วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 ณ โรงแรมริเวอร์ ซิตี้ จังหวัดมุกดาหาร
--------------------------------------------
นับเป็นโอกาสที่ดี หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนตลอดจนผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก จะได้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดระเบียบการนำเข้าและส่งออกสินค้า โดยอาศัยอานาจตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศ เป็นองค์กรหลัก กำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้าและส่งออกสินค้าที่มีอยู่ในความรับผิดชอบหลายรายการ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการค้าข้อตกลงและพันธกรณีระหว่างประเทศ และที่สำคัญจะได้ทราบความคืบหน้าของความตกลงทางการค้าเสรี
♦สินค้าที่มีมาตรการนำเข้า–ส่งออกตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ มีจำนวนทั้งสิ้น 99 รายการ แบ่งเป็นสินค้าที่มีมาตรการนำเข้า 62 รายการ สินค้าที่มีมาตรการส่งออก 22 รายการ สินค้าที่มีทั้งมาตรการนำเข้าและส่งออก 6 รายการ และสินค้าที่มีมาตรการคว่ำบาตร 9 ประเทศ
♦ปัจจุบันประเทศไทยได้มีการลงนามความตกลงทั้งสิ้น 12 ความตกลง ได้แก่ เขตการค้าเสรีอาเซียน(AFTA) ไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) ไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ไทย-อินเดีย (TIFTA) อาเซียน-จีน (ACFTA) อาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) อาเซียน-เกาหลี (AKFTA) อาเซียน-อินเดีย (AIFTA) อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA) ไทย-เปรู (TPCEP) และไทย-ชิลี (TCFTA) เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันสินค้าส่งออก ซึ่งแต่ละ ความตกลงมีขั้นตอน กฎระเบียบ รวมไปถึงวิธีการปฏิบัติในการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องกฎ ว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า
♦ล่าสุดสาธารณรัฐชิลี (Republic of Chile) ประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองสูงเป็นอันดับต้นๆ ของลาตินอเมริกาในปี 2557 ชิลีเป็นคู่ค้าไทยในอันดับที่ 42 ของโลก และอันดับ 3 ในภูมิภาค ลาตินอเมริการองจากบราซิล และอาร์เจนติน่า โดยการยกเลิกภาษีศุลกากรของชิลี ลดเป็น 0 ทันที จำนวน 7,129 รายการ หรือคิดเป็นร้อยละ 90 ของสินค้าทั้งหมด เช่น รถยนต์และยานยนต์ ปลาทูน่า ลิฟท์ โพลิเอทิลีน สับปะรด เป็นต้น ความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี (TCFTA) มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 ดังนั้น ชิลีจึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการรองรับการขยาย การส่งออกของสินค้าไทย
พบกับแนวทางการใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงต่างๆ อาทิเช่น
• การบริหารนำเข้า–ส่งออก สินค้าเกษตร/อุตสาหกรรม
• การบุกตลาดลาตินอเมริกากับความตกลงการค้าเสรี ไทย-ชิลี (TCFTA)
• เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จาก AEC
• ผลิตถูกกฎ : ลดภาษีตามสิทธิ
• ทำฟอร์มถูกต้อง รับรองได้สิทธิลดภาษี
ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมสัมมนา ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น สามารถสมัครได้ทาง www.dft.go.th หรือส่งแบบตอบรับฯ ได้ทางโทรสารหมายเลข 02 547 4816 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ (คุณเบญจพร) โทร. 02 547 4855 หรือสำนักงานการค้าต่างประเทศ เขต 9 (มุกดาหาร) โทร. 042 612 870 และ DFT Center 1385
สมัครและ download กำหนดการจาก
ที่นี่เลยค่ะ
วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2559
Thai Food News_กรมการค้าต่างประเทศกำหนดระเบียบใหม่สำหรับการออกหนังสือรับรองการนำเข้า...สินค้าเกษตร 17 รายการ
ประชาสัมพันธ์ : กรมการค้าต่างประเทศกำหนดระเบียบใหม่สำหรับการออกหนังสือรับรองการนำเข้า และหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองการนำเข้านอกโควตา WTO สำค้าเกษตร 17 รายการ (คลิกรายละเอียดแบบฟอร์ม)
กำหนดระเบียบใหม่สำหรับการนำเข้านอกโควตา WTO สินค้าเกษตร 17 รายการ
กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เนื่องจากในแต่ละปีการนำเข้าสินค้าเกษตรที่เปิดตลาดพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับภาษีนอกโควตา มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ เพื่อให้การบริหารจัดการการนำเข้าสินค้าเกษตรตามพันธกรณีนอกโควตา WTO เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับการนำเข้าในโควตา กระทรวงพาณิชย์จึงได้ออกระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับภาษีนอกโควตาสินค้าเกษตร 17 รายการ พ.ศ.2559 ลงวันที่ 7 มกราคม 2559 สาระสำคัญ ดังนี้
