วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Food Law Update_Thai : FOREIGN FISHERY ESTABLISMENTS APPROVED FOR EXPORT FISHERIES PRODUCTS TO VIET NAM by DOF

รายชื่อสถานแปรรูปสัตว์น้ำที่ได้รับการรับรองจากกรมประมง


ดาวน์โหลดตาม link ได้เลยนะคะ
ที่มา กองตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมง

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559

USA Food News_FDA ประกาศระเบียบการป้องกันการปลอมปนอาหารโดยจงใจ (intentional adulteration)

 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (USFDA) ได้ประกาศระเบียบฉบับสมบูรณ์ว่าด้วยการป้องกันการปลอมปนโดยจงใจ (Final Rule for Mitigation Strategies to Protect Food Against Intentional Adulteration) ซึ่งเป็นกฎระเบียบย่อยภายใต้กฎหมายการปรับปรุงความปลอดภัยอาหารให้ทันสมัย (FSMA) ที่มีจุดประสงค์สำคัญในการป้องกันการปลอมปนโดยจงใจที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ รวมถึงการก่อการร้ายทางอาหาร ทำให้ปัจจุบัน USFDA ประกาศกฏระเบียบฉบับสมบูรณ์ของระเบียบย่อยด้านความปลอดภัยอาหารครบทั้ง 7 ฉบับแล้ว
                ระเบียบดังกล่าวจะมีผลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหาร (Food facilities) ทั้งในสหรัฐฯและต่างประเทศ ซึ่งจะต้องประเมินและจัดทำกลยุทธ์รับมือความเสี่ยงต่อช่องโหว่การปนเปื้อน  โดยระบุขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อการตรวจสอบ ป้องกัน แก้ไขปัญหา เพื่อเป็นการยืนยันประสิทธิภาพของการปฏิบัติ รวมถึงจัดสรรให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับภารกิจและการฝึกอบรมอย่างเหมาะสมรวมทั้งมีการเก็บข้อมูลของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
                ทั้งนี้ระเบียบการป้องกันการปลอมปนโดยจงใจ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยของอาหารที่จะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสอดรับกับการบังคับใช้ระเบียบอื่นๆของกฎหมาย FSMA  ในการควบคุมเชิงป้องกันด้านความปลอดภัยอาหาร โดยระเบียบดังกล่าวซึ่งถูกเสนอตั้งแต่เดือนธันวาคม 2555  USFDA ได้พิจารณาข้อคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกว่า 200 รายการ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์กับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
                ผู้ผลิตอาหารจะต้องเปลี่ยนผ่านการปฎิบัติตามระเบียบดังกล่าว ภายใน 3-5 ปี หลังจากมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจ โดยสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่มีบุคลากรน้อยกว่า 500 ราย จะต้องปฎิบัติตามกฎดังกล่าว ภายใน 4 ปี ในขณะที่มีข้อยกเว้นการบังคับใช้สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่มีรายได้เฉลี่ยย้อนหลัง 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี ยกเว้นสถานประกอบการที่ต้องผ่านการทบทวนเอกสารเพื่อยืนยันสถานะการเป็น Qualified Exemption เป็นพิเศษ จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ภายใน 5 ปี
ที่มา: Meatpoultry.com สรุปโดย:
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

