แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉลากโภชนาการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉลากโภชนาการ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

Update Food Laws:TH_ การแสดงฉลากอาหารและฉลากโภชนาการ-7

 6. การแสดงฉลากของอาหารจัดรวมในภาชนะ  

  6.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารจัดรวมในภาชนะ (ฉบับที่ - พ.ศ. 2553 (326))

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2553/E/142/1.PDF

 

คำชี้แจงกฎหมาย/ แนวปฏิบัติ

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารจัดรวมในภาชนะ ลงวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2553

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_fda/071Explain_Notification_326(2553).pdf



7. การแสดงฉลากอาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม  

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 251) พ.ศ.2545 เรื่อง การแสดงฉลากอาหารที่ได้จากเทคนิคการดัดแปรพันธุกรรมหรือ พันธุวิศวกรรม

       แนบท้ายประกาศ

                       -  อาหารที่ได้จากเทคนิคการดัดแปรพันธุกรรมหรือพันธุวิศวกรรมที่ต้องมีการแสดงฉลากอาหาร

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/00055008.PDF

วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

Update Food Laws:TH_ การแสดงฉลากอาหารและฉลากโภชนาการ-6

 4. การแสดงฉลากอาหารไม่มีกลูเตน  

  4.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข  

  1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 384) พ.ศ.2560 เรื่อง การแสดงฉลากอาหารไม่มีกลูเตน

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_moph/P384.PDF


  4.2 คำชี้แจงกฎหมาย/แนวปฏิบัติ  

  1) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 384) พ.ศ. 2559 เรื่อง การแสดงอาหารไม่มีกลูเตน

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_fda/No.384.pdf


5. อาหารฉายรังสี  

  5.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข  

  1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ – พ.ศ. 2553 (325)) เรื่อง อาหารฉายรังสี

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2553/E/121/31.PDF


  5.2 (คำชี้แจงกฎหมาย/แนวปฏิบัติ)  

  1) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง คำชี้แจง ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_fda/068Explain_Notification_325(2553).pdf


  2) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่อง การตรวจประเมินวิธีการ เครื่องมือเครื่องใช้ในการฉายรังสีและการเก็บรักษาอาหารฉายรังสีตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_fda/067No6_53(150_No325).pdf

วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

Update Food Laws:TH_ การแสดงฉลากอาหารและฉลากโภชนาการ-5

  1. การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ  

  3. การแสดงข้อความ “พรีเมียม”  

  3.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข  

  1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 365) พ.ศ.2556 เรื่อง การแสดงข้อความ “พรีเมียม” บนฉลากอาหาร

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_moph/P365.pdf


  2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 366) พ.ศ.2556 เรื่อง การแสดงข้อความ “พรีเมียม” บนฉลากน้ำนมโคสด และน้ำนมโค ชนิดเต็มมันเนยที่ผ่านกรรมวิธีพาสเจอร์ไรส์

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_moph/P366.pdf


  3.2 คำชี้แจงกฎหมาย/แนวปฏิบัติ  

  1) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 365) พ.ศ. 2556 เรื่อง การแสดงข้อความ “พรีเมียม” บนฉลากอาหาร

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_fda/580327_365.pdf


  2) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง คำชี้แจง ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 366) พ.ศ.2556 เรื่อง การแสดงข้อความ “พรีเมียม” บนฉลากน้ำนมโคสด และน้ำนมโค ชนิดเต็มมันเนยที่ผ่านกรรมวิธีพาสเจอร์ไรส์

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_fda/580420_366.pdf

วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

Update Food Laws:TH_ การแสดงฉลากอาหารและฉลากโภชนาการ-4

 1. การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ  

  1.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข  

  1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 367) พ.ศ.2557 เรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_moph/P367.PDF


  2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 383) พ.ศ.2560 เรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ (ฉบับที่ 2)

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/097/24.PDF


  3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 401) พ.ศ.2562 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ (ฉบับที่ 3)

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_moph/P401.PDF


  4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 410) พ.ศ.2562 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ (ฉบับที่ 4)

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/257/T_0009.PDF


  1.2 ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  

  1) ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ.2562

https://www.fda.moph.go.th/sites/food/FileNews/1_No62.PDF


  2) ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 (ฉบับที่ 2)

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/289/T_0023.PDF


  3) ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2563 (ฉบับที่ 3)