1. สินค้าเกษตร 17 รายการ ได้แก่ น้ำนมดิบและนมพร้อมดื่ม นมผงขาดมันเนย มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ กระเทียม มะพร้าวและมะพร้าวฝอย ลำไยแห้ง เมล็ดกาแฟ ชา พริกไทย ข้าว เนื้อมะพร้าวแห้ง เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะพร้าว ผลิตภัณฑ์กาแฟ และไหมดิบ
2. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรอง ต้องเป็นผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองไว้กับกรมการค้าต่างประเทศ โดยให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านอินเทอร์เน็ตในเว็บไซต์ของกรมการค้าต่างประเทศ (รายละเอียดตามประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับภาษีนอกโควตาสินค้าเกษตร 17 รายการ พ.ศ.2559 ลงวันที่ 19 มกราคม 2559)
3. เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นขอหนังสือรับรอง
3.1 สำเนาใบกำกับสินค้า (Invoice)
3.2 สำเนาใบตราส่งสินค้าทางเรือ (Bill of Lading : B/L) หรือสำเนาใบตราส่งสินค้าทางอากาศ (Air Waybill) หรือเอกสารหลักฐานอื่นที่แสดงการขนส่งสินค้า
3.3 สำเนาหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin : C/O) หรือเอกสารหลักฐานอื่นที่แสดงว่าสินค้าเกษตร 17 รายการที่นำเข้าต้องมีถิ่นกำเนิดและส่งมาจากประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) หรือภาคีแกตต์ (GATT) 1947
3.4 ให้รายงานการนำเข้าต่อกรมการค้าต่างประเทศภายใน 30 วันนับแต่วันที่นำสินค้าเข้าแต่ละครั้ง ถ้าไม่รายงานจะระงับการออกหนังสือรับรองในครั้งถัดไปจนกว่าจะรายงานโดยถูกต้อง
4. สถานที่ยื่นขอหนังสือรับรองและรายงานการนำเข้า กรมการค้าต่างประเทศหรือหน่วยงานที่กรมการค้าต่างประเทศมอบหมาย
อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากระเบียบฯดังกล่าวกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขอหนังสือรับรองที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยกำหนดให้ต้องขึ้นทะเบียนเป็นรายปี ต้องแสดงเอกสารหลักฐานประกอบการขอหนังสือรับรอง รวมทั้งต้องรายงานการนำเข้าตามเวลาที่กำหนดพร้อมแจ้งสถานที่เก็บสินค้าที่นำเข้า โดยกำหนดบทลงโทษกรณีไม่รายงานการนำเข้า จึงขอให้ผู้ประสงค์จะขอหนังสือรับรองปฏิบัติตามระเบียบฯและประกาศฯโดยเคร่งครัด โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ โทร. 02-5474771-86 ต่อ 4716 , 02-547 5095
ที่มาและรายละเอียดเพิ่มเติม กดที่นี่ค่ะ
วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559
USA Food News_USDA พิจารณาแก้ไขกฎระเบียบ COOL
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2558 รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ แถลงการณ์เกี่ยวกับการยกเลิกข้อบังคับการติดฉลากแหล่งกำเนิดสินค้า (COOL) สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อวัวและเนื้อหมู ซึ่งกำหนดไว้ในข้อบทภายใต้กฎหมาย The omnibus bill ทำให้ข้อบังคับการติดฉลากแหล่งกำเนิดสินค้า สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อวัวและเนื้อหมูประเภทกล้ามเนื้อและเนื้อบด ถูกยกเลิกผลบังคับใช้ในทันที
แต่เดิมผลิตภัณฑ์เนื้อหมูและเนื้อวัวจำต้องติดฉลากแหล่งกำเนิดสินค้า ตามที่ระบุไว้ในกฎหมายฉบับสมบูรณ์ที่ประกาศเมื่อเดือนมกราคม 2552 และ พฤษภาคม 2557 ซึ่งกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ จะดำเนินการแก้ไขกฎระเบียบการติดฉลากแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างรวดเร็วเท่าที่จะเป็นไปได้ และเนื้อสัตว์ทุกชนิดทั้งเนื้อสัตว์ที่นำเข้าหรือภายในประเทศจะยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวดจาก USDA เพื่อให้มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารเช่นเดิม
แต่เดิมผลิตภัณฑ์เนื้อหมูและเนื้อวัวจำต้องติดฉลากแหล่งกำเนิดสินค้า ตามที่ระบุไว้ในกฎหมายฉบับสมบูรณ์ที่ประกาศเมื่อเดือนมกราคม 2552 และ พฤษภาคม 2557 ซึ่งกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ จะดำเนินการแก้ไขกฎระเบียบการติดฉลากแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างรวดเร็วเท่าที่จะเป็นไปได้ และเนื้อสัตว์ทุกชนิดทั้งเนื้อสัตว์ที่นำเข้าหรือภายในประเทศจะยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวดจาก USDA เพื่อให้มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารเช่นเดิม
ที่มา: usda (07/01/59)
มกอช.
