วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Morrocco Food News_โมร็อกโก แบน ถุงพลาสติกอย่างเป็นทางการแล้ว

 รัฐบาลโมร็อกโคประกาศเลิกใช้ถุงพลาสติก ภาคประชาสังคมชี้ประชาชนต้องมีความตระหนักและมีส่วนร่วม คาดเป็นแนวทางสร้างภาพลักษณ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
         รัฐบาลโมร็อคโคเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบปัญหาขยะพลาสติก โดยมีอัตราการใช้ถุงพลาสติกปีละ 3,000 ล้านใบต่อปี ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ล่าสุดรัฐบาลได้ออกประกาศห้ามผลิต ซื้อ ขาย นำเข้า และส่งออกถุงพลาสติกอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากเคยสั่งห้ามใช้ถุงพลาสติกสีดำเมื่อปี 2552 แต่ไม่มีข้อห้ามการผลิต
     จากการประกาศดังกล่าวนั้น องค์กรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของโมร็อกโคได้ให้ความเห็นว่าภาครัฐต้องการเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากเดิมที่ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่สำหรับการลดละเลิกใช้ถุงพลาสติก จำเป็นต้องสร้างความตระหนักและได้รับความร่วมมือจากประชาชนจึงจะสามารถบรรลุผลสำเร็จได้
 

ที่มา : energysavingmedia.com : สรุปโดย มกอช.

Vietnam Food News_หน่วยงานตรวจสอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเวียดนามถูกสอบหลังพบรับรองสินค้าต่ำกว่ามาตรฐาน

ศูนย์สำรวจ ทดสอบ และรับรองการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ภายใต้การควบคุมของกรมประมงเวียดนามถูกตรวจสอบโดยตำรวจและรัฐบาลหลังจากพบว่ามีความผิดพลาดในการรับรองให้ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำกว่า 800 รายการที่ต่ำกว่ามาตรฐานออกจำหน่าย
        มีรายงานจากสำนักข่าว VNS ว่า รองนายกรัฐมนตรีเวียดนามได้สั่งการว่าจะต้องเสนอข้อมูลรายการของผลิตภัณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานตลอดจนมาตรการการเรียกคืนจากตลาดให้นายกรัฐมนตรีรับทราบภายในกลางเดือนหน้า ซึ่งการสั่งการดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่สื่อท้องถิ่นรายงานความผิดพลาดในการออกใบรับรองให้ผลิตภัณฑ์กว่า 800 รายการ โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ 140 รายการ และผลิตภัณฑ์ช่วยในการเจริญเติบโต 668 รายการ แม้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่เคยผ่านการทดสอบใดๆเลย
                สื่อท้องถิ่นได้รายงานเพิ่มเติมว่าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำทุกชนิดที่จะต้องผ่านการทดสอบอย่างชัดเจนและต้องใช้เวลานานกว่าจะได้รับใบรับรอง อย่างไรก็ตามบริษัทต่างๆที่อยู่ในรายชื่อสามารถผ่านการทดสอบได้โดยต้องจ่ายเงิน 5 ล้านดงเวียดนาม ต่อ 1 ผลิตภัณฑ์ให้แก่เจ้าหน้าที่ในศูนย์ทดสอบ
 

ที่มา : thefishsite สรุปโดย : มกอช. 

Food Law Update_Thai :List Of Primary Prosessor (Thai only)