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/033/T_0001.PDF


  1.3 คำชี้แจงกฎหมาย/แนวปฏิบัติ  

  1) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_fda/600727_367_383.pdf


  2) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ (เพิ่มเติม)

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_fda/1_No62_367_383.pdf


  3) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง คำชี้แจงประกาศกระสาธารณสุขว่าด้วย เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ (ฉบับที่ 3) และ (ฉบับที่ 4)

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_fda/62_Label34.pdf


  4) คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 343/2548 เรื่อง หลักเกณฑ์การแสดงรูปภาพส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์บนฉลากอาหาร

http://food.fda.moph.go.th/law/data/command_fda/434_2548.pdf

วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

Update Food Laws:TH_ การแสดงฉลากอาหารและฉลากโภชนาการ-3

 3. อาหารที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการ และค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมันและโซเดียมแบบจีดีเอ

3.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข  

  1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 394 (พ.ศ.2561) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง อาหารที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการ และค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมแบบจีดีเอ

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/264/T_0012.PDF


  3.2 คำชี้แจงกฎหมาย/ แนวปฏิบัติ  

  1) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 394 (พ.ศ. 2559) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง อาหารที่ต้องแสดงฉลาก โภชนาการ และค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมแบบจีดีเอ

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_fda/No.394.pdf

วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

Update Food Laws:TH_ การแสดงฉลากอาหารและฉลากโภชนาการ-2

 2. การแสดงสัญลักษณ์โภชนาการบนฉลากอาหาร  

  2.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข  

  1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 373) พ.ศ.2559 เรื่อง การแสดงสัญลักษณ์โภชนาการบนฉลากอาหาร

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_moph/P373.PDF


  2.2 คำชี้แจงกฎหมาย/ แนวปฏิบัติ  

  1) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 373) พ.ศ. 2559 เรื่อง การแสดงสัญลักษณ์โภชนาการบนฉลากอาหาร

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_fda/No.373_Notification_Nutrition_Symbol.pdf


  2.3 หลักเกณฑ์การแสดงสัญลักษณ์และเกณฑ์สารอาหาร  

  1) ประกาศคณะอนุกรรมการพัฒนาและส่งเสริมการใช้สัญลักษณ์โภชนาการอย่างง่าย เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแสดงสัญลักษณ์โภชนาการ "ทางเลือกสุขภาพ" บนฉลากอาหาร

https://bit.ly/3eENnHP


  2) ประกาศคณะอนุกรรมการพัฒนาและส่งเสริมการใช้สัญลักษณ์โภชนาการอย่างง่าย เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแสดงสัญลักษณ์โภชนาการ "ทางเลือกสุขภาพ" บนฉลากอาหาร – ฉบับเพิ่มเติม ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2562

https://bit.ly/3BnikKw


  3) ประกาศคณะอนุกรรมการพัฒนาและส่งเสริมการใช้สัญลักษณ์โภชนาการอย่างง่าย เรื่อง เกณฑ์สารอาหารหรือคุณค่าทางโภชนาการที่ใช้ประกอบการพิจารณารับรองการแสดงสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” ในอาหารแต่ละกลุ่ม

https://bit.ly/3Bpgk4o


  4) ประกาศคณะอนุกรรมการพัฒนาและส่งเสริมการใช้สัญลักษณ์โภชนาการอย่างง่าย เรื่อง เกณฑ์สารอาหารหรือคุณค่าทางโภชนาการที่ใช้ประกอบการพิจารณารับรองการแสดงสัญลักษณ์โภชนาการ"ทางเลือกสุขภาพ" ในอาหารแต่ละกลุ่ม (ฉบับที่ 2)

https://bit.ly/2UsoOa4

วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

Update Food Laws:TH_ การแสดงฉลากอาหารและฉลากโภชนาการ-1

 การแสดงฉลากอาหารและฉลากโภชนาการ

1. ฉลากโภชนาการ

1.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข  

  1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 182) พ.ศ.2541 เรื่อง ฉลากโภชนาการ

    บัญชีแนบท้าย

           • บัญชีหมายเลข 1 : รูปแบบและเงื่อนไขของการแสดงกรอบข้อมูลโภชนาการ

           • บัญชีหมายเลข 2 : วิธีการกำหนดปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคกับจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ

           • บัญชีหมายเลข 3 : สารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวันสำหรับคนไทยอายุตั้งแต่หกปีขึ้นไป