USA Food News_มะกันเปลี่ยนชื่อทางการค้าปลา Pollock
เมื่อวันที่ 18 ธค.2558 สภาคองเกรสได้เห็นชอบต่อการเปลี่ยนแปลงชื่อสินค้าประมง Alaska Pollock ซึ่งเป็นปลาวงศ์ Atlantic Cod เพื่อให้มีความชัดเจนและลดความสับสนของผู้บริโภคเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดสินค้าดังกล่าว โดยกำหนดให้ใช้ชื่อทางการค้าใหม่ว่า Pollock เท่านั้น จากเดิมที่สินค้าข้างต้นซึ่งถูกนำเข้าจากทั้งรัสเซียและมลรัฐอลาสก้าจะถูกติดชื่อว่า Alaska Pollock เหมือนกัน ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถแยกแยะแหล่งผลิต
ในปัจจุบัน Pollock เป็นปลาที่ได้รับความนิยมในการบริโภคในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และสหราชอาณาจักร โดยนิยมนำมาผลิตเป็นอาหารแปรรูป เช่น Fish Fingers ทางสถาบันการตลาดอาหารทะเลอลาสก้ากล่าวว่าแนวทางการเปลี่ยนชื่อนี้ถือเป็นการสนับสนุนความก้าวหน้าในด้านการติดฉลากสินค้าให้มีความชัดเจนซึ่งสามารถสร้างกลไกควบคุมทั้งในฝั่งผู้ผลิตและผู้บริโภคซึ่งสถาบันจะสนับสนุนการรณรงค์ในการเปลี่ยนฉลากในสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งทางสถาบันเชื่อว่าจะทำให้การส่งออกปลา Pollock จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสามารถชี้ชัดถึงความแตกต่างของคุณภาพปลาแต่ละประเภทอีกด้วย
ในปัจจุบัน Pollock เป็นปลาที่ได้รับความนิยมในการบริโภคในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และสหราชอาณาจักร โดยนิยมนำมาผลิตเป็นอาหารแปรรูป เช่น Fish Fingers ทางสถาบันการตลาดอาหารทะเลอลาสก้ากล่าวว่าแนวทางการเปลี่ยนชื่อนี้ถือเป็นการสนับสนุนความก้าวหน้าในด้านการติดฉลากสินค้าให้มีความชัดเจนซึ่งสามารถสร้างกลไกควบคุมทั้งในฝั่งผู้ผลิตและผู้บริโภคซึ่งสถาบันจะสนับสนุนการรณรงค์ในการเปลี่ยนฉลากในสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งทางสถาบันเชื่อว่าจะทำให้การส่งออกปลา Pollock จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสามารถชี้ชัดถึงความแตกต่างของคุณภาพปลาแต่ละประเภทอีกด้วย
ที่มา : The fish Site (05/01/59)
มกอช.