ที่มา กองตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมง กรมประมง

วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

Japan Food News_ญี่ปุ่น พิจารณาปรับปรุง แก้ไขมาตรฐานสารเคมีทางการเกษตร

กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น ได้จัดประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีและสารปรุงแต่งตามพระราชบัญญัติสุขอนามัยอาหารญี่ปุ่น ครั้งที่ 193 (The 193rd Conference for Promotion of Food Import Facilitation) ในวันที่ 17 มิถุนายน 2559
               โดยมีสาระสำคัญของการปรับปรุงแก้ไขที่ร่างมาตรฐานใหม่ของสารเคมีทางการเกษตร โดยเพิ่มความเข้มงวดต่อผลผลิตทางการเกษตรส่งออกสำคัญของไทยหลายรายการ ดังนี้
                1.การปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีทางการเกษตรและยาที่ใช้กับสัตว์รวม 11 รายการ โดยอนุญาตให้ใช้สารเคมีในประเทศ 5 รายการ ได้แก่
     - 1, 3-Dichloropropene (pesticide: insecticide)
     - Erythromycin (veterinary drug: antibiotic)
     - Flumethrin (veterinary drug: ectoparasiticide)
     - Metoclopramide (veterinary drug: gastrointestinal medicine)
     - Piperazine (veterinary drug: ectoparasiticide)
                     และไม่อนุญาตให้ใช้สารเคมีในประเทศ 6 รายการ ได้แก่
     - Bicyclopyrone (pesticide: berbicide)
     - Etofumesate (pesticide: herbicide)
     - Etofenprox (pesticide: insecticide)
     - Fluazifop-butyl (pesticide: herbicide)
     - Isopyrazam (pesticide: fungicide)
     - Vedaprofen (veterinary drug: anti-inflammatory agent)
                    2.การพิจารณาปรับปรุงวิธีทดสอบยาและสารเคมีรายการต่างๆที่กฎหมายญี่ปุ่นห้ามมิให้มีการตกค้างในอาหารดังนี้
     - Analytical method for Ipronidazole, Dimetridazole, Metronidazole and    Ronidazole
     - Analytical method for Captafol (animal and fishery products)
     - Analytical method for Choloramphenicol
 
 

ที่มา :สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว  สรุปโดย : มกอช

USA Food News_สหรัฐฯ พบสัตว์ปีกเลี้ยงสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของ Salmonella

ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (CDC) พบว่าการระบาดของ Salmonella นั้นเชื่อมโยงกับสัตว์ปีกที่เลี้ยงตามบ้าน จากข้อมูลที่มีอยู่พบว่าผู้ป่วย 138 ราย   จาก 496 ราย อยู่ในระหว่างรักษาตัว และมีผู้ป่วย 1 ราย เสียชีวิตแต่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากเชื้อ Salmonella         
                โดย CDC ได้มีการแจ้งเตือนถึงอันตรายของของเชื้อ Salmonella จากผลการวิจัยด้านระบาดวิทยา    การตรวจสอบย้อนกลับ และการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ พบว่ามีการระบาดจำนวน 8 ครั้ง ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ปีกมีชีวิต เช่น ลูกไก่และลูกเป็ด ในสถานที่ฟักจำนวนมาก ซึ่งอาจมีเชื้อ Salmonella ปนเปื้อนจากการซื้อที่ ไม่ระมัดระวัง แม้ว่าลูกเป็ดและลูกไก่ที่ซื้อมานั้นจะดูสะอาดและมีสุขภาพดีก็ตาม
                CDC กล่าวว่า วิธีการป้องกันการติดเชื้อ คือการล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทันทีหลังสัมผัสสัตว์ปีกหรืออะไรก็ตามในบริเวณที่เพาะเลี้ยงสัตว์ปีกและไม่ควรเลี้ยงสัตว์ปีกไว้ภายในบ้านและระวังเรื่องการสัมผัสสัตว์ปีกในเด็กเล็ก มีการคาดดารณ์ว่าอาจมีการระบาดต่อไปอีก เจ้าของฟาร์มควรระมัดระวังพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อ Salmonella จากสัตว์ปีกต่อไป
 

 
ที่มา: The Poultry Site สรุปโดย: มกอช. 