           • บัญชีหมายเลข 4 : หลักเกณฑ์ในการกล่าวอ้างทางโภชนาการบนฉลากอาหาร

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2541/D/047/23.PDF


               2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 219) พ.ศ.2544 เรื่อง ฉลากโภชนาการ (ฉบับที่ 2)

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2544/E/070/3.PDF


              3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 392 (พ.ศ.2561) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ฉลากโภชนาการ (ฉบับที่ 3)

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/264/T_0009.PDF


1.2 ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

             1) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การแสดง ข้อความกล่าวอ้างหน้าที่ของสารอาหาร

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/146/T_0051.PDF


1.3 คำชี้แจงกฎหมาย/แนวปฏิบัติ  

  1) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่อง คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 392 (พ.ศ.2561) ออกความความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. เรื่อง ฉลากโภชนาการอาหาร (ฉบับที่ 3)

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_fda/No.392.pdf

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Update Food Law_Thai : คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 392-394

คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 392 (พ.ศ.2561) เรื่อง ฉลากโภชนาการ (ฉบับที่ 3)

คลิกโหลดตรงนี้

คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 393 (พ.ศ. 2561) เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง (ฉบับที่ ๒)

คลิกโหลดตรงนี้


คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 394 (พ.ศ. 2561) เรื่อง อาหารที่ต๎องแสดงฉลากโภชนาการ และคำพลังงาน น้าตาล ไขมัน และโซเดียมแบบจีดีเอ

คลิกโหลดตรงนี้

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2561

คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 374) พ.ศ.2559 เรื่อง อาหารที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการ

คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 374) พ.ศ.2559 เรื่อง อาหารที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการ และค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมแบบจีดีเอ

ที่มา สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา.







วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

คำแนะนำในการอ่านฉลากเพื่อตรวจสอบปริมาณ Trans fat และ การอ่านฉลากอาหาร

 


คำแนะนำในการอ่านฉลากเพื่อตรวจสอบปริมาณ Trans fat
1. อ่านดูส่วนประกอบอาหาร ถ้าหากคุณเห็น “partially hydrogenated vegetable oil” หรือ “partially hydrogenated vegetable shortening” , Shortening, Hydrogenated margarine อยู่ด้านบน เชื่อได้แน่ว่ามี Trans fat ประกอบอยู่มากด้วย แต่ถ้าเขียนอยู่ด้านล่าง ก็จะมี Trans fat น้อยลง
2. ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่ามี Trans fat ในเนยเทียม (Margarine) เนยขาว (Shortenings) ของทอดและขนมทานเล่น ขนมพาย คุกกี้ แครกเกอร์
3. อย่าปล่อยให้โดนหลอกตาด้วยขนาดรับประทาน ที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงเล็กน้อย เช่น ป๊อปคอร์นขนาด 1 ถ้วย
4. คำนวณทั้งฉลากโดยเฉพาะข้อมูลปริมาณของไขมันทุกชนิด ทั้ง saturated fats, monosaturated fats และ polyunsaturated fats ถ้าบวกรวมกันแล้วไม่ได้ตัวเลขตรงตามส่วนที่ระบุว่าเป็น total fats แล้วคุณก็ควรจะรู้ได้เองว่าส่วนต่างที่หายไป นั่นคือ Trans fat
5. สินค้าที่ระบุว่ามีไขมันทั้งหมด Total fat ต่ำค่อนข้างที่จะมี Trans fat น้อยตามกันด้วย
6. อาจต้องระวังการบริโภคอาหารที่ถึงแม้จะบอกว่ามี low saturated fat เพราะไม่แน่ว่ามันยังจะมี Trans fat อยู่บางส่วน
7. ฉลากที่บอกว่ามี saturated fat free ไม่ใช่ว่าไม่มี Trans fat และ saturated fat เลยหรอก มีค่ะ แต่มี Trans fat ที่น้อยกว่า 0.5 กรัม และมี saturated fat ที่น้อยกว่า 0.5 กรัม ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
8. ถ้าอยากจะรับประทานเนยเทียม ก็ควรเลือก เนยเทียมเหลว แทน เนยเทียมแข็ง

