09/58)
ที่มา มกอช.

Indo food News_อินโดเตรียมหาแหล่งนำเข้าเนื้อโคเพิ่ม-ไขปัญหาออสซีผูกขาด

เป็นโอกาสของผู้นำเข้าส่งออกเนื้อโค 
          
              รักษาการผู้อำนวยการสำนักการค้าต่างประเทศของอินโดนีเซีย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่ารัฐบาลอินโดนีเซียกำลังแสวงหาประเทศผู้ผลิตโคเนื้อที่มีศักยภาพ เช่น ฟิลิปปินส์ และอินเดีย ซึ่งจะสามารถผลิตโคมีชีวิตและเนื้อโคบรรจุส่งออกมายังอินโดนีเซีย เพื่อลดภาวะการผูกขาดสินค้ากลุ่มดังกล่าว จากที่ในปัจจุบันอินโดนีเซียนำเข้าผลิตภัณฑ์จากโค โดยเฉพาะเนื้อโคบรรจุจากออสเตรเลียที่มีสัดส่วนการนำเข้ากว่าร้อยละ 80 และนอกจากสองประเทศข้างต้น อินโดนีเซียยังให้ความสำคัญต่อประเทศผู้ผลิตโคชั้นนำของโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และนิวซีแลนด์ ซึ่งมีสถานะปลอดโรคปากเท้าเปื่อย (FMD)

                 ก่อนหน้านี้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2558 อินโดนีเซียได้ประกาศโควตาการนำเข้าโคมีชีวิต จำกัดที่ 50,000 ตัว จากที่ในไตรมาสที่ 2 นำเข้าถึง 250,000 ตัว ซึ่งมาตรการดังกล่าวส่งผลต่อผู้ผลิตโคมีชีวิตในออสเตรเลียอย่างหนัก โดยเฉพาะในรัฐนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีจำเป็นต้องเตรียมพร้อมหาตลาดส่งออกโคมีชีวิตจำนวนกว่า 150,000 ตัว ทดแทนการส่งออกไปอินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังส่งผลให้ราคาจำหน่ายเนื้อโคในตลาดอินโดนีเซียเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้พ่อค้าในเขตบันดุงและจาการ์ตาออกมาประท้วงนโยบายจำกัดการนำเข้าของภาครัฐ

                 ทั้งนี้ ในวันที่ 21 กันยายน 2558 รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ออสเตรเลียได้เตรียมเข้าพบหารือรัฐมนตรีพาณิชย์ของอินโดนีเซียเพื่อเจรจาประเด็นการส่งออกโคมีชีวิต ซึ่งปัจจุบันออสเตรเลียเป็นผู้ส่งออกเนื้อโครายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และมีปริมาณการส่งออกเนื้อโคเพื่อรองรับการบริโภคในสัดส่วนถึงร้อยละ 40 ของการบริโภคภายในอินโดนีเซีย เนื่องจากมีข้อได้เปรียบทั้งด้านสถานะปลอดโรค FMD และระยะทางขนส่งที่สั้นที่สุด โดยใช้เพียง 5 วัน ในการขนส่งทางเรือไปยังอินโดนีเซีย


WAToday/NewsNOW(21/0958)
ที่มา มกอช.

Russia Food News_รัสเซียเตรียมแบน GMO ในอุตสาหกรรมอาหาร

                เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2558 รองนายกรัฐมนตรีของรัสเซียได้ให้สัมภาษณ์ในที่ประชุมสภาด้านการเกษตร ว่ารัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะห้ามการผลิตสินค้าอาหารที่มีส่วนประกอบซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (Genetically Modified Organisms: GMO) หลังจากที่ก่อนหน้านี้รัสเซียประกาศห้ามนำเข้าสินค้า GMO รวมทั้งพิจารณาผ่านร่างกฎหมายห้ามการปลูกพืช GMO ยกเว้นเพื่อใช้ในการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2558

                นโยบายการยอมรับ GMO ในแต่ละประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย ยังคงมีความแตกต่างในทิศทางการพิจารณากำหนดมาตรการ โดยหลายประเทศยังคงมีความกังวลด้านความปลอดภัยของเทคโนโลยีพันธุวิศวกรรมต่อสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ ในขณะที่วงการวิทยาศาสตร์ซึ่งได้ใช้ประโยชน์ GMO อย่างหลากหลาย เห็นว่า GMO มีความปลอดภัยรวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อการวิจัยและพัฒนา

The Moscow Times(21/09/58)
ที่มา มกอช.

สัมมนา เรื่อง “EU rules on Food and Nutrition Labelling and Health Claims” ในวันที่ 8 ตุลาคม 2558 ณ โรงแรมโซฟิเทล สุขุมวิท กรุงเทพฯ

 สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมกับคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และมหาวิทยาลัยมหิดล 

      มีกำหนดจัดการสัมมนาเผยแพร่กฎระเบียบของประเทศคู่ค้า เรื่อง “EU rules on Food and Nutrition Labelling and Health” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ด้านกฎระเบียบฉลากอาหาร 

       โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตีความและการประยุกต์ใช้ Regulation (EU) No 1169/2011 of the European Parliament and of the Council of 25 October 2011 on the provision of food information to consumers ซึ่งเป็นระเบียบฉบับสมบูรณ์ที่ได้ปรับแก้และรวบรวมทุกประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการแสดงฉลากอาหารในสหภาพยุโรป อาทิ ฉลากโภชนาการ การแสดงวัตถุดิบอาหารก่อภูมิแพ้ และการกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพ เป็นต้น มาบรรยายให้ผู้เข้าร่วมการสัมมนาฟัง ในวันที่ 8 ตุลาคม 2558 ณ โรงแรมโซฟิเทล สุขุมวิท กรุงเทพฯ

                มกอช. ขอเรียนเชิญผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก และผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมการสัมมนาด้ังกล่าว โดยสามารถดาวน์โหลดกำหนดการและแบบตอบรับเข้าร่วมการสัมมนา ได้ที่
 



***** (ไม่เสียค่าใช้จ่าย/จำกัดจำนวนผู้เข้าฟัง 200 ที่นั่ง) ****



ไปๆเจอกัน ^^