USA Food News_USFDA ปรับปรุงกฎระเบียบข้อมูลฉลากโภชนาการใหม่

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2559 องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (USFDA) ได้ออกประกาศการปรับปรุงฉลากอาหาร โดยมีการแก้ไขรายละเอียดให้มีความทันสมัยและใช้ข้อมูลอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น โดยมีการเปลี่ยนแปลงฉลากสินค้า 2 เรื่อง ดังนี้
                1. ปรับปรุงรูปแบบฉลากโภชนาการใหม่ โดยมุ่งเน้นให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นและต้องทราบดังนี้
- เพิ่มขนาดตัวหนังสือให้มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือ เป็นตัวเข้มสำหรับรายละเอียดโภชนาการที่สำคัญ คือ แคลอรี่ หน่วยบริโภค และจำนวนการบริโภคต่อหนึ่งบรรจุภัณฑ์
- แจ้งปริมาณของวิตามินดี และโปรแตสเซียมที่จะได้รับจากอาหารเป็นปริมาณที่ควรจะได้รับในหนึ่งวัน (the % daily value - %DV)
- เพิ่มเติมคำอธิบาย %DV หรือปริมาณที่แนะนำต่อวันต่อหนึ่งหน่วยการบริโภคซึ่งจะอยู่บนฟุตโน๊ตของฉลาก
- การผสมน้ำตาลในอาหาร ฉลากต้องแสดงรายละเอียดปริมาณเป็นกรัมและปริมาณเป็น %DV
- ยกเลิกการใส่ข้อมูลปริมาณแคลลอรี่จากไขมัน (Calories from fat)
                2. แก้ไขหน่วยบริโภค (Serving Size) และข้อกำหนดบนฉลากเฉพาะสินค้าบางขนาด เช่น
- แก้ไขหน่วยบริโภค (Serving Size) ให้เป็นไปตามปริมาณอาหารและเครื่องดื่มที่ผู้บริโภคบริโภคตามความเป็นจริง จากเดิมที่กำหนดจากปริมาณอาหารและเครื่องดื่มที่ควรบริโภค โดยใช้ข้อมมูลจากการศึกษาลักษณะนิสัยการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มของคนอเมริกันเป็นมาตรฐาน
- อาหารและเครื่องดื่มที่มีบรรจภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ สามารถบริโภคได้ 1-2 คน การกำหนดรายละเอียดหน่วยการบริโภค บนฉลากโภชนาการให้กำหนดเป็นหนึ่งหน่วยการบริโภค
- กรณีอาหารและเครื่องดื่มที่มีขนาดบรรจุภัณฑ์ที่มีปริมาณมากกว่าหนึ่งหน่วยการบริโภค แต่สามารถบริโภคหมดได้ด้วยหนึ่งคนหรือหลายๆคน กฎหมายกำหนดให้ผู้ผลิตต้องแสดงรายละเอียดทั้งสองแบบคือ ปริมาณต่อหนึ่งหน่วยการบริโภค และปริมาณต่อหนึ่งบรรจุภัณฑ์
                ทั้งนี้กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 โดยผู้ประกอบการขนาดเล็กที่มียอดขายต่อปีไม่เกิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จะได้รับการขยายเวลาเพิ่ม 1 ปี
ทั้งนี้สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.fda.gov./food/newsevents/cpmstotvemti[dates/ucm502201.htm
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงวอชิงตัน D.C. : 
สรุปโดย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

USA Food News_FDA เสนอปรับแก้กฎหมายข้อมูลบนฉลากโภชนาการ

                องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ได้เสนอการปรับแก้กฎหมายข้อมูลโภชนาการ (Nutrition Facts panel) บนฉลากสินค้าอาหารให้ทันสมัยขึ้น โดยขณะนี้ FDA ได้เสนอให้หน่วยงาน Office of Information and Regulatory Affairs ภายใต้ สำนักงาน the Office of Management and Budget (OMB)  พิจารณาผลกระทบจากการปรับแก้กฎหมายข้างต้น

                โดย FDA ได้เสนอให้เปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับข้อมูลโภชนาการอาหารและเครื่องดื่มในหลายจุดบนฉลากโภชนาการ สรุปได้ดังนี้

                  1. ลบ  ‘calories from fat’
                  2. เปิดเผย ‘added sugars’
                  3. การนำใยอาหารบางชนิดมาใช้ในการคำนวณใยอาหารต้องได้รับอนุญาตก่อน
                  4. กำหนดข้อบังคับให้ระบุค่าแคลเซียมและเหล็กเช่นเดิม และระบุค่าวิตามินเอและซีได้โดยสมัครใจ
                  5. เพิ่มข้อบังคับให้ระบุค่าวิตามินดีและโพแทสเซียม
                  6. ปรับแก้ค่าอ้างอิงที่ใช้ในการคำนวณร้อยละของปริมาณสารอาหารที่แนะนำต่อวัน
                  7. ปรับแก้ค่าอ้างอิงสำหรับโซเดียมจาก 2,400 mg เป็น 2,300 mg
                  8. ระบุ ‘calories’ ให้ชัดเจนขึ้น

               ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่
               (
https://www.federalregister.gov/articles/2014/03/03/2014-04387/food-labeling-revision-of-the-nutrition-and-supplement-facts-labels#h-48%20)
               นอกจากนี้ ในส่วนของข้อเสนอการปรับแก้ข้อมูลหนึ่งหน่วยบริโภค สรุปได้ดังนี้

                 1. แก้ไขคำนิยามของจำนวนหนึ่งหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ (single­serving container)
                 2. กำหนดให้ติดฉลาก 2 สดมภ์ สำหรับบรรุภัณฑ์บางชนิด
                 3. ปรับปรุงและแก้ไขปริมาณการบริโภคทั่วไปมาตรฐาน (Reference Amount Customarily Consumed: RACC)
                 4. กำหนดผลิตภัณฑ์อาหารและหมวดหมู่อาหารที่ต้องระบุปริมาณการบริโภคทั่วไปมาตรฐานต่อการบริโภคเพิ่มเติม สำหรับอุปทานอาหารทั่วไป
                 5. พัฒนาเทคโนโลยีด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวกับหนึ่งหน่วยบริโภค

               ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่
               (
https://www.federalregister.gov/articles/2014/03/03/2014-04385/food-labeling-serving-sizes-of-foods-that-can-reasonably-be-consumed-at-one-eating-occasion)
               ทั้งนี้ ข้อเสนอการปรับแก้กฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้ถือเป็นกฎหมายที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมจะค้นหาการปรับแก้ข้อมูลในทะเบียนกลาง ซึ่งโฆษกของ FDA กล่าวว่า กฎหมายฉลากข้อมูลโภชนาการกำลังอยู่ในช่วงทบทวน FDA ยังไม่ได้กำหนดช่วงเวลาในการประกาศ

ที่มา: foodnavigator สรุปโดย: สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

EU Food News_EU แบนนำเข้าผักลาว เหตุพบปนเปื้อนต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2559 สหภาพยุโรปได้ประกาศห้ามนำเข้าผักสดจำนวน 4 ชนิดเป็นการชั่วคราว จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้แก่ กะเพราและโหระพา (Ocimum spp.) ผักชีเม็กซิกัน (Eryngium spp.) พืชตระกูลพริก (Capsicum spp.) และใบชะพลู (Piper spp.) เนื่องจากพบการปนเปื้อนทั้งเชื้อก่อโรคและสารเคมีอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2555 พบมีการแจ้งเตือนถึงกว่า 130 ครั้ง

                ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในลาวทั้งส่วนกลางและระดับพื้นที่ ต่างเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว โดยกระทรวงเกษตรของลาวฯ ได้ดำเนินการยกเลิกการให้ใบรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรที่ปลูกในประเทศสำหรับส่งออกแก่บริษัททั้งหมดที่ได้รับการแจ้งเตือนจากสหภาพยุโรป

                 กระทรวงเกษตรลาวได้ย้ำความมั่นใจว่า หน่วยงานภายในประเทศของตนมีมาตรฐานการออกใบรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการให้ความสำคัญต่อการป้องกันการปลอมแปลงหรือสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้าเพื่อส่งออกไปยังสหภาพยุโรป และจะติดตามสถานะดำเนินการรวมทั้งรายงานการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อสหภาพยุโรปเพื่อป้องกันการขยายการห้ามนำเข้าไปสู่สินค้าเกษตรหรือสินค้าอื่นๆ

                 ปัจจุบัน การส่งออกสินค้าเกษตรของลาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งตลาดสหภาพยุโรป ซึ่งมีการส่งออกทั้งผักสด ชิ้นส่วนพืชสำหรับปลูก พืชสวนครัว และไม้กระถางหลายชนิด และตลาดภายในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะสินค้ากล้วย ที่ลาวสามารถส่งออกได้ถึงปีละกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1,400 ล้านบาท) โดยมีผู้นำเข้ารายใหญ่คือจีนและไทย
 