การอ่านฉลากอาหาร (ฉลากโภชนาการ-Nutrition Facts)
การอ่านฉลากอาหารเป็นกุญแจสำคัญในการคุมอาหารให้ได้ผล ฉลากอาหารแสดงข้อมูลสารอาหาร (Nutrition Facts) จากอาหารนั้นๆภายในหนึงหน่วยบริโภคที่กำหนดโดยมีรูปแบบเป็นสากล ซึ่งช่วยเป็นข้อมูลก่อนการตัดสินใจว่าเราควรทานอาหารนั้นๆหรือไม่ มีวิธีการอ่านค่าตามตัวอย่างต่อไปนี้
ตัวอย่างการอ่านค่าฉลากอาหาร
ตัวอย่างการตั้งค่าฉลากอาหาร

วิธีการอ่านค่าฉลากอาหาร

เรียงลำดับจากบนลงล่างเทียบกับอาหารตัวอย่างคือ กาแฟเย็นลาเต้ Starbuck
✔️ = ค่านี้สำคัญ,  = ควรหลีกเลี่ยง, ✖️ = ควรงด
  1. ✔️Serving Size (หน่วยบริโภค)

    อยู่ส่วนบนของฉลาก ใช้แสดงข้อมูลหน่วยบริโภคซึ่งปริมาณสารอาหารที่แสดงในตารางคือสารอาหารที่ได้รับต่อหนึ่งหน่วยบริโภคนี้ จากตัวอย่างหน่วยบริโภคคือ Tall(12oz)
  2. ✔️Calories (แคลอรี่)

    แสดงปริมาณพลังงานที่ได้รับต่อหนึ่งหน่วยบริโภค จากตัวอย่างพลังงานที่ได้รับจากกาแฟเย็นลาเต้ Starbuck ปริมาณ Tall(12oz) คือ 100 แคลอรี่
  3. Calories from Fat (แคลอรี่จากไขมัน)

    แสดงปริมาณพลังงานที่ได้รับจากไขมันต่อหนึ่งหน่วยบริโภค จากตัวอย่างพลังงานที่ได้รับจากไขมันของกาแฟเย็นลาเต้ Starbuck ปริมาณ Tall(12oz) คือ 32 แคลอรี่
  4. ✔️Total Fat (ไขมันรวม)

    แสดงปริมาณไขมันรวมหน่วยเป็นกรัมทางด้านซ้ายพร้อมกับร้อยละเทียบกับค่าแนะนำต่อวันทางด้านขวา* จากตัวอย่างไขมันรวมที่ได้รับจากกาแฟเย็นลาเต้ Starbuck ปริมาณ Tall(12oz) คือ 3.5 กรัม หรือคิดเป็น 5% ของปริมาณไขมันที่แนะนำต่อวัน
  5. Saturated Fat (ไขมันอิ่มตัว)

    Saturated Fat เป็นไขมันอิมตัวที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะทำให้ระดับ cholesterol ในเลือดสูง
    แสดงปริมาณไขมันอิ่มตัวชนิด Saturated หน่วยเป็นกรัมทางด้านซ้ายพร้อมกับร้อยละเทียบกับค่าแนะนำต่อวันทางด้านขวา* จากตัวอย่างไขมันอิ่มตัว Saturated ที่ได้รับจากกาแฟเย็นลาเต้ Starbuck ปริมาณ Tall(12oz) คือ 2 กรัม หรือคิดเป็น10% ของปริมาณไขมันที่แนะนำต่อวัน
  6. ✔️Polyunsaturated and Monounsaturated Fat (ไขมันไม่อิ่มตัว)

    เป็นไขมันไม่อิมตัวชนิดดี
    แสดงปริมาณไขมันไม่อิ่มตัวหน่วยเป็นกรัมทางด้านซ้าย จากตัวอย่างไขมันไม่อิ่มตัวที่ได้รับจากกาแฟเย็นลาเต้ Starbuck ปริมาณ Tall(12oz) คือไม่ระบุ
  7. ✖️Trans Fat (ไขมันอิ่มตัว)

    Trans Fat เป็นไขมันอิมตัวที่สร้างขึ้นจากการเติมไฮโดรเจนลงในไขมันอิ่มตัว ควรงดเพราะส่งผลเสียต่อร่างกาย
    แสดงปริมาณไขมันอิ่มตัว Trans หน่วยเป็นกรัม จากตัวอย่างไขมันอิ่มตัว Trans ที่ได้รับจากกาแฟเย็นลาเต้ Starbuck ปริมาณ Tall(12oz) คือไม่ระบุ
  8. ✖️Cholesterol (คลอเรสเตอรอล)