England Food News_มาตรฐานอาหารใน UK สู่การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับเรื่องไข่ไก่

คณะกรรมการที่ปรึกษาเกี่ยวกับความปลอดภัยทางจุลชีววิทยาในอาหาร (ACMSF) ของสหราชอาณาจักร ได้เผยแพร่ร่างรายงานเกี่ยวกับความปลอดภัยของสินค้าไข่ในราชอาณาจักร ซึ่งสรุปจากผลตรวจสอบอย่างกว้างขวางเพื่อประเมินและยกระดับความปลอดภัยในสหราชอาณาจักรที่ทบทวนครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2544
                   ผลการวิเคราะห์พบว่า การผลิตไข่ภายใต้กฎหมาย  Lion Code หรือมาตรการที่เทียบเท่ามีความเสี่ยงด้านจุลชีววิทยาระดับต่ำ โดยสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อกับโรคทั้งในประเทศและเชิงพาณิชย์
                 ทั้งนี้รายงานของสำนักงานมาตรฐานอาหารแห่งสหราชอาณาจักร (FSA) แนะนำว่า ควรพิจารณาความเสี่ยงจากไข่ภายใต้โครงการ The British Lion และโครงการอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ซึ่งฝั่งภาคอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมไข่ ยินดีให้ความร่วมมือในการรายงานผลเพื่อให้ FSA  ประเมินความเสี่ยงจากโครงการและแก้ไขปรับปรุงนำไปสู่การลดความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

 
ที่มา: The Poultry Site สรุปโดย: มกอช.

German Food News_เครือข่าย Foodwatch เตือน “สารก่อมะเร็ง” ในช็อกโกแลตเมืองเบียร์

เครือข่าย Foodwatch ในเยอรมนี กระตุ้นภาครัฐเรียกคืนสินค้าอาหารหลายชนิด เหตุพบสาร “MOAH” ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์อาหาร 3 ชนิด ได้แก่ ช็อกโกแลตแท่ง Kinder Riegel, Nougat Minis ของ Ferrero และ Schokohappen Classic ของ Sun Rice
                Foodwatch ได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดกว่า 20 ยี่ห้อ เพื่อทดสอบ และพบว่าสินค้า 3 ชนิดข้างต้น มีปริมาณสาร Mineral Oil Aromatic Hydrocarbons (MOAH) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมัน ในปริมาณที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยอ้างอิงผลการวิจัยของหน่วยงานความปลอดภัยอาหารแห่งสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority: EFSA) ที่ระบุว่าสารกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มเป็นสารก่อมะเร็งและสารก่อการกลายพันธุ์ (mutagenic) รวมทั้งรายงานของหน่วยงาน Bundesinstitut fuer Risikobewertung (BfR) ของเยอรมนีเกี่ยวกับข้อกังวลความปลอดภัยของสารดังกล่าว
                MOAHs เป็นสารกลุ่มไฮโดรคาร์บอนเช่นเดียวกับปิโตรเลียม ไม่มีสีและกลิ่นรส สารดังกล่าวเคยถูกใช้ผสมในหมึกพิมพ์ที่มีพื้นฐานเป็นส่วนประกอบน้ำมัน (oil-based) ซึ่ง Foodwatch สันนิษฐานว่า MOAHs อาจปนเปื้อนจากการเคลื่อนย้าย (migration) จากฉลากหรือบรรจุภัณฑ์อาหารโดยเฉพาะที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิลได้ และปัจจุบันในสหภาพยุโรปยังไม่มีมาตรฐานข้อกำหนดการปนเปื้อนในอาหารของสาร MOAHs
                 ทั้งนี้จากผลการทดสอบดังกล่าว สมาคมผู้ผลิตของหวานในเยอรมนี (BDSI) ได้ให้ความเห็นว่าปริมาณสาร MOAHs ที่พบในรายงานของ Foodwatch ถือเป็นระดับที่สามารถบริโภคได้โดยไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ
             อนึ่ง Foodwatch เป็นองค์กรเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์ (Non-Governmental Organization: NGO) ด้านสิทธิของผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์และอุตสาหกรรมอาหารซึ่งมีเครือข่ายในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหลายประเทศ อาทิ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศส


ที่มา: Foodwatch, Thelocal สรุปโดย: มกอช.