AU-NZ Food News_FSANZ ห้ามจำหน่ายเมล็ดแอปริคอตดิบ
อาหารประเภทผักผลไม้บางชนิด เช่น เมล็ดแอปริคอตดิบ ประกอบไปด้วยไซยาโนเจนิกไกลโคไซด์ (cyanogenic glycosides) ที่สามารถก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้บริโภค เพราะสารดังกล่าวสามารถเปลี่ยนเป็นไซยาไนด์ที่เป็นพิษต่อผู้บริโภคได้ โดยก่อนหน้านี้มีรายงานการเกิดพิษจากการบริโภคเมล็ดแอปริคอตดิบใน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป
ในปี 2554 มีผู้บริโภคในควีนส์แลนด์เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากบริโภคเมล็ดแอปริคอตดิบที่มีไซยาไนด์ในปริมาณที่สูง และในปี 2557 ขณะที่หน่วยงาน Food Standards Australia New Zealand (FSANZ) ประกาศเตือนการบริโภคเมล็ดแอปริคอตดิบ ก็มีผู้บริโภคในรัฐ Western Australia ต้องเข้ารับการรักษาหลังการบริโภค หลังจากที่ FSANZ ได้ประเมินความเสี่ยงของอาหารที่มีไซยาโนเจนิกไกลโคไซด์ พบว่าเมล็ดแอปริคอตดิบทั้งมีเปลือกและลอกเปลือก สามารถก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัยอย่างเฉียบพลัน
ดังนั้นในเดือนกันยายน 2558 คณะกรรมการ FSANZ จึงได้อนุมัติข้อเสนอกฎระเบียบที่ห้ามจำหน่ายเมล็ดแอปริคอตดิบ และในเดือนพฤศจิกายน 2558 คณะรัฐมนตรีได้ยอมรับกฎระเบียบดังกล่าว โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2558
ในปี 2554 มีผู้บริโภคในควีนส์แลนด์เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากบริโภคเมล็ดแอปริคอตดิบที่มีไซยาไนด์ในปริมาณที่สูง และในปี 2557 ขณะที่หน่วยงาน Food Standards Australia New Zealand (FSANZ) ประกาศเตือนการบริโภคเมล็ดแอปริคอตดิบ ก็มีผู้บริโภคในรัฐ Western Australia ต้องเข้ารับการรักษาหลังการบริโภค หลังจากที่ FSANZ ได้ประเมินความเสี่ยงของอาหารที่มีไซยาโนเจนิกไกลโคไซด์ พบว่าเมล็ดแอปริคอตดิบทั้งมีเปลือกและลอกเปลือก สามารถก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัยอย่างเฉียบพลัน
ดังนั้นในเดือนกันยายน 2558 คณะกรรมการ FSANZ จึงได้อนุมัติข้อเสนอกฎระเบียบที่ห้ามจำหน่ายเมล็ดแอปริคอตดิบ และในเดือนพฤศจิกายน 2558 คณะรัฐมนตรีได้ยอมรับกฎระเบียบดังกล่าว โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2558
ที่มา: FSANZ (06/01/59)
มกอช.
EU Food News_EU เพิ่มและต่ออายุยาที่อนุญาตให้ใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช
ในระหว่างช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ๒๕๕๘ พบว่า EU ได้มีประกาศกฎระเบียบว่าด้วยการเพิ่มและต่ออายุยาที่อนุญาตให้ใช้เป็นสารออกฤทธิ์ (Active Substances) ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช (Plant Protection Products : PPPs) ที่อนุญาตให้ใช้ใน EU ซึ่งมีความปลอดภัยต่อสุขภาพมนุษย์ สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อม ให้เป็นไปตามหลักการปฎิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practice : GAP) จำนวน ๘ ฉบับ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
๑. Commission Implementing Regulation (EU) 2015/2033 of 13 November 2015 renewing the approval of the active substance 2,4-D in accordance with Regulation (EC) No 1107/2009 of the European Parliament and of the Council concerning the placing of plant protection products on the market, and amending the Annex to Commission Implementing Regulation (EU) No 540/2011 ต่อระยะเวลาการอนุญาตสารออกฤทธิ์ 2,4-D ครอบคลุมตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๗๓ สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติม ได้จากเว็บไซต์ดังนี้
๒. Commission Implementing Regulation (EU) 2015/2047 of 16 November 2015 renewing the approval of the active substance esfenvalerate, as a candidate for substitution, in accordance with Regulation (EC) No 1107/2009 of the European Parliament and of the Council concerning the placing of plant protection products on the market, and amending the Annex to Commission Implementing Regulation (EU) No 540/2011 ต่อระยะเวลาการอนุญาตสารออกฤทธิ์ esfenvalerate เพื่อให้เป็นสารทดแทน (Candidates for Substitution : CfS) เพื่อประเมินหาสารออกฤทธิ์ตัวอื่นที่ปลอดภัยกว่าแต่ให้ผลคล้ายคลึงกันและสามารถ นำมาใช้แทนสารดังกล่าวได้่ในอนาคต ครอบคลุมตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ดังนี้