    แสดงปริมาณคลอเรสเตอรอลหน่วยเป็นมิลลิกรัม จากตัวอย่างคลอเรสเตอรอลที่ได้รับจากกาแฟเย็นลาเต้ Starbuck ปริมาณ Tall(12oz) คือ15 มิลลิกรัม
  9. Sodium (เกลือ)

    เกลือเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการแต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะได้รับมากเกินไป มีค่าแนะนำอยู่ที่ 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน
    แสดงปริมาณเกลือหน่วยเป็นมิลลิกรัม จากตัวอย่างเกลือที่ได้รับจากกาแฟเย็นลาเต้ Starbuck ปริมาณ Tall(12oz) คือ 80 มิลลิกรัม
  10. ✔️Potassium (โพแทสเซียม)

    โพแทสเซียมมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมายเช่น ช่วยสะสมพลังงานสำหรับกล้ามเนื้อ, มีส่วนช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง, เป็นส่วนสำคัญในการส่งข้อมูลในระบบประสาท ฯลฯ พบมากใน ผักโขม,เห็ด,ถั่ว ฯลฯ
    แสดงปริมาณโพแทสเซียมหน่วยเป็นมิลลิกรัม จากตัวอย่างโพแทสเซียมที่ได้รับจากกาแฟเย็นลาเต้ Starbuck ปริมาณ Tall(12oz) คือ ไม่ระบุ
  11. ✔️Total Carbohydrate (คาร์โบไฮเดรตรวม)

    แสดงปริมาณคาร์โบไฮเดรตรวมจาก ไฟเบอร์,น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตอื่นๆหน่วยเป็นกรัม จากตัวอย่างคาร์โบไฮเดรตรวมที่ได้รับจากกาแฟเย็นลาเต้ Starbuck ปริมาณ Tall(12oz) คือ 10 กรัม
  12. ✔️Dietary Fiber (ไฟเบอร์หรือใยอาหาร)

    แสดงปริมาณไฟเบอร์หรือใยอาหารหน่วยเป็นกรัม จากตัวอย่างไฟเบอร์หรือใยอาหารที่ได้รับจากกาแฟเย็นลาเต้ Starbuck ปริมาณ Tall(12oz) คือ 0 กรัม
  13. Sugar (น้ำตาล)

    น้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะสามารถดูดซึมและสะสมเป็นไขมันได้อย่างรวดเร็ว ปริมาณน้ำตาลแนะนำต่อวันของชายไม่ควรเกิน 37 กรัมต่อวัน และหญิงไม่ควรเกิน 25 กรัมต่อวันเพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
    แสดงปริมาณน้ำตาลหน่วยเป็นกรัม จากตัวอย่างน้ำตาลที่ได้รับจากกาแฟเย็นลาเต้ Starbuck ปริมาณ Tall(12oz) คือ 9 กรัม
  14. ✔️Protein (โปรตีน)

    แสดงปริมาณโปรตีนหน่วยเป็นกรัม จากตัวอย่างโปรตีนที่ได้รับจากกาแฟเย็นลาเต้ Starbuck ปริมาณ Tall(12oz) คือ 6 กรัม
  15. ✔️Vitamin and Mineral (วิตามินและแร่ธาตุ)

    แสดงปริมาณวิตามินและแร่ธาตุหน่วยเป็นร้อยละเทียบจากปริมาณแนะนำต่อวัน*หรือหน่วยอื่นๆ จากตัวอย่างกาแฟเย็นลาเต้ Starbuck ปริมาณ Tall(12oz) มี Vitamin A 6%, Vitamin C 0%, Calcium 25%, Iron 0% และ Caffeine 75มิลิกรัม
  16. * ร้อยละของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวันสำหรับคนอเมริกันอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไปโดยคิดจากความต้องการพลังงานวันละ 2000 กิโลแคลอรี่
    ซึ่งปริมาณสารอาหารแนะนำสำหรับคนอเมริกันเทียบกับคนไทยมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในระดับวิตามินปริมาณสารอาหารแนะนำสำหรับคนอเมริกัน
    ปริมาณสารอาหารแนะนำสำหรับคนไทย

    เนื้อหาที่มาจาก web girlsfriendclub และ blog calforlife 
    รูปภาพจากThe Healthful Truth และ medicaldaily

วันพุธที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เรียนรู้วิธีอ่าน‘ฉลากโภชนาการ’