 
 
ที่มา: VientianeTimes สรุปโดย: สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

Food Law Update_Thai : รายชื่อสถานแปรรูปสัตว์น้ำที่ได้รับการรับรองจากกรมประมง by DOF


รายชื่อสถานแปรรูปสัตว์น้ำที่ได้รับการรับรองจากกรมประมง


ดาวน์โหลดตาม link ได้เลยนะคะ
ที่มา กองตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมง

EU Food News_ตั้งแต่วันที่ 13/12/59 ผู้ส่งออกอาหารที่ให้บริการลูกค้าใน EU ต้องแสดงข้อมูลทางโภชนาการ

ตั้งแต่วันที่ 13/12/59  ผู้ส่งออกอาหาร เครื่องดื่ม และร้านค้าปลีกออนไลน์ที่ให้บริการลูกค้าใน EU ต้องแสดงข้อมูลทางโภชนาการ 
      กฎระเบียบเกี่ยวกับการติดฉลากโภชนาการ หรือ Regulation (EU) No 1169/2011 on the provision of food information to consumers (FIC) ซึ่งได้รับความเห็นชอบเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 และเริ่มมีผลบังคับใช้บางส่วนตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2557 บังคับให้ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่จำหน่ายใน EU ทุกชนิดต้องแสดงข้อมูลอาหารอย่างชัดเจนเพื่อการตัดสินใจของผู้บริโภค (รายละเอียดเพิ่มเติม http://bit.ly/1Z5ILKt) โดยข้อบทที่เกี่ยวกับการแสดงข้อมูลทางโภชนาการ (Article 9 (l) – a nutrition declaration) จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป

       ก่อนกฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ กฎระเบียบเดิมซึ่งจัดทำตั้งแต่ปี 2549 กำหนดให้แสดงข้อมูลทางโภชนาการบนพื้นฐานของความสมัครใจ แต่กฎระเบียบใหม่บังคับให้ต้องแสดงข้อมูลทางโภชนาการบนผลิตภัณฑ์อาหารบรรจุเสร็จทุกชนิด โดยข้อมูลทางโภชนาการที่ต้องแสดงประกอบด้วย ค่าพลังงาน (Energy Value) และปริมาณสารอาหารแต่ละชนิด แบ่งเป็น ไขมัน ไขมันอิ่มตัว คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล โปรตีน และเกลือ
ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงร้านค้าปลีกออนไลน์ที่ให้บริการลูกค้าใน EU จะต้องให้ความสำคัญกับการแสดงข้อมูลทางโภชนาการมากขึ้น เนื่องจากกฎระเบียบ FIC บังคับให้ผู้บริโภคต้องได้รับข้อมูลทางโภชนาการที่ละเอียดและชัดเจนก่อนการบริโภคทั้งจากร้านค้าและร้านค้าออนไลน์
นอกจากนี้ การบังคับให้แสดงข้อมูลทางโภชนาการ จะส่งผลกระทบต่อการแจ้งรหัสผลิตภัณฑ์สากล (Global Trade Item Number – GTIN) ที่ใช้ในการตรวจสอบหรือติดตามสินค้าระหว่างการขนส่ง เนื่องจาก หากข้อมูลทางโภชนาการมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข ผู้ผลิตสินค้าจำเป็นต้องกำหนดรหัส GTIN ใหม่ตามไปด้วย ซึ่งผลจากการใส่รหัสผลิตภัณฑ์ผิด จะทำให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ผิดพลาด ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ถูกเก็บออกจากตลาดทันที

 ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับกฎระเบียบ 
Regulation (EU) No 1169/2011 on the provision of food information to consumers เพิ่มเติมได้ที่ http://ec.europa.eu/food/safety/labelling_nutrition/labelling_legislation/index_en.htm

แปลและเรียบเรียงโดย ทีมงาน thaieurope.net