๓. Commission Implementing Regulation (EU) 2015/1885 of 20 October 2015 amending Implementing Regulation (EU) No 540/2011 as regards the extension of the approval periods of the active substances 2,4-D, acibenzolar-s-methyl, amitrole, bentazone, cyhalofop butyl, diquat, esfenvalerate, famoxadone, flumioxazine, DPX KE 459 (flupyrsulfuron-methyl), glyphosate, iprovalicarb, isoproturon, lambda-cyhalothrin, metalaxyl -M, metsulfuron methyl, picolinafen, prosulfuron, pymetrozine, pyraflufen-ethyl, thiabendazole, thifensulfuron-methyl and triasulfuron ต่อระยะเวลาการอนุญาตสารออกฤทธิ์ ตามที่ระบุข้างต้น จำนวน ๒๓ รายการเป็นการชั่วคราว จากเดิมที่สิ้นสุดการอนุญาตในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ ให้ขยายไปจนถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙ เนื่องจาก EU ยังต้องใช้เวลาในการประเมินสาร ดังกล่าวต่อไป สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ดังนี้
๔. Commission Implementing Regulation (EU) 2015/2069 of 17 November 2015 approving the basic substance sodium hydrogen carbonate in accordance with Regulation (EC) No 1107/2009 of the European Parliament and of the Council concerning the placing of plant protection products on the market, and amending the Annex to Commission Implementing Regulation (EU) No 540/2011 อนุญาตสาร sodium hydrogen carbonate ให้ใช้เป็นสารตั้งต้น มีผลตั้งแต่วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๘ สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวสามารถ ศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ดังนี้
๕. Commission Implementing Regulation (EU) 2015/2084 of 18 November 2015 approving the active substance flupyradifurone, in accordance with Regulation (EC) No 1107/2009 of the European Parliament and of the Council concerning the placing of plant protection products on the market, and amending the Annex to Commission Implementing Regulation (EU) No 540/2011 อนุญาตสารออกฤทธิ์ flupyradifurone ครอบคลุมตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๘ – ๙ ธันวาคม ๒๕๖๘ สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก เว็บไซต์ดังนี้
๖. Commission Implementing Regulation (EU) 2015/2085 of 18 November 2015 approving the active substance mandestrobin, in accordance with Regulation (EC) No 1107/2009 of the European Parliament and of the Council concerning the placing of plant protection products on the market, and amending the Annex to Commission Implementing Regulation (EU) No 540/2011 อนุญาตสารออกฤทธิ์ mandestrobin ครอบคลุมตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๘ – ๙ ธันวาคม ๒๕๖๘ สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก เว็บไซต์ดังนี้
๗. Commission Implementing Regulation (EU) 2015/2105 of 20 November 2015 approving the active substance flumetralin, as a candidate for substitution, in accordance with Regulation (EC) No 1107/2009 of the European Parliament and of the Council concerning the placing of plant protection products on the market, and amending Commission Implementing Regulation (EU) No 540/2011 อนุญาตสารออกฤทธิ์ flumetralin เพื่อให้เป็นสารทดแทน (Candidates for Substitution : CfS) เพื่อประเมินหาสารออกฤทธิ์ตัวอื่นที่ปลอดภัย กว่าแต่ให้ผลคล้ายคลึงกันและสามารถนำมาใช้แทนสารดังกล่าวได้่ในอนาคต ครอบคลุมตั้งแต่วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ – ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติม ได้จากเว็บไซต์ดังนี้
๘. Commission Implementing Regulation (EU) 2015/2198 of 27 November 2015 approving the active substance rescalure, in accordance with Regulation (EC) No 1107/2009 of the European Parliament and of the Council concerning the placing of plant protection products on the market, and amending the Annex to Commission Implementing Regulation (EU) No 540/2011 อนุญาตสารออกฤทธิ์ rescalure ครอบคลุมตั้งแต่วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๘ – ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๘ สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ดังนี้
โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป
BAP(Best Aquaculture Practices Certification) Standards
Products from BAP-certified facilities carry the Best Aquaculture Practices (BAP) logo. The BAP-standards cover:
Click link for see PDF file in English เป็นภาษาอังกฤษ นะคะ ภาษาอื่นไม่ได้ลงให้
1. Seafood Processing and Repacking Plants อันนี้แก้ไขล่าสุดค่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)