 ตัวหนังสือ และตัวเลขที่อยู่บนฉลากอาหารบอกอะไรเราได้บ้างเชื่อว่ามีหลายคนที่ยังไม่เคยรู้ข้อมูลอาหารบนฉลากโภชนาการกันแน่ ๆ แต่ทราบไหมคะว่า ถ้าเราอ่านฉลากโภชนาการให้เป็น เราเองนั่นแหละที่จะได้ประโยชน์กับการกินอาหารแต่ละชนิดอย่างท่วมท้น
          โดยปกติแล้วอาหารทุกชนิดที่อยู่ในรูปของบรรจุภัณฑ์จะต้องมีฉลากอาหารบอกข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับอาหารชนิดนั้น ๆ ซึ่งก็คือ ชื่ออาหาร ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ส่วนผสม คำแนะนำ คำเตือน วัน/เดือน/ปีที่ผลิต และวันหมดอายุเป็นเบื้องต้นก่อน
           แต่สำหรับฉลากโภชนาการจะต้องแสดงข้อมูลทางโภชนาการของอาหารชนิดนั้น ๆ กำกับไว้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกกินตามความเหมาะสม และความต้องการทางสภาวะโภชนาการของตัวเองได้ แต่ทั้งนี้กฎหมายก็ยังไม่มีการบังคับให้ผู้ผลิตอาหารต้องแจกแจงหลักโภชนาการบนฉลากอาหารทุกชนิด เพียงแต่มีข้อบังคับสำหรับอาหารที่มีการอวดอ้างสรรพคุณทางโภชนาการให้ต้องแสดงฉลากโภชนาการแปะเอาไว้ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคหลงกล ในกรณีที่ผู้ผลิตอาหารอวดอ้างสรรพคุณทางโภชนาการเกินจริงนั่นเอง
          ทว่าความหละหลวมในการแสดงโภชนาการของอาหารก็ยังคงหลงเหลืออยู่ค่ะโดยอยู่ในรูปแบบฉลากโภชนาการแบบย่อ ที่สามารถตัดทอนส่วนผสมบางอย่างที่มีปริมาณน้อยกว่า 0.5 กรัมออกไปได้ และถือว่าส่วนผสมนั้นคิดเป็น 0 ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้มากที่ผู้ผลิตจะไม่แสดงข้อมูลสารอาหารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ไขมันทรานส์ หรือสารสังเคราะห์แฝงอันตรายต่อสุขภาพอื่น ๆ เอาไว้ภายใต้ฉลากโภชนาการที่สวยหรู
/data/content/2014/06/24683/cms/e_adhkmnopqw78.jpg
ภาพประกอบจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
          วิธีอ่านฉลากโภชนาการสำหรับอาหารไทย
          เรียงตามฉลากโภชนาการบนผลิตภัณฑ์ สามารถแยกแยะตามหัวข้อโภชนาการหลัก ๆ ได้ดังนี้
           1. หนึ่งหน่วยบริโภค บอกให้เราทราบว่าผู้ผลิตแนะนำให้เรากินอาหารชนิดนั้นต่อครั้งในปริมาณเท่าไร ยกตัวอย่างเช่น นม 1 กล่อง บรรจุ 220 มิลลิลิตร หากบนฉลากระบุไว้ว่า "หนึ่งหน่วยบริโภค : 1 กล่อง (220 มล.)"  ก็หมายความว่า นมกล่องนั้นควรกินให้หมดภายในครั้งเดียว แต่หากเป็นนมขวดใหญ่ ขนาดบรรจุ 1,000 มล. ฉลากโภชนาการอาจระบุไว้ว่า "หนึ่งหน่วยบริโภค: 200 มล." แปลได้ว่า เราสามารถแบ่งกินนมขวดนั้นได้ถึง 5 ครั้ง
          2. คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ช่องถัดมาเราจะเจอข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ที่จะบอกเราว่า หากเรากินอาหารชนิดนั้นตามหนึ่งหน่วยบริโภคที่ระบุไว้ เราจะได้รับคุณค่าทางสารอาหารจากชนิดใด ในปริมาณเท่าไรบ้าง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไปเชื่อมโยงกับร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวันในช่องถัดไปค่ะ
          3. ร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน เมื่อระบุไว้แล้วว่าคุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภคนั้นเราจะได้รับสารอาหารชนิดใด ในปริมาณเท่าไร ต่อมาผู้ผลิตจะแจกแจงข้อมูลให้เรารู้อีกว่า คุณค่าทางโภชนาการที่อาหารชนิดนี้ให้เราจะคิดเป็นร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวันได้เท่าไร ยกตัวอย่างเช่น หากฉลากระบุไว้ว่าหนึ่งหน่วยบริโภคของอาหารนี้ให้ปริมาณไขมันคิดเป็น 15% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน แสดงว่ากินอาหารชนิดนี้แล้วได้ไขมันเพียงแค่ 15% ส่วนไขมันอีก 85% ที่เหลือเราต้องไปรับเอาจากอาหารชนิดอื่น ๆ แทน
          อย่างไรก็ดี คุณอาจจะสังเกตเห็นได้ว่า สารอาหารบางประเภท เช่น น้ำตาล ใยอาหาร โปรตีน วิตามินและเกลือแร่ อาจจะบอกเพียงปริมาณต่อหน่วยบริโภค หรือเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ไม่ได้บอกปริมาณกรัม หรือมิลลิกรัมที่ควรได้รับให้เห็นชัดเจน นั่นก็เป็นเพราะว่า สารอาหารเหล่านี้มีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากมีหลายชนิดแถมยังมีคุณภาพแตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่สามารถระบุเป็นร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวันที่ชัดเจนได้ ส่วนน้ำตาลถือว่าเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง ซึ่งก็ระบุในส่วนของคาร์โบไฮเดรตอยู่แล้ว
           นอกจากนี้ ในฉลากยังมีข้อความระบุต่อด้วยว่า * ร้อยละของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวันสำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป (Thai RDI) โดยคิดจากความต้องการพลังงานวันละ 2,000 กิโลแคลอรี
           4. ความต้องการพลังงานของแต่ละบุคคล ส่วนสุดท้ายจะเป็นการให้ข้อมูลเรื่องความต้องการพลังงานของแต่ละบุคคล ซึ่งจะเขียนเหมือนกันทุกผลิตภัณฑ์ ว่า
          ความต้องการพลังงานของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน ผู้ที่ต้องการพลังงานวันละ 2,000 กิโลแคลอรี่ควรได้รับสารอาหารต่าง ๆ ดังนี้
               ไขมันทั้งหมด น้อยกว่า 65 ก.
            ไขมันอิ่มตัว น้อยกว่า 20 ก.
            คอเลสเตอรอล น้อยกว่า 300 มก.
            คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด 300 ก.
            ใยอาหาร 25 ก.
            โซเดียม น้อยกว่า 2,400 มก.
            พลังงาน (กิโลแคลอรี) ต่อกรัม : ไขมัน = 9 ; โปรตีน = 4 ; คาร์โบไฮเดรต = 4
         แม้ว่าฉลากจะบอกเพียงสารอาหารทั้งหมดที่แฝงอยู่ในอาหารชนิดนั้น ๆ หรืออาจจะมีคำเตือนเล็ก ๆ ให้กินแต่น้อย และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่เพื่อสุขภาพและรูปร่างที่ดี พร้อมกับเลี่ยงโรคร้ายไปด้วยในตัว เราก็ควรพิจารณาความเหมาะสมในการบริโภค โดยเช็กจากข้อมูลโภชนาการที่ระบุไว้บนฉลากตามนี้ค่ะ
          1. เช็กพลังงานที่จะได้รับต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
          2.  เช็กว่าหนึ่งหน่วยบริโภคให้ปริมาณไขมัน และไขมันอิ่มตัวเท่าไร หากไขมันอิ่มตัวเกิน 20 กรัมต่อวัน ควรหลีกเลี่ยงนะคะ เพราะไขมันอิ่มตัวมีปริมาณเกินมาตราฐานที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน และอาจส่งผลให้คอเลสเตอรอลสูง เป็นตัวการพาโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคร้ายต่าง ๆ มาให้เราด้วย
          3. เช็กปริมาณน้ำตาล หากเกิน 24 กรัม (6 ช้อนชา) ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ถือว่าเกินขีดจำกัดของร่างกาย อาจเป็นสาเหตุของโรคอ้วน เบาหวาน และโรคร้ายอีกสารพัด ดังนั้นเลี่ยงเถอะค่ะ
          4.  เช็กปริมาณโซเดียม เลือกกินอาหารที่ให้โซเดียมไม่เกิน 2,300 มิลลิกรัม เพื่อเลี่ยงโรคไต และโรคความดันโลหิตสูง
          วิธีอ่านฉลากโภชนาการสำหรับอาหารต่างประเทศ

/data/content/2014/06/24683/cms/e_bfirstuw1368.jpg
          1. หนึ่งหน่วยบริโภค ส่วนนี้บอกข้อมูลเหมือนฉลากโภชนาการอาหารของบ้านเรา ที่ระบุปริมาณที่ควรกินต่อครั้ง แต่อาหารบางชนิดอาจระบุมาด้วยว่า ควรแบ่งกินกี่คน หรือกี่ครั้งใน 1 แพคนั้น
          2. ปริมาณแคลอรี่ ฉลากส่วนที่ 2 เป็นข้อมูลที่ระบุชัดเจนถึงจำนวนแคลอรี่ที่เราจะได้รับต่อการกินอาหารชนิดนี้ในหนึ่งหน่วยบริโภค พ่วงด้วยปริมาณไขมันอิ่มตัวที่จะได้รับต่อหนึ่งหน่วยบริโภคด้วยค่ะ
          3. ร้อยละของสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน ในส่วนนี้ของฉลากก็คล้ายคลึงกับฉลากของบ้านเรา ที่จะนำคุณค่าทางโภชนาการของอาหารชนิดนี้มาคิดเป็นร้อยละของสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน เพียงแต่อาจจะมีชนิดของไขมันทรานส์ระบุเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งอย่าง เนื่องจากเป็นกฎหมายของทางกรมการอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่กำหนดให้ผู้ผลิตอาหารต้องชี้แจงปริมาณไขมันทรานส์ของอาหารให้ประชาชนได้รู้อย่างชัดเจน เพราะความกังวลในเรื่องของสุขภาพของชาวอเมริกันที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเองค่ะ
          4. ปริมาณสารอาหารสำคัญที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน เช่น เกลือแร่ ใยอาหาร วิตามินต่าง ๆ เหล็ก และแคลเซียมคิดเป็นร้อยละเท่าไร โดยหากอาหารที่เรากินให้ปริมาณสารอาหารสำคัญได้เพียงเล็กน้อย เราก็ต้องรับประทานอาหารชนิดอื่น ๆ เพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายจากอาหารชนิดอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก
           5. ร้อยละปริมาณสารอาหารที่ควรบริโภคต่อวัน เปรียบเทียบกับความต้องการมาตรฐานโดยคิดจากความต้องการพลังงาน 2,000-2,500 กิโลแคลอรี่ แบ่งตามเพศหญิง และเพศชาย ซึ่งจะระบุข้อมูลเอาไว้ว่า อาหารชนิดนี้จะให้สารอาหารคิดเป็นพลังงานได้กี่กิโลแคลอรี่ แต่ทั้งนี้อาจจะต้องดูตามความเหมาะสมของสภาวะโภชนาการของตัวเราเองด้วยนะคะ เพราะอาจจะต้องเพิ่ม หรือลดหลั่นกันไปในแต่ละบุคคล
           6. สรุปร้อยละคุณค่าทางโภชนาการที่ควรได้รับต่อวัน ว่าอาหารชนิดนี้สามารถให้คุณค่าทางโภชนาการกับคุณได้มากน้อยขนาดไหน ซึ่งหากต่ำกว่า 5% ก็ถือว่าเป็นอัตราคุณค่าทางโภชนาการที่ค่อนข้างต่ำ แต่หากให้คุณค่าทางโภชนาการเกิน 20% ขึ้นไป ก็จัดว่าให้คุณค่าทางโภชนาการในระดับที่สูง
          อย่างไรก็ดี การอ่านฉลากโภชนาการให้เป็นก็ทำให้เราได้รู้รายละเอียดของอาหาร รวมทั้งสามารถตีความได้ว่าภายใต้แพคเกจสวย ๆ หน้าตาอาหารดี ๆ นั้นซ่อนสิ่งใดไว้บ้าง ซึ่งก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้เปรียบของการมีสุขภาพดี ห่างไกลโรคภัยอีกหลายชนิด
          นอกจากนี้การอ่านฉลากโภชนาการให้เป็นยังช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงแคลอรี่สูงสามารถระมัดระวังเรื่องอาหารการกินของตัวเองได้อย่างแม่นยำขึ้นด้วยนะคะ

          ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา